รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว•ตอนที่ 24

ความเงียบที่เป็นอาวุธ

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
ความเงียบงัน... ในบางครั้งไม่ได้แปลว่าการยอมจำนนนะคะ แต่มันคืออาวุธที่คมกริบที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเคยถูกกรีดแทงจนพรุนจะสามารถหยิบฉวยขึ้นมาใช้ เพื่อเชือดเฉือนวิญญาณของคนที่เคยเหยียบย่ำเธอให้แหลกคั้นคามือ แก้วกาแฟเซรามิกสีขาวบริสุทธิ์ถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกระจกนิรساลเสียงกระทบกันเบาหวิวระหว่างผิววัตถุดังขึ้นเพียงนิดเดียว ทว่ามันกลับดังก้องราวกับเสียงฟ้าผ่าในโสตประสาทของธวิน ชายหนุ่มผู้เคยถือไพ่เหนือกว่าในทุกย่างก้าวของชีวิตแต่งงาน แต่วันนี้... เขากลับกลายเป็นเพียงผู้ชายไร้ที่พึ่ง ที่กำลังนั่งตัวเกร็งอยู่เบื้องหน้าอดีตภรรยา ปาริศานั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสง่างาม ชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นผิวขาวผ่องและแววตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก เธอไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมาเลยตั้งแต่เขาเดินก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวแห่งนี้ ไม่มีคำทักทาย ไม่มีแม้แต่การปรายตามองอย่างมีความหมาย นอกจากความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว "ปาริศา... ผม... ผมรู้ว่าผมทำผิดพลาดมหันต์" ธวินเป็นฝ่ายทนไม่ไหวและปริปากทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเทาเล็กน้อยอย่างน่าสมเพช ผู้บริหารหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลในตลาดหุ้นเมื่อหลายเดือนก่อน บัดนี้เหลือเพียงเงาของความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจ ไม่มีเสียงตอบรับจากหญิงสาว เธอเพียงแค่ยกเรียวคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายเลิฟสีแดงระเรื่อบนเรียวปากหยักลึกปิดสนิท ดวงตากลมโตคู่คมจ้องมองตรงไปยังใบหน้าซีดเผือดของเขาอย่างพิจารณา ราวกับเขากำลังแสดงละครสัตว์ที่น่าเบื่อหน่ายที่สุดในโลก ความเงียบที่โรยตัวลงมาระหว่างพวกเขามันช่างอึดอัดและหนาทึบเสียจนธวินรู้สึกหายใจไม่ออก ทุกวินาทีที่ผ่านไปโดยไม่มีคำด่าทอ หรือเสียงกรีดร้องโหยหวนจากเธอ มันกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกเชือดทีละน้อยด้วยใบมีดทื่อๆ ปาริศากำลังใช้ "ความเงียบ" เป็นห้องทรมานทางจิตวิทยา และเธอก็รู้ดีว่า... คนอย่างธวินกลัวความไม่แน่นอนที่สุดในชีวิต "คุณอยากพูดอะไร ก็พูดมาเถอะครับ..." ธวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด เขาพยายามเอื้อมมือไปกุมมือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่เพียงแค่ปลายนิ้วของเขาเฉียดเข้าใกล้... ปาริศาก็ชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจที่จะให้ผิวเนื้อของเธอต้องมลทินจากการสัมผัสของเขา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ใบหน้านั้นจะกลับมาเรียบเฉยราดน้ำแข็งใส่เหมือนเดิม "พูดเหรอคะ?" ในที่สุดเธอก็ยอมเปล่งเสียงออกมา น้ำเสียงของปาริศานุ่มนวล เรียบเรื่อย และเย็นเยียบจนธวินสะท้านไปถึงสันหลัง "ทำไมฉันจะต้องเปลืองน้ำลายกับคนที่แม้แต่คุณค่าในการแก้แค้น... ก็แทบจะไม่หลงเหลือให้อีกแล้วล่ะคะ, ธวิน" คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของเธอเปรียบเสมือนหมัดฮุกที่ชกเข้าที่ลิ้นปี่ของเขาอย่างจัง ธวินหน้าถอดสี ร่างกายชาวาบไปทั้งร่าง ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายเดือนประเดประดังเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เขานึกถึงภาพในอดีต วันที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธอ วันที่เธอตั้งครรภ์ลูกน้อยโดยที่เขาไม่เคยแยแส และวันที่เธอต้องเดินออกจากบ้านหลังนั้นพร้อมกับคราบน้ำตาและรอยแผลเป็นในใจ "ผมยอมรับกรรมทุกอย่างแล้ว ปาริศา คุณจะเอาทุกอย่างไปก็ได้ หุ้นบริษัท เงินในบัญชี หรือแม้แต่ตัวผม... ขอแค่คุณพูดอะไรออกมาสักคำ ด่าผม ตบผม หรือระบายความโกรธออกมาเถอะครับ แต่อย่า... อย่าใช้วิธีนี้เลย" ธวินก้มศีรษะลง น้ำตาของลูกผู้ชายที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีไหลรินอาบแก้มอย่างไม่อายฟ้าดิน เขายอมคุกเข่าลงต่อหน้าเธออย่างหมดรูป เพื่อแลกกับเสียงสักคำจากปากของอดีตภรรยา ทว่า ปาริศากลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนเสื้อสูทอย่างใจเย็น สายตาก้มมองอดีตสามีที่กำลังหมอบราบคาบศิลาอยู่แทบเท้าด้วยความสมเพชเวทนา "ความโกรธเหรอคะ? คุณคิดว่าคุณยังมีค่าพอที่จะทำให้ฉันโกรธอยู่อีกเหรอคะ, ธวิน?" ปาริศาก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเขา น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยพิษสงที่กัดกร่อนลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ "ความเงียบของฉัน... มันคือการบอกคุณว่าคุณได้ตายไปจากชีวิตของฉันนานแล้ว และสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้... มันเป็นเพียงแค่การลงทัณฑ์จากนรกที่คุณสร้างขึ้นเองต่างหากล่ะคะ" พูดจบ เธอก็หันหลังให้และก้าวเดินออกไปอย่างสง่างาม โดยไม่แม้แต่จะชายตามองเขาอีกเลยแม้แต่นิดเดียว ธวินทรุดฮวบลงกับพื้นห้อง ความหวังทั้งหมดพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เขารู้สึกเหมือนคนกำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึงของมหาสมุทรที่มืดมิดและไร้ทางออก ความเงียบของปาริศากำลังฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็นอย่างช้าๆ ทว่า... ในจังหวะที่ธวินกำลังจะหมดสติคาความสิ้นหวังนั้นเอง เสียงเปิดประตูกระจกด้านหลังห้องทำงานก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเด็กน้อยวัยอนุบาลที่วิ่งเข้ามาด้วยความคุ้นชิน "คุณแม่ขา... น้องธ디ร์หิวน้ำจังเลย ทำไมคุณแม่คุยกับลุงคนนี้นานจังคะ?" ธวินชะงักกึง หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เขารีบหันขวับกลับไปมองตามเสียงใสราดระฆังแก้วนั้นทันที และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเขาขาดห้วง เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยหน้าตาน่ารักน่าชัง ดวงตากลมโตและริมฝีปากที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองทุกกระเบียดนิ้ว กำลังยืนกอดตุ๊กตาหมีตัวโปรดมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาใสซื่อ... พร้อมกับเอกสารผลตรวจ DNA ฉบับจริงที่หล่นร่วงจากกระเป๋าผ้าของเด็กน้อยลงมานอนนิ่งอยู่บนพื้นพรมเบื้องเท้าเขาพอดี! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดของตัวละครในบทนี้กับ “กระจกเงาต้องสาป” นะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%