เกษตรกรสาวมือทองกับนายทหารผู้พิทักษ์สวนผักหลังบ้าน•ตอนที่ 1

ชีวิตใหม่ในกระท่อมไม้ไผ่

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
“ถ้าพวกคุณยังไม่ออกไปจากที่ดินแปลงนี้ภายในสามนาที ฉันจะแจ้งข้อหาบุกรุกและเรียกตำรวจมาลากตัวออกไปทีละคนจริงๆ ด้วยนะคะ” น้ำเสียงหวานใสทว่าเฉียบขาดดุจใบมีดอาบน้ำผึ้งดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนของบ่ายวันนั้น รินรดายืนกอดอกพิงเสากระท่อมไม้ไผ่เก่าคร่ำคร่า สายตาคมกริบกวาดมองกลุ่มญาติผู้พี่และป้าสะใภ้หน้าเลือดที่กำลังยืนชี้ไม้ชี้มือทำท่าทางฮึดฮัดอยู่กลางแปลงผักรกร้าง ป้าพิศมัยสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลวรโชติแค่นHเสียงเยาะหยัน สองมือเท้าสะเอวพรางกวาดตามองสภาพบ้านไม้ไผ่ผุๆ และวัชพืชที่ขึ้นสูงท่วมหัว “อีริน! แกกล้าไล่ป้ากับญาติๆ เหรอวะ? ที่ดินผืนนี้ตาแก่ทิ้งมรดกไว้ให้ลูกหลานทุกคน ไม่ใช่ที่ของคนอกตัญญูอย่างแกที่หนีเข้ากรุงเทพฯ ไปหลายปีแล้วจู่ๆ ก็โผล่หัวกลับมาฮุบไว้คนเดียวแบบนี้!” “ฮุบเหรอคะ?” รินรดาย้อนถาม มุมปากยกยิ้มเย็นเยียบ อดีตนักวิเคราะห์กลยุทธ์มือฉมังอย่างเธอย่อมไม่สะทกสะท้านกับเกมจิตวิทยาตื้นๆ ของคนพวกนี้ “จำโฉนดที่ดินฉบับจริงไม่ได้เหรอคะป้า หรือว่าสมองเริ่มเสื่อมตามอายุ ที่ดินแปลงนี้เป็นชื่อแม่ของฉัน และตอนนี้ฉันคือผู้จัดการมรดกโดยชอบธรรมตามกฎหมายทุกประการ ส่วนพวกคุณ... บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนบุคคลติดต่อกันหลายปีแถมยังแอบเอาวัวมา ป้าพิศมัยหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด นางพยายามจะพุ่งเข้ามาหมายจะสั่งสอนเด็กสาวให้หลาบจำสักฉาก แต่ทว่า... *ตึง!* ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มและกางเกงสนามทหารย่างสามขุมเข้ามาขวางกั้นไว้เสียก่อน ผู้กองภูผาปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบดั่งวิญญาณ ทหารหนุ่มเจ้าของร่างหนาแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อและรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากไม่ได้เอ่ยคำขู่ใดๆ ออกมาสักคำ ทว่ารัศมีกดดันอันทรงพลังและสายตาคมปลาบที่มองตรงไปราวกับจะเชือดเฉือนเนื้อคนให้ขาดเป็นชิ้นๆ ทำเอาป้าพิศมัยและพวกพ้องถึงกับผงะถอยหลังโดยอัตโนมัติ “เขตหวงห้าม... ถอยไป” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงสั้นๆ แต่ทำเอาวงแตก “ฝากไว้ก่อนเถอะอีริน แกกับไอ้ทหารบ้านี่จำไว้เลยนะ!” ป้าพิศมัยตะโกนลั่นอย่างหัวเสีย ก่อนจะกวักมือเรียกสมุนถอยร่นออกไปจากรั้วไม้ไผ่ด้วยความหวาดกลัว รินรดาถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ ความตึงเครียดในแววตาผ่อนคลายลงเล็กน้อย เธอหันไปมองชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนนิ่งเป็นเสาหินอยู่ข้างกาย “ขอบคุณนะคะผู้กอง ถ้าไม่ได้คุณป่านนี้ฉันคงต้องเสียเวลาเถียงกับคนพวกนั้นจนค่ำแน่ๆ เลย” ผู้กองภูผาพยักหน้ารับน้อยๆ สายตาคมกริบกวาดมองแปลงผักรกร้างเต็มไปด้วยวัชพืชและหนามแหลมคมเบื้องหน้า “รกเกินไป... ถางไม่ไหวหรอกถ้าใช้มือเปล่า” “ฉันรู้ค่ะ ถึงได้บอกว่างานนี้ต้องพึ่งเทคโนโลยีเข้าช่วยหน่อย” รินรดาแววตาเป็นประกายวิบวับ เมื่อเธอนึกถึง ‘มิติลับ’ ระบบคลังสินค้าเกษตรอัจฉริยะที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่ทะลุมิติหรือสลับวิญญาณเข้ามาอยู่ในร่างนี้ ระบบที่บรรจุเมล็ดพันธุ์พืชกลายพันธุ์ชั้นยอด ปุ๋ยอินทรีย์นาโน และเครื่องจักรกลทุ่นแรงสารพัดรูปแบบ เมื่อผู้กองภูผาขอตัวเดินกลับไปตรวจดูแนวรั้วฝั่งโน้น รินรดาก็ไม่รอช้า เธอแอบส่งจิตเข้าไปในห้วงมิติลับทันที หน้าจอโฮโลแกรมใสสีฟ้าเรืองแสงปรากฏขึ้นตรงหน้า [ยินดีต้อนรับกลับสู่ระบบเกษตรอัจฉริยะค่ะ โฮสต์] [ภารกิจประจำบท: เคลียร์พื้นที่แปลงเกษตร 1 ไร่แรก และปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดแรกสำเร็จ] [ของรางวัล: เมล็ดพันธุ์แตงกวากรอบสวรรค์ (เกรด A++) และชุดน้ำยาเร่งรากวิเศษ] “จัดมาเลยค่ะระบบ!” รินรดายิ้มกริ่มในใจ พริบตานั้นเครื่องตัดหญ้าไร้สายพลังงานสูงก็ปรากฏขึ้นในมือ เธอจัดการลงมือลุยเดี่ยวท่ามกลางที่ดินมรดกที่เต็มไปด้วยหนามและวัชพืชรกเรื้อ แม้เหงื่อจะซึมไหลตามกรอบหน้าสวยคม แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความฮึกเหิมและเปี่ยมด้วยความหวัง เสียงเครื่องจักรทำงานผสานกับเสียงลมพัดผ่านยอดไผ่ริมธาร ทำให้บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนจากความรกร้างน่ากลัว กลายเป็นพื้นที่ทำมาหากินที่เต็มไปด้วยพลังชีวิต ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง พื้นที่กว่าครึ่งไร่ถูกแผ้วถางจนโล่งเตียน รินรดายืนปาดเหงื่อบนหน้าผากพลอยสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ กลิ่นดินชื้นหลังฝนตกผสมกับกลิ่นไอธรรมชาติทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ทว่าในขณะที่เธอกำลังก้มลงเตรียมจะหยิบเมล็ดพันธุ์พืชชุดแรกลงดินนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางท้ายสวน รินรดากลั้นหายใจหันขวับไปมอง ร่างสูงของภูผากليกลับมาพร้อมกับบางสิ่งที่หิ้วมาด้วยในมือ “นี่... ปลาช่อนนาตัวใหญ่ได้จากลำธารหลังบ้าน” ผู้กองหนุ่มยื่นปลาช่อนตัวอ้วนพีที่ดิ้นกระแด่วๆ ให้เธอ “เย็นนี้... ทำต้มยำกินกันเถอะ คุณน่าจะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” รินรดากะพริบตาปริบๆ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่มักจะนิ่งขรึมเสมอ แต่วันนี้กลับทอประกายความห่วงใยเจือจางออกมาอย่างชัดเจน กลิ่นอายความอบอุ่นของบ้านและครอบครัวที่ไม่เคยสัมผัสมานานแผ่ซ่านเข้ามาในอก แต่ทว่า... ในวินาทีที่รินรดากำลังจะเอื้อมมือไปรับปลาช่อนจากมือเขา เสียงกรีดร้องแหลมสูงของใครบางคนก็ดังแหวกอากาศแทรกเข้ามาจากหน้าปากทางเข้ากระท่อม! “อีริน! ออกมานี่นะ! แกกล้าดียังไงถึงแจ้งตำรวจมาจับสามีฉันที่บ้าน! วันนี้ฉันจะเผากระท่อมเฮงซุ่ยนี่ให้เป็นจุล!” เสียงนั้นคือเสียงของสะใภ้รองผู้เป็นญาติสนิทของป้าพิศมัย และตามมาด้วยเสียงฝีเท้าของผู้คนนับสิบคนที่กำลังกรูเข้ามาล้อมรอบกระท่อมไม้ไผ่ริมธารอย่างเกรี้ยวกราดในยามพลบค่ำ! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ นิยายเรื่องนี้ยังมีเรื่องราวสนุกๆ และความฟินรออยู่อีกเพียบเลยค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือทองกับนายทหารผู้พิทักษ์สวนผักหลังบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%