"ถ้าพวกคุณยังก้าวเท้าเข้ามาในเขตแนวรั้วไม้ไผ่เส้นนั้นอีกเพียงก้าวเดียว ผมคงต้องเรียนตามตรงว่า... กฎหมายทรัพย์สินส่วนบุคคลในยุคนี้ คุ้มครองกระสุนปืนลูกซองในมือผมค่อนข้างดีทีเดียวครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบเย็นเยียบของพันธกานต์ ดังทะลุผ่านความเงียบสงบของยามบ่าย ทว่ากลับทรงพลังราวกับเสียงคำรามของเสือโคร่งที่ปกป้องอาณาเขต ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีเขียวเข้มและกางเกงสนามเก่าๆ ยืนพิงเสารั้วด้วยท่าทางสบายๆ ทว่าดวงตากลับคมกริบดุจเหยี่ยว มือหนากำด้ามปืนยาวที่พาดอยู่บนบ่าไว้อย่างมั่นคง
รินรดายืนอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของสามี เธอไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือเรียวบางกำลังเช็ดคราบดินออกจากใบมีดทำสวนด้วยผ้าสะอาดอย่างใจเย็น สายตาส่งผ่านความเย้ยหยันไปเบื้องหน้า
กลุ่มคนที่ยืนออยู่นอกเขตรั้วคือ "ป้าสมสมัย" พี่สาวแท้ๆ ของพ่อเธอ พร้อมด้วยลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่าง "เกรียงไกร" ที่สภาพเนื้อตัวมอมแมมและหอบหายใจฮืดฮาดจากการเดินลุยสวนเข้ามา ทั้งสองคนมีสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและตื่นกลัวระคนกัน
"ไอ้... ไอ้พันธกานต์! แกกล้าดียังไงเอาปืนมาขู่ชาวบ้าน นี่ฉันเป็นป้าของเมียแกนะโว้ย!" สมสมัยชี้หน้าตะโกนเสียงแหลมสูง ใบหน้ายับยู่ยี่ด้วยความโมโหจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "นังริน! แกหลบอยู่ข้างหลังผู้ชายแล้วเหرอกล้าหดหัวรึไง! ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้ มรดกของตาแก ที่ดินแปลงนี้... มันควรเป็นของตระกูลเรา ไม่ใช่มาขายให้คนนอกอย่างแกครอบครอง!"
รินรดายิ้มมุมปาก เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวออกมายืนเคียงข้างชายหนุ่ม กลิ่นอายความมั่นใจและเด็ดเดี่ยวแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอจนสมสมัยชะงักไปชั่วขณะ
"ป้าสมสมัยครับ... คำว่า 'คนนอก' นี่หมายถึงใครเหรอครับ?" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ "ที่ดินแปลงนี้ตาฉันยกให้ฉันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีพยาน มีเอกสารสิทธิ์ครบถ้วน ไม่ได้ไปแอบอ้างขโมยมาเหมือนพฤติกรรมบางคนที่ชอบบุกรุกยามเจ้าของบ้านไม่อยู่ แล้วนี่อะไรครับ... พา
ไอ้เกรียงไกรมาด้ๆ มองๆ แถวเรือนเพาะชำหลังบ้านฉันเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน หวังจะมาหาอะไรเหรอครับ หรือหวังจะมาขโมยโฉนดที่ดินเหมือนคดีเก่าที่ยังเคลียร์กันไม่จบดีล่ะครับ"
ใบหน้าของเกรียงไกรเผือดสีลงทันทีเมื่อถูกจี้ใจดำ เขารีบหลบสายตา ละล่ำละลักปฏิเสธเสียงสั่น "แม่... อย่าไปฟังมันพูด! นังนี่มันตลบตะแลง พวกเราแค่มารดาน้ำให้แปลงผักตามประสาญาติ..."
"ญาติ?" พันธกานต์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทำเอาสองแม่ลูกสะดุ้งเฮือก "ญาติที่ไหนเขาปีนรั้วลวดหนามเข้ามาตอนตีสอง ญาติที่ไหนเขาพยายามงัดหน้าต่างห้องเก็บของเพื่อหาเอกสารสำคัญ... ถ้าผมไม่อยู่และสุนัขในไร่ไม่เหủaเตือนเสียก่อน ป่านนี้พวกคุณคงได้ไปอธิบายเรื่องนี้ใน191 แทนที่จะมายืนเห่าหอนอยู่ตรงนี้แล้วกระมังครับ"
บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก สมสมัยหน้าดำคร่ำเครียด นางรู้ดีว่าสามีของหลานสาวคนนี้ไม่ใช่คนพูดเล่น และสายตาดุดันคู่นั้นก็แสดงออกชัดเจนว่าพร้อมจะเอาจริงหากพวกนางล้ำเส้นเข้ามาแม้แต่นصفนิ้ว
ทว่า ความโลภมักบังตาคนได้เสมอ สมสมัยกัดฟันกรอด นางกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณไร่ที่ตอนนี้เขียวขจี เต็มไปด้วยพืชผักแปลกตาที่เติบโตงอกงามอย่างรวดเร็วราวกับมีเวทมนตร์ แปลงกะเพราป่าส่งกลิ่นหอมฉุนยั่วยวนลอยมาตามลม ยิ่งมองก็ยิ่งเจ็บใจ คิดว่าหากยึดที่ดินแปลงนี้มาได้ ทั้งสวนพืชพันธุ์และรายได้มหาศาลคงตกเป็นของครอบครัวนางทั้งหมด
"แก... นังเนรคุณ! แกจำใส่กะโหลกไว้เลยนะว่าตระกูลเราไม่ยอมแพ้หรอก โฉนดนั่นแกได้มาด้วยกลโกง! ฉันจะไปฟ้องศาล จะไปแจ้งความเอาผิดพวกแกข้อหาฮุบสมบัติ!" สมสมัยแผדเสียงกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะหันไปดึงแขนลูกชาย "ไอ้เกรียง กลับ! วันนี้ปล่อยมันไปก่อน เดี๋ยวเราค่อยมาจัดการใหม่!"
เกรียงไกรพยักหน้ารับด้วยความหวาดกลัว เขารีบถอยหลังกรูดตามแม่ไป แต่ก่อนจะหันหลังกลับ เขายังไม่วายส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาให้รินรดา พร้อมกับพึมพำลอดไรฟัน "ฝากไว้ก่อนเถอะ... กูไม่ปล่อยพวกมึงไว้แน่"
รินรดามองตามหลังสองแม่ลูกที่เดินลุยพงหญ้าหนีหายไปจนลับตา ถอนหายใจเบาๆ ออกมาด้วยความเหนื่อยหน่ายกับความโลภที่ไม่เคยรู้จักพอของคนกลุ่มนี้
"ปล่อยให้พวกมันดิ้นรนไปเถอะครับ" มือหนาของพันธกานต์เอื้อมมาโอบไหล่บางของเธอไว้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นซ่านถ่ายทอดความมั่น and ความปลอดภัยมาให้ "ในเมื่อเอกสารทุกอย่างอยู่ในมือเรา และเขตแดนนี้ผมจัดการเสริมความแน่นหนาไว้หมดแล้ว พวกมันไม่มีทางเข้ามาทำอะไรคุณได้หรอก"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาด ชายหนุ่มคนนี้ไม่เคยปล่อยให้เธอต้องเผชิญปัญหาตามลำพังเลยสักครั้ง ตั้งแต่แต่งงานกันมา เขาคือกำแพงเหล็กที่คอยปกป้องคุ้มครองเธอจากพายุร้ายทุกรูปแบบ
"ขอบคุณนะคะ... เอ้ย ขอบคุณนะครับคุณพี่" รินรดาแกล้งแซิดด้วยรอยยิ้มหยอกล้อ ทำเอาพันธกานต์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี
"เรียกซะเต็มยศเลยนะครับภรรยา... ว่าแต่ เมื่อครู่ใช้แรงไปเยอะ ท้องเริ่มร้องหรือยังครับ?" พันธกานต์เปลี่ยนเรื่อง พร้อมกับกวาดสายตาไปยังแปลงกะเพราป่าที่เขียวชอุ่มชวนมอง "ผมจำได้ว่าคุณบอกว่าจะทำเมนูเด็ดจากกะเพราป่าป่าลึกที่เพิ่งเก็บมาจากมิติของคุณไม่ใช่เหรอครับ? ไหนล่ะ... กลิ่นหอมๆ ที่เริ่มโชยมานี่ ฝีมือใครกัน?"
รินรดาดวงตาสดใสขึ้นมาทันที เมื่อนึกถึงวัตถุดิบชั้นเลิศที่เธอเพิ่งเก็บเกี่ยวมาจากมิติลับ "นั่นสิคะ... อ่า หมายถึง นั่นสินะครับ! เกือบลืมไปเลยว่าวัตถุดิบรออยู่" เธอรีบดึงมือสามีให้เดินตามไปยังห้องครัวเปิดโล่งข้างบ้านทันที
กลิ่นหอมสมุนไพรเผ็ดร้อนและใบกะเพราป่ากลิ่นเฉพาะตัว เริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณทันทีที่รินรดาเปิดฝาหม้อดินเผา เนื้อหมูสามชั้นติดมันหั่นชิ้นพอดีคำถูกเคี่ยวจนนุ่มละมุนลิ้น ผัดคลุกเคล้ากับพริกขี้หนูสวนตำมือสีแดงสดและกระเทียมไทยกลีบเล็ก ส่งเสียงฉ่าเร้าใจเมื่อกระทบกับกระทะเหล็กหล่อร้อนๆ ตามด้วยใบกะเพราป่าสีเขียวเข้มที่ถูกโยนลงไปเป็นขั้นตอนสุดท้าย สะบัดตะหลิวเพียงสามครั้ง กลิ่นหอมฟุ้งอันเป็นเอกลักษณ์ก็ตลบอบอวลไปทั่วทั้งไร่ จนส่งกลิ่นเย้ายวนลอยไปไกลถึงบ้านพักของเพื่อนบ้านข้างเคียง
ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับความหอมที่รุนแรงจนชวนน้ำลายสอ เมนู "ผัดกะเพราป่าหมูสามชั้นคั่วแห้งสูตรพิเศษ" ถูกตักใส่จานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา เคียงด้วยไข่ดาวกรอบนอกนุ่มในที่ไข่แดงเยิ้มกำลังดี
พันธกานต์สูดกลิ่นหอมเข้าปอดลึก สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความคาดหวังเต็มเปี่ยม เขาขยับเก้าอี้ไม้เข้ามาใกล้โต๊ะอาหารทันทีอย่างรู้หน้าที่
"กลิ่นแบบนี้... ต่อให้พวกสมสมัยยกพวกมาอีกสบรอบ ผมก็คงไม่ยอมละสายตาจากจานนี้แน่นอนครับ" ชายหนุ่มกล่าวติดตลกระคนชื่นชม
รินรดายิ้มกริ่ม เธอตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่จานให้สามี ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งตรงข้าม เตรียมจะตักอาหารเข้าปากเพื่อลิ้มรสชาติความอร่อยหลังจากผ่านศึกหนักมาหมาดๆ
ทว่า... ในวินาทีที่ช้อนกำลังจะตักข้าวเข้าปากนั้นเอง
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูด้านหน้าไร่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่ใช่เสียงเคาะแบบสุภาพ แต่เป็นการทุบปังๆ รัวเร็วด้วยความร้อนรน
ทั้งสองคนชะงักค้าง พันธกานต์ขมวดคิ้วมุ่นวางช้อนลงทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทางประตูรั้วหน้าบ้านด้วยความสงสัยระคนระแวดระวัง
ในยามวิกาลใกล้พลบค่ำเช่นนี้ และหลังจากที่เพิ่งไล่ญาติจอมแสบกลับไปไม่นาน ใครกัน... ที่กล้าบุกมาเคาะประตูบ้านของนายทหารผู้หวงที่ดินคนนี้อีก?
รินรดาววางช้อนลงช้าๆ หัวใจเต้นระรัวขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นเงาร่างลางเลือนที่ทาบทับอยู่หลังกระจกประตูรั้ว... มันไม่ใช่ร่างของป้าสมสมัย แต่มันคือเงาของใครบางคนที่มีรูปร่างสูงโปร่ง คล้ายคลึงกับคนจากในอดีตที่เธอไม่อยากพบเจอมากที่สุดในชีวิต!
--------------------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอดนะครับ
กับดักกะเพราป่ากับสามีนักรบผู้หวงที่ดิน•ตอนที่ 14
เมื่อจอมสูบเลือดบุกถึงที่
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกะเพราป่ากับสามีนักรบผู้หวงที่ดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!