“ถ้าจะแกล้งกันขนาดนี้ พี่ช่วยปรากฏตัวออกมาให้ผมด่าตรงๆ เลยได้ไหมครับ อย่ามาทำเป็นแอบซ่อนอยู่ในมุมมืดแบบนี้ ผมจะหัวใจวายตายก่อนเรียนจบปีสองนะครับ!”
ผมตะโกนก้องห้องเช่าแคบๆ ที่ตอนนี้บรรยากาศเย็นยะเยือกจนขนแขนผมลุกชันไปหมด มือไม้สั่นเทาจนแทบถือโทรศัพท์ไว้ไม่อยู่ เสียงลมหายใจของผมเองที่หอบถี่กลายเป็นเสียงเดียวที่ดังก้องอยู่ในความเงียบงัน แต่ทว่า... วินาทีต่อมา เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตยอดฮิตก็ดังขึ้น ‘ติ๊ง!’
ดวงตาของผมเบิกกว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป ผมค่อยๆ ก้มมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้อง
*‘คนขี้แยแบบมึงเนี่ยนะ จะด่ากู? เอาแรงไปหาข้าวกินก่อนเถอะครับน้องชาย’*
พร้อมกับสติกเกอร์เจ้ากระต่ายอ้วนที่กำลังทำหน้ากวนประสาทใส่กล้องส่งมาในแชต ทั้งที่ผมไม่ได้เปิดหน้าแชตใครไว้เลย แถมชื่อผู้ส่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ... มันกลับไม่มีชื่อ ไม่มีโปรไฟล์ มีเพียงรอยยิ้มจางๆ ของใครบางคนที่ผมไม่รู้จัก แต่กลับรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามสะกดกลั้นความกลัวที่กำลังกัดกินหัวใจ ขยับนิ้วกดพิมพ์กลับไปอย่างสั่นระริก
‘คุณเป็นใคร? เข้ามาในเครื่องผมได้ยังไง? นี่มันละเมิดความเป็นส่วนตัวนะครับ!’
‘หึ’
อีกฝ่ายตอบกลับเพียงสั้นๆ ก่อนที่หน้าจอมือถือของผมจะดับวูบลงไปดื้อๆ และในจังหวะที่ผมกำลังจะขว้างมันทิ้งด้วยความลนลาน แสงไฟจากหน้าจอที่ดับไปเมื่อครู่กลับสว่างขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ข้อความแชต... แต่มันคือภาพถ่ายสดๆ ที่ถูกส่งเข้ามาในแชตกลุ่มที่ผมอยู่คนเดียว เป็นภาพเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่ข้างเตียงของผม ในนั้น... ผมเห็นตัวเองที่กำลังยืนหน้าซีดเผือดอยู่กลางห้อง และข้างหลังผม... เหนือหัวไหล่ขึ้นไปเพียงคืบ มีร่างของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวซีด ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวแต่แฝงไว้ด้วยความขี้เล่น กำลังก้มลงมากระซิบข้างใบหูผมผ่านเงาสะท้อนนั้น
ผมหันขวับไปทันที! หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ
ไม่มีใคร... ไม่มีอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า แต่มือถือของผมกลับสั่นรัวไม่หยุด ข้อความนับสิบเด้งรัวเข้ามาราวกับปืนกล
‘หันหลังให้กูทำไมครับ?’
‘คิดถึงกูเหรอ?’
‘อย่าเพิ่งกลัวเลย... ตั้งแต่ก้าวแรกที่มึงเปิดประตูห้องเข้ามา กูมองมึงอยู่นานแล้วนะ’
มือผมสั่นจนเกือบทำเครื่องตกพื้น ผมพยายามหายใจเข้าลึกๆ พยายามใช้ตรรกะที่เรียนมาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น แต่มันไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ใดๆ มารองรับภาพเงาในกระจกเมื่อครู่ได้เลย ผมตัดสินใจทำสิ่งที่บ้าที่สุดเท่าที่คนกลัวผีจะทำได้... ผมเปิดกล้องหน้าของโทรศัพท์แล้วหันไปรอบห้อง ราวกับนักล่าท้าผีสมัครเล่น
“ออกมาเดี๋ยวนี้! ถ้าพี่ตายไปแล้วก็ไปสู่สุคติสิครับ มาหลอกมาหลอนคนอื่นเขาเพื่ออะไร สนุกมากไหม!” ผมตวาดใส่ความว่างเปล่า เสียงของผมสั่นเครือแต่ก็แฝงไปด้วยความเหลืออด
ทันใดนั้น หน้าจอมือถือในมือผมก็เปลี่ยนไป มันไม่ได้โชว์ภาพห้องที่ผมถ่ายอยู่ แต่มันกลับโชว์ภาพ ‘ตัวผมเอง’ ในมุมมองจากด้านบน เหมือนมีคนถือกล้องลอยอยู่เหนือเพดานห้อง และในภาพนั้น... ผมเห็นชายคนเดิมที่ปรากฏในเงากระจก เขากำลังนั่งยองๆ อยู่บนหลังตู้เสื้อผ้า มุมปากยกยิ้มอย่างคนอารมณ์ดี เขายื่นมือเรียวยาวลงมาพยายามจะแตะหัวผม...
ความเย็นเยียบแล่นปราดไปทั่วสันหลัง ผมรู้สึกถึงแรงกดเบาๆ ที่กลุ่มผม ราวกับมีฝ่ามือของใครบางคนกำลังลูบหัวผมด้วยความเอ็นดู
“เจอกันสักทีนะ ปืน”
เสียงทุ้มนุ่มลึกที่ไม่ได้ออกมาจากลำโพงมือถือ แต่มันดังขึ้นข้างๆ หูผมจริงๆ... ลมหายใจอุ่นๆ ที่ไม่ควรจะมีอยู่แล้วเป่ารดต้นคอผมจนผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ผมหันไปทางต้นเสียงด้วยความตกใจสุดขีด ในวินาทีที่สายตาของผมประสานเข้ากับดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับเหมือนดวงดาวในยามค่ำคืนที่ไม่น่าจะมาอยู่บนใบหน้าของ ‘วิญญาณ’ ชายหนุ่มคนนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ผมจินตนาการ แต่เขากลับหล่อเหลาบาดใจจนผมแทบหยุดหายใจ
เขาขยับยิ้มกว้าง ก่อนจะใช้นิ้วชี้จิ้มที่แก้มผมเบาๆ
“ไม่ได้อยากแกล้งให้กลัวหรอกนะ... แต่คนน่ารักเวลาร้องไห้เนี่ย มันอดใจไม่ให้รังแกไม่ได้จริงๆ ครับ”
ผมชะงักไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลความกลัวกลับกลายเป็นว่างเปล่า เพราะใบหน้าของเขา... คนที่ตายไปแล้วในห้องนี้... มันช่างดู ‘คุ้นตา’ ราวกับผมเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อนในความทรงจำที่เลือนลาง
เขาก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราแทบจะชนกัน กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกมะลิเย็นๆ โชยเข้าจมูกผม ก่อนที่เขาจะกระซิบประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของผมหยุดหมุน
“จำไม่ได้จริงๆ เหรอครับ... ว่าเมื่อสามปีก่อน ใครเป็นคนให้กุญแจห้องนี้กับมึงในวันที่มึงไม่มีที่ไป?”
ผมเบิกตากว้าง ความทรงจำในอดีตเริ่มพรั่งพรูออกมาเหมือนน้ำป่าที่เขื่อนแตก ภาพเด็กหนุ่มหน้าตาดีในชุดนักศึกษาที่ยื่นมือมาช่วยผมในวันฝนตกหนักวันนั้น... คนคนเดียวกันกับที่กำลังยืนกดดันผมอยู่ตรงนี้
และสิ่งที่แย่ที่สุดคือ... ผมดันเผลอหลุดปากเรียกชื่อเขาออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าโดยไม่ได้ตั้งใจ “พี่... พี่คิน?”
เขากระตุกยิ้มมุมปาก ประกายตาเปลี่ยนจากความขี้เล่นเป็นความลึกล้ำที่ชวนให้ใจสั่นไม่เป็นจังหวะ ก่อนที่เขาจะโน้มตัวเข้ามาจนผมต้องถอยหลังไปพิงกำแพง แต่ทว่า... มือเรียวของเขากลับคว้าเอวผมไว้แน่น ไม่ให้ผมหนีไปไหน
“หึ... จำได้สักทีนะ รูมเมตของกู”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านความสับสนวุ่นวายของปืนและรูมเมตผีสุดกวนประสาทของเขานะครับ ศาลาริมน้ำโบราณสัญญาว่าจะพาไปพบกับความลับที่ซ่อนอยู่ในห้องเช่านี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในตอนถัดไปครับ
วิญญาณข้างห้องดันชอบส่งสติกเกอร์กวนประสาท•ตอนที่ 2
แจ้งตำรวจได้ไหมถ้าเจอรูมเมตเป็นวิญญาณ
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิญญาณข้างห้องดันชอบส่งสติกเกอร์กวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
