กลิ่นอายของชาคาโมมายล์อุ่นๆ ที่ระเหยขึ้นจากถ้วยเซรามิกสีขาวนวล ไม่ได้ช่วยให้ความหนาวเหน็บภายในช่องท้องของปาริศาน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
ยามวิกาลเช่นนี้ คฤหาสน์หลังย่อมปลายแถบชานเมืองที่เธอเลือกใช้เป็นเกราะกำบังอันเงียบสงบ ควรจะเป็นสถานที่ปลอดภัยไร้รอยต่อแห่งกาลเวลา ทว่าความเงียบงันกลับถูกกรีดร้องด้วยเสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังขึ้นสามครั้ง... สั้น หนักแน่น และเย่อหยิ่งราวกับเจ้าของเสียงนั้นมั่นใจเหลือเกินว่า อย่างไรเสีย คนด้านในก็ต้องเปิดต้อนรับ
ปาริศายังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีเทาเข้ม ดวงตาสีดำสนิททอดมองออกไปนอกบานกระจกใสที่สะท้อนภาพใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกของตนเอง เธอมิได้รีบร้อน เธอมิได้ตื่นตระหนก ราวกับว่าการมาเยือนของแขกยามวิกาลผู้นี้ เป็นสิ่งที่เธอคำนวณและคาดการณ์เอาไว้ในปฏิทินแห่งความอาฆาตมานานแล้ว
เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ยาวนานขึ้นเล็กน้อย สะท้อนความกระวนกระวายที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่งของใครคนนั้น
ปาริศาวางถ้วยชาลงบนจานรอง เสียงกระทบกันเบาๆ ดังก้องกังวานในความเงียบ เธอลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า ชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิททิ้งตัวแนบเนื้อ ขับเน้นทรวดทรงของหญิงสาวที่ผ่านการขัดเกลาจากความเจ็บปวดจนสง่างามและทรงพลัง ทุกย่างก้าวที่เธอดำเนินไปหราบประตูหน้าบ้าน เปรียบเสมือนจังหวะนาฬิกาแห่งการชำระบาปที่กำลังเดินหน้าอย่างเที่ยงตรง
แผ่นไม้หนาหนักถูกเปิดออกครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มยับยับราวกับผ่านการเดินทางอันยาวนานและเหน็ดเหนื่อย เส้นผมที่เคยจัดแต่งอย่างเนี้ยบกริบยามเมื่อครั้งยังเป็นนักบริหารผู้ทรงอิทธิพลบัดนี้ยุ่งเหยิงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองเธอด้วยความเย็นชาและเหยียดหยาม บัดนี้กำลังเบิกกว้างด้วยความระคนตกใจและ... ความหวาดกลัวที่พยายามกลบเกลื่อน
"ปาริศา..."
เสียงนั้นแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ชายผู้ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองเธอในวันที่เธอเคยคุกเข่าอ้อนวอนขอความเห็นใจ บัดนี้กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอ พร้อมกับลมหายใจที่หอบสะท้าน
ปาริศาไม่ขยับ เธอเพียงแต่กอดอก หลุบตามองผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยเรียกว่าสามีด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับกำลังมองสิ่งปฏิกูลไร้ค่า
"คุณมาทำไมที่นี่คะ คุณธวิน" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นเยียบ และบาดลึกเสียจนธวินต้องสะท้อนเฮือก เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นเสยผมลวกๆ พยายามรวบรวมศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่น้อยนิดของตนเองกลับคืนมา
"ฉัน... ฉันรู้ว่าฉันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมาเหยียบที่นี่ แต่ว่า..." ธวินเว้นวรรค เขากวาดสายตามองเข้าไปในตัวบ้านผ่านช่องว่างที่เธอยังคงยืนขวางอยู่ "เราต้องคุยกัน ปาริศา เรื่องของเรา... มันยังไม่จบ"
มุมปากของปาริศากระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยหวานที่บัดนี้เย็นชาดุจน้ำแข็ง "เรื่องของเราจบลงตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าและโยนมันใส่หน้าฉันแล้วค่ะ หรือว่าความจำของคุณมันเสื่อมถอยไปตามกาลเวลาและอำนาจเงินที่หดหายกันแน่คะ ถึงได้จำไม่ได้ว่าเรา 'หย่า' กันขาดกันไปนานแล้ว"
คำพูดนั้นแทงใจดำธวินเข้าอย่างจัง ใบหน้าคมคายซีดเผือดลงถนัดตา เขาก้าวเท้าจะพุ่งเข้ามาด้านใน แต่ปาริศากลับขยับตัวเพียงเล็กน้อย ปิดกั้นทางเข้าด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ จนชายหนุ่มต้องชะงักเท้าค้างไว้
"ปาริศา... ผมขอร้อง ให้ผมเข้าไปข้างในเถอะ ที่นี่ข้างนอกมัน..." ธวินละล่ำละลัก สายตาล่อกลั่กราวกับกำลังหวาดกลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งในความมืดมิดยามค่ำคืน
"ข้างนอกมันหนาวเหน็บและโดดเดี่ยวใช่ไหมคะ?" ปาริศาย้อนถาม น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่ากลับเชือดเฉือนหัวใจคนฟังจนแหลละเอียด "รู้สึกอย่างไรบ้างคะกับการต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าที่ *คุณ* เป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง? ความสำเร็จที่คุณไขว่คว้า การเหยียบย่ำหัวใจของคนอื่นเพื่อปีนขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุด... มันคุ้มค่าไหมคะ กับการที่วันนี้... ไม่มีใครเหลืออยู่เคียงข้างคุณเลยสักคน"
ธวินนิ่งงิ่งไป คำพูดของเธอราวกับคมมีดที่กรีดลึกลงไปในแผลเน่าเฟะในจิตใจของเขา ความสำนึกผิดที่กัดกินวิญญาณเขามาตลอดหลายปีที่ผ่านมา บัดนี้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าเจ้าของแผลตัวจริง ธวินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึงของมหาสมุทรที่ไร้ซึ่งอากาศหายใจ
"ผมผิดไปแล้ว..." เขากลسیมเสียงสั่น เผลอยื่นมือออกไปหมายจะคว้าชายผ้าคลุมของเธอ แต่ปาริศากลับถอยหลังหลบอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจแม้กระทั่งปลายเล็บของเขาที่จะมาสัมผัสโดนตัวเธอ
"อย่ามาแตะต้องฉัน!" เธอเอ่ยเสียงกร้าว แววตาสีดำสนิทลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่อัดอั้นมานานนับปี "คุณไม่มีสิทธิ์นั้นอีกต่อไปแล้ว ธวิน! สิ่งเดียวที่คุณสมควรได้รับจากฉัน... ไม่ใช่ความเห็นใจ ไม่ใช่การอภัย แต่คือความพินาศย่อยยับแบบเดียวกับที่คุณเคยทำกับฉันในอดีตต่างหาก!"
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด จนแทบจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ นั้นเอง...
เสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเด็กน้อยคนหนึ่งก็ดังแว่วมาจากโถงทางเดินด้านใน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่เอ่ยเรียกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
"คุณแม่คะ... ใครมาเหรอคะ ดึกป่านนี้แล้ว ทำไมยังไม่นอนอีกคะ?"
ธวินชะงักกึก ร่างทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ เมื่อร่างเล็กบอบบางในชุดนอนลายการ์ตูนก้าวออกมาจากมุมมืด พร้อมกับดวงตากลมโตคู่สวยที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกัน... และใบหน้าของเด็กหญิงคนนั้น ก็ทำให้โลกล่มสลายลงตรงหน้าเขาในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความแค้นนี้ด้วยกันนะคะ
รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว•ตอนที่ 1
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวที่ไร้เสียงในคืนที่ไร้ดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!