เกษตรกรสาวมือทองกับนายทหารผู้พิทักษ์สวนผักหลังบ้าน•ตอนที่ 2

พบหน้าเพื่อนบ้านสายโหด

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"กรี๊ด! ใครกล้าเข้ามาเหยียบสวนของฉันวะ!" เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของสะใภ้รองแผดเผาความเงียบสงบยามพลบค่ำลงทันที พร้อมกับเงาร่างนับสิบที่กรูเข้ามาล้อมรอบกระท่อมไม้ไผ่ริมธารอย่างเกรี้ยวกราด แสงจากคบเพลิงในมือของชาวบ้านกลุ่มนั้นวับแวมสะท้อนกับใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโลภและโกรธเกรี้ยว รินรดาชะựngฝีเท้าที่กำลังจะก้าวออกไปรับมือ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในสมองอันเฉียบคมของอดีตนักวิเคราะห์กลยุทธ์ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว—คนกลุ่มนี้ไม่ได้มาดี แต่พวกมันกำลังเดินเข้ามาใน "เขตหวงห้าม" ที่เธอเพิ่งใช้สิทธิ์ทางกฎหมายครอบครองอย่างถูกต้อง ดวงตาคู่สวยฉายแววเย็นเยียบ รินรดากระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย มือเรียวบางสัมผัสผ่านกำไลหยกโบราณที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อโดยไม่มีใครสังเกต พลังงานอุ่นวาบจากมิติลับส่งสัญญาณเตือนภัยเบาๆ พร้อมสนับสนุนเธอทุกเมื่อหากเกิดสถานการณ์คับขัน "โอho ยกโขยงกันมาอย่างกับจะไปทวงหนี้หลวงเลยนะคะ ป้าพิศมัย... แล้วก็นั่น คุณสะใภ้รอง หน้าตาตื่นมาเชียว กลัวว่าฉันจะตายคาป่าหรือกลัวไม่ได้สมบัติเก่ากันแน่คะ?" รินรดาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนคนที่กำลังก้าวเข้ามาถึงกับชะงักฝีเท้า พล S ใต้คบเพลิงหรี่ตามองหญิงสาวที่ยืนกอดอกพิงเสากระท่อมอย่างไม่เกรงกลัว รัศมีความนิ่งสงบแต่เฉียบคมของเธอบีบให้บรรยากาศรอบตัวกดดันขึ้นมาทันตาเห็น "นังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาไล่คนของเราออกจากสวนนี้ ที่นี่เป็นสมบัติของตระกูลเรา ป้าแกบอกแล้วว่าแกมันแค่คนนอก!" สะใภ้รองแผดเสียงแหลม พร้อมกับชี้หน้าด่ากราด พลางส่งสัญญาณมือให้ชายฉกรรจ์ด้านหลังขยับเข้าประชิดตัวเรือน "สมบัติของตระกูล? ฉันว่าสมบัติพัสถานอะไรนั่น มันอยู่ในโฉนดที่เปลี่ยนมือมาเป็นชื่อฉันอย่างถูกกฎหมายแล้วนะคะ หรือว่า... สมองของพวกคุณจะเสื่อมจนจำตัวเลขทะเบียนที่ดินไม่ได้ ถ้าความจำสั้น เดี๋ยวฉันจะให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยทบทวนความรู้ให้เอาไหมล่ะคะ" รินรดาโต้กลับทันควัน น้ำเสียงเนิบนาบแต่เชือดเฉือนทุกคำพูด จนสะใภ้รองหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความแค้น ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่าการปะทะคารม เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดหลังแนวไผ่ เสียงนั้นไม่ได้มาอย่างไร้ทิศทาง แต่มันเต็มไปด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้กลุ่มคนด้านหน้าถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้... บุกรุกเข้ามาในเคหสถานผู้อื่นอย่างไร้สิทธิ์ พวกคุณอยากไปนอนสงบสติอารมณ์ที่สถานีตำรวจ หรืออยากให้ผมช่วยสงเคราะห์พาออกไปทีละคนดีครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และราบเรียบทว่าแฝงความเด็ดขาดดังขึ้น ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีเข้มและกางเกงขายาวก้าวพ้นเงาไม้ไผ่เข้าสู่รัศมีแสงไฟ แสงเพลิงสาดกระทบใบหน้าคมคาย สันจมูกโด่งเป็นสัน และดวงตาคู่คมกริบดั่งพญาเหยี่ยวที่กวาดมองผู้บุกรุกทีละคนด้วยความเยียบเย็น ผู้กองภูผา—นายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบขรึมและเด็ดเดี่ยวแห่งค่ายทหารป่าไม้ ก้าวมายืนเคียงข้างรินรดาโดยทิ้งระยะห่างเพียงแค่เอื้อมมือ ไหล่กว้างของเขาแผ่ซ่านไออุ่นและกลิ่นอายความปลอดภัยที่ทำให้นิ้วมือของรินรดาที่กำแน่นคลายลงอย่างไม่รู้ตัว รินรดาเหลือบมองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มที่ยืนเป็นโล่กำบังให้อย่างเงียบๆ หัวใจที่เคยเต้นระรัวด้วยความระแวงกลับอบอุ่นขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด "ผู้... ผู้กองภูผา?" สะใภ้รองเสียงสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว ความดุร้ายเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อเผชิญหน้ากับนายทหารหนุ่มผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในเรื่องความเด็ดเดี่ยว ใครๆ ในอำเภอนี้ต่างรู้ดีว่าภูผาไม่ใช่คนที่จะมาต่อรองด้วยได้ง่ายๆ "รู้ชื่อผมดีนี่ครับ" ภูผากล่าวเสียงเรียบ สายตายังคงจับจ้องไปที่กลุ่มคนแปลกหน้า "แล้วการที่พวกคุณพากันถือคบเพลิงมารุมล้อมบ้านคนอื่นแบบนี้ คิดว่ามันคือการละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล หรือเป็นการสมคบคิดกันเพื่อก่ออาชญากรรมกันแน่ครับ?" "เปล่านะคะผู้กอง! พวกเราแค่... แค่มาดูความเรียบร้อย กลัวว่านังนี่มันจะขโมยของป่า..." ป้าพิศมัยที่เพิ่งเดินเบียดฝูงชนเข้ามาแก้ตัวเสียงสั่น "ของป่าในโฉนดส่วน1ไร่ของภรรยาผม... กลายเป็นของพวกคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?" ภูผาสวนกลับทันควัน ประโยคสั้นๆ ทรงพลังที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มทำเอารินรดาถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองเล็กน้อย เธอหันขวับไปมองเขาด้วยความตกตะลึง—*ใครเป็นภรรยาเขากันเล่า!* แต่ภูผากลับทำเพียงปรายตานิ่งๆ มาทางเธอด้วยมุมปากที่กระตุกขึ้นเล็กน้อยคล้ายกำลังยิ้ม ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับฝูงชนต่อด้วยแววตาดุดัน ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงกรีดร้องโหยหวนจากความเจ็บปวดก็ดังแว่วมาจากมุมมืดหลังแปลงผักออร์แกนิกของรินรดา พร้อมกับร่างของชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่ถูกเหวี่ยงลอยกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น! ทุกคนสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองต้นตอของเสียงพร้อมกัน เงาร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตบางอย่างขยับไหวอยู่ใต้แสงจันทร์... มันคือหมูป่าป่าร่างยักษ์กลายพันธุ์ ที่นัยน์ตาส่องแสงสีทองเรืองรอง และที่สำคัญ บนหลังของมันกำลังแบก "กระสอบปุ๋ยลึกลับ" ที่ส่งกลิ่นหอมหวลตลบอบอวลชวนน้ำลายสอออกมาอย่างรุนแรง! กลิ่นหอมนั้นไม่ใช่กลิ่นธรรมดา แต่เป็นกลิ่นเครื่องเทศเข้มข้นผสมกับเนื้อตุ๋นเปื่อยนุ่มละมุนลิ้น ที่โชยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งหุบเขาและกระท่อมไม้ไผ่ริมธารในพริบตาเดียว! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในโลกสโลว์ไลฟ์อบอุ่นหัวใจนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือทองกับนายทหารผู้พิทักษ์สวนผักหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%