“ถอดมันออกซะ เรย์... ผ้าไหมเกรดเอพวกนี้ไม่ได้ช่วยกลบกลิ่นความกลัวที่คุณกำลังพยายามปิดบังอยู่หรอกค่ะ”
เสียงแหลมคมของคริสติน่ากรีดผ่านความเงียบในห้องสตูดิโอส่วนตัว แสงไฟสปอร์ตไลท์ดวงเดี่ยวส่องกระทบชุดราตรีหางปลาสีนิลที่แขวนอยู่บนหุ่นโชว์ แต่มันกลับดูหม่นหมองเมื่อเทียบกับแววตาของผู้หญิงสองคนที่ยืนประจันหน้ากัน เรย์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ เธอเพิ่งเผาผลงานชิ้นโบแดงที่หมายมั่นจะใช้ปิดตำนานความล้มเหลวของตัวเองทิ้งไปเพียงเพราะมันขาด ‘จิตวิญญาณ’
“ความกลัวเหรอคะ?” เรย์แค่นหัวเราะ เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย “สิ่งที่ฉันกลัวที่สุดไม่ใช่การที่คอลเลกชันนี้จะแป้ก หรือการที่คนทั้งวงการจะตราหน้าว่าฉันคือดีไซเนอร์ที่หมดไฟ แต่มันคือการที่ฉันพยายามปั้นแต่งทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ... จนลืมไปว่าคนที่จะใส่มันเขารู้สึกอย่างไร”
คริสติน่าก้าวเข้ามาใกล้ระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงแนววู้ดดี้เย็นๆ ของเธอทำให้เรย์ชะงัก สายตาที่เคยเฉยชาของบรรณาธิการบริหารสาวบัดนี้กลับวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่กำลังจะดับ เธอไม่ใช่นางมารร้ายในชุดแบรนด์เนมอีกต่อไป แต่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่แบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า
“แฟชั่นคือเปลือกนอกค่ะ เรย์” คริสติน่าเอ่ยเสียงแผ่ว พลางยกมือขึ้นแตะปกเสื้อของดีไซเนอร์รุ่นน้องอย่างแผ่วเบา “เราหุ้มห่อตัวเองด้วยผ้าไหม ลูกไม้ และรอยเย็บที่ประณีตเพื่อปกปิดรอยร้าวข้างใน แต่คุณรู้อะไรไหม? คนที่มองเห็นความงามที่แท้จริง ไม่ใช่นักวิจารณ์ในแถวหน้าหรอกนะ แต่มันคือคนที่กล้าเห็นรอยร้าวนั้นและไม่เดินหนีไปไหนต่างหาก”
เรย์เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้า ความมั่นใจที่เคยสร้างขึ้นเป็นเกราะกำบังพังทลายลงจนหมดสิ้น “คุณกำลังจะบอกว่า... สิ่งที่ฉันทุ่มเทมาตลอดหลายปีนี้มันไม่มีความหมายเลยเหรอคะ? ทั้งความทระนง ตัวตน และความสำเร็จที่ฉันไขว่คว้ามาด้วยการแลกด้วยหยาดเหงื่อ”
“มันมีความหมายค่ะ... แต่มันไม่พอ” คริสติน่าขยับเข้าใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้า “ความสำเร็จที่ปราศจากความรัก คือความว่างเปล่าที่หรูหราที่สุด เรย์... คุณกำลังพยายามพิสูจน์ให้คนทั้งโลกเห็นว่าคุณเก่งแค่ไหน แต่คุณเคยลองพิสูจน์ให้คนที่คุณรักเห็นบ้างไหมว่าคุณ ‘อ่อนแอ’ เป็น?”
ประโยคนั้นเปรียบเสมือนกุญแจที่ไขเข้าสู่ห้องมืดมิดในใจของเรย์ เธอเคยคิดว่าความรักคืออุปสรรคที่ขัดขวางจินตนาการ แต่ยามที่มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของคริสติน่า เธอกลับเห็นภาพสะท้อนของตัวเองที่โหยหาความอบอุ่นมากกว่าเสียงปรบมือ เรย์ตัดสินใจทำสิ่งที่คาดไม่ถึง เธอขยับกายเข้าไปใกล้จนหน้าผากของทั้งคู่จรดกัน ความเงียบงันในสตูดิโอดังยิ่งกว่าเสียงดนตรีรันเวย์ใดๆ ที่เธอเคยจัด
“ถ้าฉันยอมถอดเปลือกนอกพวกนี้ออก...” เรย์กระซิบ แววตาของเธอเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความเว้าวอน “คุณจะยังยืนอยู่ตรงนี้เพื่อดูสิ่งที่เหลืออยู่ข้างในจริงๆ ของฉันไหมคะ?”
คริสติน่าหลับตาลงนิ่งนาน ก่อนจะขยับยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่เป็นของจริงและไม่มีการปรุงแต่ง—มือเรียวสวยของเธอกุมมือเรย์เอาไว้แน่น ความอบอุ่นที่ส่งผ่านผิวหนังทำให้หัวใจของดีไซเนอร์สาวเต้นรัวราวกับจังหวะชีวิตที่เพิ่งเริ่มต้นใหม่
“ฉันไม่ได้รอแค่รันเวย์ของคุณนะ เรย์... ฉันรอคุณอยู่ตรงนี้มาตลอด”
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังลึกซึ้งจนยากจะถอนตัว เสียงกริ่งประตูสตูดิโอที่ถูกกดรัวเร็วอย่างร้อนรนก็ดังขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุคคลที่ทั้งสองคนไม่อยากพบเจอที่สุดในยามนี้
ร่างสูงในชุดสูทสีขาวสะอาดตาเดินฝ่าความเงียบเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับฉายแววอาฆาตมาดร้ายอย่างปิดไม่มิด มือที่ถือซองเอกสารสีน้ำตาลนั้นสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะทำงานกลางห้อง ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของคริสติน่าและเรย์
“ไม่ต้องสวีทกันให้มากความหรอกค่ะ เพราะสิ่งที่อยู่ในซองนี้ จะทำให้รันเวย์สุดท้ายของคุณกลายเป็นสุสานแห่งความอัปยศที่ไม่มีวันลืม”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจที่สุดแบบนี้ไปกับควีนบีทูโกนะคะ
Runway Ruin: ร้ายให้สุด หยุดที่หัวใจเธอ•ตอนที่ 36
บทเรียนจากความรัก
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Runway Ruin: ร้ายให้สุด หยุดที่หัวใจเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!