เสียงล็อกกลอนประตูเหล็กดัดด้านนอกดัง *คลิก* ก้องกังวานในความเงียบสงบของห้องพักส่วนตัวชั้นบนสุด มันไม่ใช่แค่เสียงปิดกั้นโลกภายนอก แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าเธอกำลังถูกขังให้อยู่ในกรงขังแห่งราคะและอำนาจที่เขาเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ทั้งหมด
พิมพ์มาดาหายใจติดขัด หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก ร่างระหงถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังบอบบางแนบสนิทกับผนังห้องเย็นเฉียบ ไม่มีทางหนี ไม่มีทางรอด และไม่มีพื้นที่ให้ซ่อนตัวอีกต่อไปแล้ว
คราณฑ์สินก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคงและทรงพลังราวกับราชสีห์กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุมมืด ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นดุดันและลุ่มลึกราวกับหลุมพรางที่พร้อมจะดูดกลืนวิญญาณของเธอเข้าไป เขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อแน่นตึงที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความเป็นนักล่า
"รู้ไหมพรีม... ว่าความเงียบในห้องนี้มันกำลังฟ้องอะไร" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันราวกับเสียงคำรามแผ่วเบาในลำคอ
"พรีม... พรีมไม่ได้ทำอะไรผิด" เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว แต่แววตาตื่นตระหนกที่ฉายชัดอยู่หลังแพขนตางอนงามกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด
"ไม่ได้ทำผิดงั้นเหรอ?" คราณฑ์สินแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ไออุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาห่อหุ้มเรือนร่างเธอยิ่งกว่าเตาผิงไฟ "สายตาที่เธอใช้มองหน้าไอ้กรณ์เมื่อตอนเย็น... และอาการดื้อรั้นที่เธอยังกล้าต่อปากต่อคำกับฉัน นั่นแหละคือความผิดมหันต์ที่ต้องได้รับการลงทัณฑ์"
มือหนาแกร่งเอื้อมขึ้นวางทาบบนผนังด้านข้างศีรษะของเธอ กักขังร่างบางไว้ในอ้อมแขนอย่างสมบูรณ์แบบ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนพิมพ์มาดาแทบหายใจไม่ออก
"คุณคีย์... ปล่อยพรีมนะ" เธอพยายามดันอกแกร่งเอาไว้ แต่มันก็แข็งราวกับกำแพงหินผา
"ปล่อยเหรอ? หึ... ฉันเพิ่งเริ่มต้นเกมนี้เองนะพรีม"
นิ้วเรียวแกร่งของชายหนุ่มเอื้อมมาเชยคางมนขึ้นบังคับให้เเววตาดื้อรั้นคู่นั้นสบประสานกับเขาโดยตรง แรงบีบที่ปลายคางไม่ได้รุนแรงจนเจ็บปวด แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้เธอตระหนักถึงความต่างชั้นทางอำนาจได้อย่างชัดเจน
"ปากเธอมันแข็งนักนะพิมพ์มาดา... บอกฉันสิ ว่าเกลียดฉันมากขนาดไหน ถึงได้กล้าทำตัวเป็นพยศใส่ฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
"ใช่... พรีมเกลียดคุณ เกลียดความเผด็จการ เกลียดที่คุณเห็นพรีมเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อ!" เธอระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ น้ำตาคลอเบ้าแต่พยายามกลั้นเอาไว้ไม่ให้ไหลลงมาให้เขาได้เห็นความอ่อนแอ
คราณฑ์สินนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นระริกด้วยความโกรธและหวาดกลัว แทนที่จะโกรธเกรี้ยวตามคำพูดตัดพ้อนั้น มุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์และพึงพอใจ
"ปากดี... งั้นเรามาพิสูจน์กันดีกว่า ว่าความเกลียดที่เธอพูด มันจะทนทานต่อสัมผัสของฉันได้สักกี่น้ำ"
สิ้นคำพูดนั้นริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาปิดเรียวปากอิ่มสีระเรื่อทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว พิมพ์มาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเล็กกำเสื้อของเขาแน่นเพื่อจะผลักไส แต่รสจูบที่ดิบเถื่อน เอาแต่ใจ และเต็มไปด้วยความเร่าร้อนกลับบดขยี้สติสัมปชัญญะของเธอให้พังทลายลงในพริบตา
ลิ้นร้อนแทรกซึมผ่านกลีบปากนุ่มเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลาม รุกไล่และเกี่ยวพันจนลมหายใจของเธอกลายเป็นสะดุด คราณฑ์สินขยับริมฝีปากบดขยี้มุมองศาอย่างชำนาญและเรียกร้อง ปลุกเร้าไฟสวาหายที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ก้นบึ้งหัวใจของหญิงสาวให้ลุกโชนขึ้นอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
จากสัมผัสที่ดุดันและเอาแต่ใจเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเว้าวอน มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคิ้วคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิท ไออุ่นจากฝ่ามือใหญ่ที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังภายใต้เนื้อผ้าบางเบา ทำให้ร่างกายของพิมพ์มาดาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกต่อต้านที่มีอยู่ในตอนแรกเริ่มหลอมละลายกลายเป็นความวาบหวามที่ซ่านสั่นไปทั่วสรรพางค์กาย
เมื่อริมฝีปากหนาผละออกเล็กน้อยเพื่อให้หญิงสาวได้ตักตวงอากาศเข้าปอด พิมพ์มาดาก็หอบหายใจตัวโยน ใบหน้าหวานแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำน้ำคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำใส เธอมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและยอมจำนน
"ปากเธอบอกว่าเกลียด... แต่ร่างกายเธอมันกำลังบอกตรงกันข้ามนะพรีม" คราณฑ์สินกระซิบเสียงพร่าชิดริมใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ "สารภาพออกมาสิ... ว่าเธอกำลังหลงใหลสัมผัสของฉัน"
"คนใจร้าย..." เธอพึมพำตอบเสียงสั่นเครือ น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินอาบแก้ม
"ใช่... ฉันมันใจร้าย และเธอก็หนีผู้ชายใจร้ายคนนี้ไม่พ้นหรอก"
คราณฑ์สินไม่ปล่อยให้เธอได้เอื้อนเอยคำใดอีก ร่างสูงช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย พิมพ์มาดาอุทานด้วยความตกใจ มือเรียวต้องรีบโอบรอบลำคอแกร่งไว้โดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ตัวเองร่วงหล่น เขาพาเธอก้าวเดินไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้องที่มีแสงไฟสลัวสาดส่องเข้ามาจากเงาจันทร์ด้านนอก
ร่างบางถูกวางลงบนเตียงนุ่มอย่างทะนุถนอมในคราบของความป่าเถื่อน ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้ขยับตัวหนี คราณฑ์สินก็ทาบทับร่างกายกำยำลงมาครอบครองพื้นที่ด้านบน กักขังเธอไว้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
"คืนนี้... เราจะมาดูกันว่าความลับในใจของเธอ มีอะไรซ่อนอยู่อีกบ้าง"
เขาก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย ก่อนจะประทับจูบลงมาใหม่อีกครั้งอย่างเร่าร้อนและลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความเสน่หาและไฟปรารถนาที่ไม่มีวันดับมอดลงได้ง่ายๆ
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะประสานกันอีกครั้ง ท่ามกลางความเคลิบเคลิ้มและเสียงหอบหายใจที่ประสานกันเป็นจังหวะ เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องพักชั้นบนสุดก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่นและเป็นจังหวะ... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา... แต่เป็นรหัสลับที่พวกเขารู้กันดีในกลุ่มบอดี้การ์ดมืออาชีพ!
คราณฑ์สินชะงักกึก ดวงตาคมกริบแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที เขาผละใบหน้าออกจากซอกคอหอมกรุ่นของหญิงสาวอย่างไม่สบอารมณ์นัก พิมพ์มาดาหอบหายใจถี่กระชั้นด้วยความตกใจระคนโล่งอกที่เสียงเคาะนั้นช่วยชีวิตเธอไว้
"นายใหญ่ครับ..." เสียงทุ้มต่ำของลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาผ่านบานประตูหนา "สายข่าวรายงานด่วน... คนของกรณ์บุกเข้ามาถึงชั้นใต้ดินของคาสิโนแล้วครับ และเป้าหมายของมันคือ... เอกสารลับชุดสุดท้ายที่ห้องทำงานของคุณ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในห้วงอารมณ์อันลุ่มลึกนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักร้ายพ่ายรักคุณอาสายดาร์ก•ตอนที่ 28
คืนแห่งการทดสอบ
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายพ่ายรักคุณอาสายดาร์ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!