"ถ้าพวกคุณยังกล้าก้าวล้ำเข้ามาเหยียบเขตแดนนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ผมคงต้องใช้กฎหมายข้อหาบุกรุก หรือไม่ก็... วิธีการของทหารเก่าที่พูดกันด้วยกำปั้น"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่แฝงไว้ด้วยไอสังหารจางๆ ทำให้ป้าสำลีและลุงก้อน สองสามีภรรยาจอมหน้าด้านที่มักแวะเวียนมาสูบเลือดสูบเนื้อรินรดาเป็นประจำ ถึงกับสะดุ้งสุดตัวจนถอยกรูดไปด้านหลังสามก้าว
รินรดากระพริบตาปริบๆ มองแผ่นหลังกว้างของพันธกานต์ในชุดเสื้อเชิร์ตพับแขนเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรีที่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้า เธอเพิ่งยกกระทะหล่อเหล็กเคลือบน้ำมันร้อนฉ่าลงจากเตาถ่าน กลิ่นหอมฉุนของใบกะเพราป่าที่ผัดคั่วกับพริกแห้งและหมูสับรันเซิร์ฟตีขึ้นจมูก ช่างตัดกับบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวอย่างสิ้นเชิง
"วะ... ไอฟิลม์! แกเป็นใคร ทำไมต้องมายุ่งเรื่องของคนในครอบครัวตระกูลเราด้วยวะ!" ลุงก้อนหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าชายหนุ่มด้วยความโมโหแต่ก็ไม่กล้าเดินหน้าต่อเมื่อสบเข้ากับดวงตาดุคมกริบราวกับพญาอินทรีย์ที่จ้องเหยื่อ
"ครอบครัว?" พันธกานต์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำจนน่าขนลุก "ตอนที่รินรดาไม่มีกิน ไม่มีใครเหลียวแล พวกคุณหายหัวไปไหน พอเขาลงมือลงแรงสร้างไร่จนผลผลิตงอกงาม กลับหน้าด้านมาทวงบุญคุณ หน้าตาหนาปานนี้ น่าจะเอาไปทำถนนลาดยางนะ"
คำพูดเจ็บแสบแต่นิ่งสนิทของชายหนุ่มทำเอาป้าสำลีหน้าเขียวคล้ำ อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ นางหันมามองรินรดาด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย "นังริน! แกหาผู้ชายมาหนุนหลังเรอะ! คิดว่าจะปีกกล้าขาแข็งแล้วรึไง แกจำไว้เลยนะ ว่าที่ดินตรงนี้..."
"ที่ดินตรงนี้มีโฉนดเป็นชื่อของรินรดา และที่ดินแปลงข้างเคียงตั้งแต่แนวเขตต้นไผ่จนถึงลำห้วย ก็เป็นกรรมสิทธิ์ของผมตามกฎหมายทุกประการ" พันธกานต์ก้าวเท้าเข้าประชิดอีกนิด กดดันด้วยส่วนสูงและรัศมีอำนาจ "ถ้าพวกคุณยังไม่ไป ผมจะแจ้งความข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์และบุกรุกยามวิกาล... ตอนนี้เลยดีไหมครับ?"
รินรดามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดในอก ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านผ่านหัวใจที่เคยด้านชาจากการต่อสู้เพียงลำพัง ตลอดเวลาที่ผ่านมาในโลกใบใหม่นี้ เธอต้องใช้ทั้งมิติลับ สติปัญญา และหยาดเหงื่อเพื่อเอาตัวรอดจากคนพวกนี้ แต่วันนี้... กลับมีผู้ชายคนหนึ่งก้าวออกมายืนบังลมฝนให้ โดยไม่ลังเลเลยสักนิด
ลุงก้อนกับป้าสำลีสบตากันด้วยความหวาดกลัว ท่าทางเด็ดเดี่ยวของอดีตนายทหารหนุ่มบอกชัดเจนว่าเขาไม่ได้ขู่ สองสามีภรรยาจึงได้แต่พ่นคำหยาบคายลอดไรฟัน ก่อนจะวิ่งหางจุกตูดถอยร่นออกนอกแนวรั้วไม้ไผ่ไปอย่างไม่เป็นท่า
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา รินรดาก็ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด นางตักผัดกะเพราป่าหมูสับรสจัดจ้านใส่จานกระเบื้องเคลือบสีขาวอย่างประณีต ก่อนจะหันมามองชายหนุ่มร่างสูงที่ยังคงยืนตระหง่านรักษาความปลอดภัยอยู่หน้าเตา
"ขอบคุณมากนะคะ... เอ่อ ขอบคุณมากนะครับคุณพันธกานต์ เกือบได้ใช้กระทะฟาดหัวคนแล้วเชียว" รินรดาเผลอหลุดคำพูดติดปากแบบเดิมออกไปเล็กน้อยจนต้องรีบแก้คำลงท้ายอย่างรวดเร็ว
พันธกานต์หันกลับมามองเชฟสาว แววตาดุคมเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนจนน่าใจหาย รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "ไม่เป็นไรครับ ผมบอกแล้วว่าไร่ของเราอยู่ติดกัน มีอะไรให้ช่วยเหลือ บอกได้เสมอ... อีกอย่าง ผมไม่ได้ช่วยเพราะหวังคำขอบคุณหรอกนะ"
"อ้าว แล้วช่วยเพราะอะไรล่ะคะ... เอ้ย ครับ?" รินรดาเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกสนุก นางแกล้งเอียงคอมองเขาด้วยดวงตากลมโตเป็นประกาย
"เพราะ... ผมชอบกินอาหารฝีมือคุณมั้งครับ" พันธกานต์ตอบหน้าตาย แต่ใบหูของชายหนุ่มกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดท่ามกลางแสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าด "อีกอย่าง กลิ่นกะเพราของคุณมันรบกวนจมูกผมมาสามวันติดแล้วนะ รินรดา"
หญิงสาวหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นละมุนละไมที่ลอยอบอวลอยู่รอบตัว "ถ้าอย่างนั้นก็โชคดีไปค่ะ... เอ้ย! โชคดีไปนะครับที่คุณพันธกานต์เดินมาพอดี พอดีฉันเพิ่งทำผัดกะเพราป่าใส่ใบยี่หร่าและพริกขี้หนูสวนจากแปลงลับเสร็จพอดี ถ้าไม่รังเกียจ..."
นางเลื่อนจานกระเบื้องที่มีผัดกะเพราส่งกลิ่นหอมฟุ้งเย้ายวนใจ พร้อมข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจากข้าวหอมมะลิเก่าเมล็ดสวยมาตรงหน้าเขา
พันธกานต์ไม่ปฏิเสธ เขานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ฝั่งตรงข้าม ตักข้าวคำโตเข้าปากตามด้วยผัดกะเพราป่าเนื้อสัมผัสนุ่มฉ่ำ รสชาติเผ็ดร้อน กลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องสมุนไพรป่าแท้ๆ ระเบิดขึ้นในโพรงปากจนชายหนุ่มต้องหลับตาซึมซับความอร่อยนั้นอย่างลืมตัว "อร่อยมาก... นี่มันฝีมือระดับภัตตาคารชัดๆ"
"อร่อยใช่ไหมล่ะคะ... นะครับ สูตรนี้ฉันคิดค้นเองโดยใช้พืชสมุนไพรในพื้นที่..." รินรดายิ้มรับอย่างภูมิใจ กำลังจะอธิบายเคล็ดลับเพิ่มเติม
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเต็มไปด้วยรสชาติอาหารอันแสนวิเศษนั้นเอง
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูด้านนอกรั้วดังขึ้นอย่างกะทันหัน ตามมาด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ไม่คุ้นเคย แต่กลับทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของพันธกานต์แข็งค้างไปในทันที
"ขอโทษนะครับ... มีใครอยู่ไหมครับ? พอดีผมได้ยินว่าที่ดินแปลงนี้มีเจ้าของใหม่ที่ผลิตผลผลิตคุณภาพเยี่ยม ผมเดินทางมาจากในเมือง... สนใจอยากจะ 'เหมาซื้อ' สวนทั้งหมด พร้อมกับตัวเจ้าของไร่ด้วย... ให้ราคาไม่อั้นครับ"
สิ้นเสียงนั้น รินรดาก็สังเกตเห็นประกตาร1าวกับคมดาบของพันธกานต์ที่หันขวับไปมองยังประตูรั้วทันที ขณะที่เงาสูงโปร่งของชายแปลกหน้าในชุดสูทสากลเริ่มปรากฏขึ้นภายใต้แสงจันทร์สลัว
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอดนะครับ
กับดักกะเพราป่ากับสามีนักรบผู้หวงที่ดิน•ตอนที่ 15
การปกป้องของชายหนุ่ม
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกะเพราป่ากับสามีนักรบผู้หวงที่ดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!