กลิ่นหอมฉุนของใบกะเพราป่าที่ถูกความร้อนจากเตาถ่านกระแทกเข้ากับน้ำมันหมูเจียวใหม่ๆ ไม่ได้เป็นเพียงแค่กลิ่นอาหารธรรมดาทั่วไป แต่มันคืออาวุธลับชั้นยอดที่ลอยทะลุผ่านรั้วไม้เก่าๆ ไปกระชากสติของชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเยือกเย็นที่สุดในย่านนี้
"ฟึ่บ..."
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวกลับเข้ามาในรั้วบ้านอย่างกะทันหัน ทำให้รินรดาที่กำลังถือตะหลิวผัดกะเพราหมูสับป่าในกระทะเหล็กต้องชะงักมือ เธอยังไม่ทันได้หันไปมอง เจ้าของร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มและกางเกงขายาวสนามก็มายืนตระหง่านอยู่ตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัวกลางแจ้งเสียแล้ว
ดวงตาคมกริบของพันธกานต์จ้องมองไปยังกระทะเหล็กที่ควันโขมงลอยคลุ้ง กลิ่นใบกะเพราป่าที่ขึ้นชื่อเรื่องความเผ็ดร้อนและใบเล็กเหนียวแน่นกำลังส่งกลิ่นหอมรุนแรงเตะจมูก ชายหนุ่มผู้ไม่เคยแสดงความกระตือรือร้นกับเรื่องกินข้าวบ้านคนอื่น กลับกำลังกวาดสายตามองเมล็ดพริกขี้สวนสีแดงสดที่ตำหยาบๆ ผสมคลุกเคล้ากับเนื้อหมูสับชิ้นโตที่รินรดาตั้งใจเลือกส่วนสะโพกติดมันนิดๆ อย่างเผลอไผล
"คุณ... ไหนบอกว่าจะกลับไปกินข้าวบ้านตัวเองไงครับ?" รินรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความประหลาดใจ
พันธกานต์ไม่ได้ตอบคำถามทันที สันจมูกโด่งเป็นสันคมสูดกลิ่นหอมของอาหารเข้าไปลึกโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าคมเข้มที่มักจะตีสีหน้าเรียบเฉยเป็นนิจ บัดนี้กลับมีร่องรอยของความลังเลปรากฏขึ้นครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มแล้วกวาดสายตามาสบตากับเธอตรงๆ
"ผมยังไม่ได้บอกว่าจะไม่กินข้าวที่นี่" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอמהยออกมา แต่นัยน์ตากลับกวาดมองไปที่จานกระเบื้องเคลือบสีขาวที่มีข้าวสวยร้อนๆ เม็ดเรียงตัวสวยวางรออยู่แล้ว
"อ๋อเหรอครับ นึกว่าเดินหนีหายไปเพราะรำคาญเสียงผมเสียอีก" รินรดาแกล้งแซ่วยิ้มๆ มือเรียวขยับตะหลิวผัดส่วนผสมในกระทะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปิดเตาถ่าน กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณจนคนฟังถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของกับข้าวรสจัดจ้านธรรมดา แต่เป็นฝีมือระดับเชฟที่ดึงเอาเอกลักษณ์ของวัตถุดิบในมิติลับของรินรดาออกมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ใบกะเพราป่าเก็บสดๆ จากแปลงปลูกที่ได้รับละอองหมอกวิเศษให้รสสัมผัสเผ็ดร้อนซ่าลิ้นและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ต่างจากกะเพราปลูกตามตลาดทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
รินรดาตักผัดกะเพราป่าหมูสับโปะลงบนจานข้าวสวยร้อนๆ ควันฉุยจนเป็นไอ สีสันของอาหารจานนี้ตัดกันอย่างลงตัว ทั้งสีเขียวเข้มของใบกะเพรา สีแดงของพริกสวน และสีน้ำตาลเข้มเคลือบเงาจากซอสสูตรพิเศษที่เธอปรุงขึ้นเองโดยใช้ความหวานธรรมชาติจากหอมหัวใหญ่ในมิติพิเศษ
เธอยื่นจานข้าวให้เขา พร้อมกับช้อนและส้อมที่วางเคียงกันอย่างเรียบร้อย
"เชิญครับ... นายทหารผู้หวงที่ดิน ลองชิมดูหน่อยว่าฝีมือเชฟตกอับคนนี้ พอจะสู้กับข้าวฝีมือแม่ครัวในเมืองได้ไหม"
พันธกานต์รับจานนั้นมาด้วยมือหนา นิ้วแกร่งสัมผัสโดนขอบจานอุ่นๆ เขานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เกรงใจ แม้ภายนอกจะยังคงรักษามาดขรึมไว้ได้ แต่สายตาที่จดจ้องไปยังไข่ดาวกรอบนอกนุ่มในที่วางโปะอยู่ด้านบนสุดนั้นกลับเป็นประกายระยิบระยับอย่างปิดไม่มิด
ชายหนุ่มใช้ปลายช้อนตัดไข่ดาวให้ไข่แดงเยิ้มๆไหลเคลือบเมล็ดข้าว ก่อนจะตักคำแรกเข้าปาก
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ...
รินรดายืนกอดอกมองปฏิกิริยาของเขาด้วยความลุ้นระทึก แม้จะมั่นใจในฝีมือตัวเอง แต่การทำอาหารให้คนปากแข็งอย่างพันธกานต์กินเป็นครั้งแรก มันก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้
พันธกานต์เคี้ยวอย่างช้าๆ รสชาติเผ็ดร้อนของพริกขี้สวนพุ่งทะยานขึ้นจมูก ตามด้วยความหอมล้ำลึกของใบกะเพราป่าที่อบอวลอยู่ในปาก ความกลมกล่อมของเนื้อหมูที่นุ่มชุ่มฉ่ำไม่แห้งกระด้าง ผสานกับความมันกรอบของไข่ดาวทอดด้วยน้ำหมูเจียว ทำให้ต่อมรับรสทุกส่วนในร่างกายตื่นตัวขึ้นพร้อมกัน มันไม่ใช่แค่อร่อย... แต่มันมีความรู้สึกอบอุ่น รสชาติบ้านๆ ที่หาไม่ได้จากร้านอาหารราคาแพงในเมืองกรุง
ดึงสติกลับมาได้ พันธกานต์ก็ตักคำที่สองเข้าปากทันทีโดยไม่มีการเอ่ยชมใดๆ ออกมาสักคำ แต่วิธีการกินที่รวดเร็วและสีหน้าพึงพอใจนั้นฟ้องทุกอย่างยิ่งกว่าคำพูดเสียอีก
"อร่อยล่ะสิครับ?" รินรดาแกล้งเอ่ยถามเสียงใส
"ใช้ได้" คำตอบสั้นๆ ห้วนๆ ตามสไตล์อดีตนายทหาร แต่กลับกวาดข้าวหมดจานในเวลาไม่ถึงห้านาที
รินรดากลั้วหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเตรียมจะหันไปหยิบเหยือกน้ำมาเทให้เขา แต่จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่ารำคาญแว่วลอยเข้ามา
"รินรดา! แกเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ! อย่าคิดว่าหลบอยู่ในบ้านแล้วจะรอด ชักดาบเงินกู้ยืมยายมาตั้งหลายบาท แกต้องชดใช้มาให้หมดวันนี้!"
เสียงแหลมของป้าสำлиงญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อดังแทรกเข้ามาในบรรยากาศอันสงบสุข รินรดาขมวดคิ้วมุ่นทันที ใบหน้าที่กำลังยิ้มแย้มเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาฉับพลัน
แต่ก่อนที่รินรดาจะได้ก้าวเท้าเดินไปที่ประตู พันธกานต์ที่เพิ่งวางช้อนลงในจานเปล่า ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบหันไปมองทางประตูรั้วด้วยแววตาดุดันราวกับพยัคฆ์หวงถิ่น
"นั่งกินน้ำรอไปก่อน" พันธกานต์เอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผม... คนพวกนี้ ดูท่าทางจะยังไม่หลาบจำกับเขตหวงห้ามสินะครับ"
รินรดายืนนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกแปลกใหม่ที่เอ่อล้นในอก... นี่สินะ ความรู้สึกที่มีคนคอยยืนเคียงข้างและปกป้องจากปัญหาพะรุงพะรังพวกนี้
——————————————
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" เสมอมานะครับ!)
กับดักกะเพราป่ากับสามีนักรบผู้หวงที่ดิน•ตอนที่ 4
กับข้าวที่ซื้อใจคนเย็นชา
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักกะเพราป่ากับสามีนักรบผู้หวงที่ดิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!