“คุณจะเชื่อมัน... หรือจะเชื่อผมครับ?”
ผมถามออกไปพลางก้าวเข้าไปประชิดตัวพิมพ์ มือของผมสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัวเกรท แต่มันสั่นเพราะกลัวว่าแววตาที่พิมพ์มองมาในวินาทีนี้ มันกำลังสั่นคลอนความเชื่อใจที่เราสร้างกันมาตลอดหลายเดือน
บนหน้าจอมือถือเครื่องนั้น ภาพถ่ายตัดต่ออย่างแนบเนียนของผมกับหญิงสาวอีกคนในสถานบันเทิงยามค่ำคืนดูสมจริงจนน่ากลัว มันคือกับดักที่เกรทวางไว้เพื่อทำลายทุกอย่างที่ผมพยายามปกป้อง พิมพ์ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องสมุดมุมอับ เธอกำชายเสื้อตัวเองแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ใบหน้าสวยหวานที่มักจะดูนิ่งสงบ บัดนี้กลับฉายแววสับสนและเจ็บปวดอย่างปิดไม่มิด
“พิมพ์... มองตาผมครับ” ผมพยายามรักษาน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ในใจจะอยากตะโกนก้องว่านี่คือเรื่องโกหก “ผมอาจจะเป็นนักกีฬาที่ดูเหมือนเล่นไปวันๆ ในสายตาใครหลายคน แต่เรื่องความรู้สึก ผมไม่เคยเล่นตลกกับมัน โดยเฉพาะกับคุณ”
พิมพ์เงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่นั้นเริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นก้อนสะอื้น “ธันวา... มันไม่ใช่แค่รูปภาพ แต่มันคือคำพูดที่คนเขาลือกันทั้งมหาลัย นายบอกว่านายให้เกียรติฉัน แต่ทำไมสิ่งที่เห็นมันถึงย้อนแย้งกับคำพูดของนายขนาดนี้ล่ะ?”
ผมไม่ได้ตอบในทันที ผมค่อยๆ เอื้อมมือไปคว้าข้อมือเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ส่งผ่านไปคือความอบอุ่นที่ผมหวังว่ามันจะช่วยเตือนสติว่านี่คือตัวจริง ไม่ใช่เงาในรูปถ่าย “ไปกับผมเถอะครับ ตรงนี้ไม่ใช่ที่ที่เหมาะจะคุยกัน”
เราออกมาจากห้องสมุดโดยที่ผมกุมมือพิมพ์ไว้แน่น ผมพาเธอไปที่ดาดฟ้าของตึกคณะศิลปศาสตร์ ที่นั่นลมแรงพัดผ่านใบหน้าเราจนเย็นเยียบ แต่มันก็ช่วยให้สติของพิมพ์เริ่มกลับมา ผมปล่อยมือเธอแล้วเดินไปยืนพิงระเบียง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมา เปิดแอปพลิเคชันดูบันทึกตำแหน่งย้อนหลังและข้อความในแชทที่เกรทเคยทักมาข่มขู่
ผมยื่นหน้าจอให้เธอดู “รูปนั้นถูกถ่ายตั้งแต่วันที่ผมไปแข่งที่ต่างจังหวัด ซึ่งหลักฐานการเข้าพักโรงแรมและตั๋วรถไฟของผมอยู่ที่นี่ทั้งหมด ผมไม่เคยไปที่นั่น ไม่เคยแม้แต่จะคิดจะทำแบบนั้นกับใคร”
พิมพ์ไล่สายตามองสิ่งที่ผมยื่นให้ ความโกรธเคืองในแววตาค่อยๆ จางลง เหลือเพียงความเหนื่อยล้า เธอทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้ตัวยาว ก่อนจะซบหน้าลงกับฝ่ามือ “ฉันเหนื่อย... ธันวา ฉันเหนื่อยที่ต้องคอยระแวง ต้องคอยตอบคำถามเพื่อน ต้องคอยฟังข่าวลือแย่ๆ เกี่ยวกับนาย ฉันไม่ได้อยากเป็นคนขี้ระแวง แต่มันยากเหลือเกินที่จะเชื่อใจใครสักคนในสถานการณ์แบบนี้”
ผมเดินเข้าไปนั่งข้างๆ เธอ เว้นระยะห่างให้พอเหมาะเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกอึดอัด ผมเอนตัวพิงพนักม้านั่ง แหงนหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง “รู้ไหมครับ ทำไมผมถึงชอบบาสเกตบอล?”
พิมพ์เงยหน้ามองผมด้วยแววตาฉงน “เพราะนายหลงใหลในชัยชนะ?”
“ไม่ใช่ครับ” ผมยิ้มบางๆ “เพราะบาสเกตบอลเป็นกีฬาที่ไม่มีใครเล่นคนเดียวได้ ต่อให้คุณเก่งแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีเพื่อนร่วมทีมที่เชื่อใจกัน คุณก็ไม่มีวันชู้ตลงห่วงได้หรอก พื้นที่ปลอดภัยของผมในสนามคือเพื่อนร่วมทีม ส่วนพื้นที่ปลอดภัยในชีวิตของผม... ตั้งแต่วันที่ผมเจอคุณ มันก็คือการได้นั่งมองคุณอ่านหนังสือเงียบๆ หรือแม้แต่การได้เห็นคุณโกรธผมแบบนี้ล่ะครับ”
คำพูดของผมทำให้ไหล่ที่เกร็งของพิมพ์เริ่มผ่อนคลาย เธอหันมามองผม ดวงตาที่เคยสั่นไหวเริ่มกลับมามีความมั่นคง “นายพูดเหมือนนายเป็นพระเอกนิยายที่ฉันเคยอ่านเลยนะ”
“ผมไม่ใช่พระเอกครับ ผมก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่อยากเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้คุณในวันที่โลกข้างนอกมันใจร้ายกับคุณเกินไป” ผมเอื้อมมือไปเกลี่ยผมที่ปรกหน้าเธอเบาๆ “อย่าให้คนพาลๆ อย่างเกรทมาพรากความเชื่อใจที่คุณมีให้ผมเลยนะ ถือว่าผมขอร้อง”
พิมพ์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเอนศีรษะมาซบที่ไหล่ของผม “ฉันจะเชื่อใจนายอีกครั้ง... แต่ถ้านายทำให้ฉันเสียใจขึ้นมาอีกรอบ ฉันจะไม่หันหลังกลับมามองนายแน่นอน เข้าใจไหม?”
ผมหลุดยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ ความรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก “ครับ ผมสัญญาด้วยเกียรติของกัปตันทีมบาสเลย”
ช่วงเวลาที่ความตึงเครียดเริ่มคลี่คลายลง บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะใจดีกับเรามากขึ้น แต่ทว่า... ความเงียบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่ดังสะท้อนก้องจากทางขึ้นดาดฟ้า พิมพ์สะดุ้งสุดตัวและผละออกจากไหล่ผมทันที เราทั้งคู่หันไปมองต้นเสียงพร้อมกัน
เงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงประตูทางเข้า แสงไฟจากทางเดินสาดส่องเข้ามาทำให้เห็นใบหน้าของคนผู้นั้นไม่ชัดนัก แต่ทว่าแววตาที่จ้องมองมานั้นกลับคมกริบราวกับมีดเลือน
“หวานกันพอหรือยังครับ?” เสียงทุ้มต่ำและคุ้นหูอย่างน่าประหลาดเอ่ยขึ้น พร้อมกับเสียงก้าวเดินที่ดูหนักแน่นและเยือกเย็นกว่าเกรทหลายเท่า “ธันวา... นายคงลืมไปว่าการทำลายชื่อเสียงน่ะ มันแค่จุดเริ่มต้น แต่สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ต่างหาก คือเกมจริงที่นายไม่มีวันรับมือไหว”
บุคคลปริศนาคนนั้นก้าวพ้นเงามืดออกมา เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้หัวใจของผมแทบหยุดเต้น พิมพ์ถึงกับปิดปากแน่นด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าคือใคร... เพราะเขาไม่ใช่แค่ศัตรู แต่มันคือ 'คนในครอบครัว' ที่ผมพยายามหนีมาตลอดชีวิต!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของธันวากับพิมพ์มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ•ตอนที่ 51
พื้นที่ปลอดภัยของกันและกัน
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Dunk into Your Heart: ชู้ตให้ลงกลางใจเธอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!