“ถ้างานชิ้นนี้พังเพราะสุนทรียศาสตร์บ้าบอที่คุณยัดเยียดเข้ามา ผมจะฟ้องซีอีโอให้หักเงินเดือนคุณครึ่งหนึ่งเพื่อเอามาเยียวยาสภาพจิตใจทีมวิศวกรของผมค่ะ คุณคินน์”
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดอย่างไม่คิดจะปิดบัง ดังขึ้นก้องห้องประชุมกระจกใสระฟ้าของ ‘Nexus Tech’ ชั้นสี่สิบ ปราชญ์ยืนค้ำโต๊ะทำงานตัวยาว ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสีชาร์โคลดูน่าเกรงขามและเฉียบคมราวกับใบมีดโกน แว่นตากรอบเงินสะท้อนแสงไฟนีออนคมกริบ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองเอกสารร่างดีไซน์แอปพลิเคชันในมือด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังมองขยะเปียก
ตรงกันข้ามกับร่างบางที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม คินน์ อาร์ตไดเรกเตอร์มือทองผู้กุมบังเหียนฝ่ายครีเอทีฟ ปรายตามองวิศวกรซอฟต์แวร์หนุ่มด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีดำปลดกระดุมออกสามเม็ดเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดและกลิ่นฟีโรโมนจางๆ ที่ลอยวนอยู่ในอากาศ แม้จะเป็นกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นไอฝนที่ควรจะนุ่มนวล แต่ทว่าท่าทางกวนประสาทและสายตาที่มองกลับมานั้นช่างร้อนแรงจนแทบจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
“หักเงินเดือนผมเหรอคะ? ระวังนะคะคุณปราชญ์ ปากเก่งๆ แบบนี้ ถ้าวันหนึ่งคุณต้องมานั่งคุกเข่าขอร้องให้ผมช่วยแก้ดีไซน์ให้อีกรอบ ผมจะคิดค่าบริการเป็นรอยจูบ... ดีไหมคะ?” คินน์หัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มหวานแต่บาดลึก แว้งกัดกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ร่างเพรียวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ราวกับความเกรี้ยวกราดของอัลกอริทึมตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องตลกขบขัน
ปราชญ์ขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความอดทนที่สั่งสมมาตลอดการประชุมสามชั่วโมงเริ่มสั่นคลอน เขานเกลียดความไม่เป็นระบบ เกลียดความไร้เหตุผล และที่สำคัญที่สุด... เขานเกลียดรอยยิ้มท้าทายที่ประดับอยู่บนใบหน้าสวยจัดนั่น
“ผมไม่มีเวลามารื่นเริงกับตรรกะเพ้อเจ้อของคุณหรอกนะ คินน์” ปราชญ์ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะฝั่งตรงข้าม ลดตัวลงโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันดั่งสนามแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่พยายามผลักไสแต่ก็ดึงดูดเข้าหากันอย่างประหลาด “ระบบซอฟต์แวร์ตัวนี้คือหัวใจของบริษัท อัลกอริทึมถูกเขียนขึ้นมาด้วยความแม่นยำระดับไมโครวินาที แต่วิดีโออินترเฟซที่คุณออกแบบมาเนี่ยนะ? มันซับซ้อนเกินความจำเป็น โหลดช้า และไม่มีประโยชน์อะไรนอกจากเปลืองพื้นที่หน่วยความจำ!”
“มันเรียกว่า ‘ศิลปะ’ ค่ะคุณวิศวกรผู้ไร้หัวใจ” คินน์ไม่ถอยหนีแม้แต่น้อย เขากลับเงยหน้าขึ้นท้าทาย ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นฟีโรโมนโอเมก้าพัดผ่านปลายจมูกของปราชญ์จนคนตัวโตกว่าเผลอชะงักไปชั่ววินาที “คุณใช้ชีวิตอยู่บนตรรกะ 0 กับ 1 จนหัวใจด้านชาไปหมดแล้วหรือยังไงคะ? โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่โค้ดดิ้งนะ... ผู้ใช้เขาไม่ได้อยากมองหน้าจอแข็งทื่อเหมือนหุ่นยนต์แบบที่คุณเป็นหรอก”
“ถ้าผมเป็นหุ่นยนต์ คุณก็คงเป็นไวรัสตัวแสบที่จงใจเข้ามาป่วนระบบให้พังพินาศสินะ” ปราชญ์กัดฟันกรอด เสียงกระซิบต่ำลอดไรฟันด้วยความเคืองแค้น แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะเมื่อปลายนิ้วเรียวของคินน์ยื่นขึ้นมาแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อสูทของเขาเพื่อ ‘จัดให้เข้าที่’ อย่างถือวิสาสะ
“รู้ไหมคะว่าทำไมบอร์ดบริหารถึงโยนโปรเจกต์นี้ให้เราทำร่วมกัน?” คินน์กระซิบตอบ เสียงหวานหยดย้อยแต่แฝงด้วยความร้ายกาจ ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน “เพราะเขาอยากรู้ว่า... ระหว่างอัลกอริทึมคำนวณความเย็นชาของคุณ กับความรuânแรงของผม อะไรมันจะพังก่อนกัน”
ปราชญ์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์พลุ่งพล่านที่ตีตื้นขึ้นมาในอก กลิ่นวานิลลาผสมฝนเริ่มรบกวนสมาธิของเขาอย่างน่ารำคาญ ฟีโรโมนของโอเมก้าตรงหน้ากำลังปั่นป่วนระบบประสาทส่วนกลางของอัลฟ่าหนุ่มจนเขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ มันไม่ใช่กลิ่นที่เย้ายวนแบบดึงดูดทั่วไป แต่มันคือความท้าทายที่กระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ตื่นขึ้น
“งั้นเรามาพิสูจน์กันไหมล่ะครับ... ว่าระบบของใครจะล่มก่อนกัน” ปราชญ์เปลี่ยนสรรพนามเพื่อกดดันกลับ น้ำเสียงเย็นเยียบแต่แววตากลับลุกโชนด้วยไฟแห่งการเอาชนะ “พรุ่งนี้เช้า ผมต้องการเห็นดีไซน์ที่ลดทอนความฟุ่มเฟือยลงครึ่งหนึ่ง ถ้าคุณทำไม่ได้... เตรียมตัวเก็บของออกจากทีมนี้ได้เลย”
คินน์หรี่ตามองรอยยิ้มหยันบนใบหน้าคมคาย ร่างบางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนใบหน้าแทบจะชนกับแผงอกกว้างของอีกฝ่าย ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้การเผชิญหน้าครั้งนี้ยิ่งเพิ่มดีกรีความร้อนแรงขึ้นเป็นทวีคูณ มือเรียวเอื้อมไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ ก่อนจะโน้มใบไปกระซิบข้างใบหูของวิศวกรหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาปราชญ์ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“ฝันไปเถอะค่ะ... ว่าฉันจะยอมจำนนให้คุณสั่งง่ายๆ”
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์เปิดดังขึ้นที่โถงด้านนอก ทำลายความตึงเครียดในห้องประชุมลงทันที ปราชญ์และคินน์ผละออกจากกันอย่างเสียดายเล็กน้อยโดยไม่มีใครยอมรับ คินน์ส่งยิ้มหวานหยดให้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินออกจากห้อง
ทว่า... ก้าวแรกที่คินน์เดินไปถึงประตู หน้าจอโปรเจกต์ขนาดใหญ่บนผนังห้องที่เชื่อมต่อกับระบบหลักของบริษัทก็เกิดอาการกะพริบถี่ๆ ตัวอักษรสีแดงฉานนับร้อยบรรทัดรันขึ้นมาบนหน้าจออย่างบ้าคลั่ง เสียงเตือนภัยระดับวิกฤติดังลั่น ‘Warning: System Bug Detected’
ปราชญ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตกใจ เขารีบก้าวเท้าเข้าไปหน้าจอ ควบคุมแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วเพื่อตรวจสอบข้อผิดพลาด แต่ยิ่งแก้ บั๊กปริศนากลับยิ่งกระจายตัวลามไปยังเซิร์ฟเวอร์หลักของแผนกครีเอทีฟอย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิต
“เกิดอะไรขึ้น?” คินน์หันกลับมามองด้วยความตกใจ สีหน้ามั่นใจเมื่อครู่หายวับไปกับตา
ปราชญ์หยุดมือที่กำลังพิมพ์ เขาสูดหายใจเข้าลึกเมื่อเห็นโค้ดบรรทัดสุดท้ายที่แสดงผลบนหน้าจอ มันไม่ใช่ไวรัสจากภายนอก... แต่มันคือคำสั่งโค้ดสั้นๆ ที่ถูกฝังไว้ในระบบส่วนกลางตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาเริ่มโปรเจกต์ร่วมกัน
และข้อความบนหน้าจอนั้น ก็ทำเอาวิศวกรอัจฉริยะอย่างปราชญ์ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง
*‘Access Denied: อัลกอริทึมนี้ไม่สามารถทำงานได้ หากหัวใจของผู้ควบคุมระบบยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้’*
ยังไม่ทันที่ปราชญ์จะได้เอ่ยปากสบถอะไรออกมา ประตูห้องประชุมฝั่งตรงข้ามก็เปิดผางออกพร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่สาม... คนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะก้าวเข้ามาในเวลานี้
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดระบบหัวใจร่วมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
วิศวกรซอฟต์แวร์แปรปรวน กับอัลกอริทึมรักที่ป่วนหัวใจ•ตอนที่ 1
บั๊กในระบบ
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรซอฟต์แวร์แปรปรวน กับอัลกอริทึมรักที่ป่วนหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
