กลิ่นอับของกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าและกลิ่นอายความชื้นจากฝาท่อระบายน้ำด้านนอก คือสิ่งเดียวที่ต้อนรับการกลับมาของรินรดาในค่ำคืนนี้
เอกสารปึกหนาในซองสีน้ำตาลถูกโยนลงบนโต๊ะไม้เนื้ออ่อนที่ขาข้างหนึ่งโยกเยกจนต้องใช้สมุดโทรศัพท์หนาเตอะมารองไว้ เสียงกระแทกนั้นดังสะท้อนก้องห้องเช่าขนาดสิบสองตารางเมตร ซึ่งเป็นทั้งห้องนอน ห้องทำงาน และพื้นที่ซับน้ำตาตลอดสามปีที่ผ่านมา
สามปีเต็มที่ชื่อของรินรดาถูกลบออกจากสารบบวงการแฟชั่นชั้นสูง ถูกตราหน้าว่าเป็น “โจรขโมยแบบ” และ “คนทรยศ” เพียงเพราะเงาอำนาจมืดของใครบางคนต้องการฮุบผลงานชิ้นเอกที่เธอใช้หยาดเหงื่อทั้งชีวิตแลกมา สังคมพิพากษาเธอไปเรียบร้อยแล้ว บนพื้นที่โซเชียลมีเดียเธอยังคงเป็นอีตัวจอมปลอมที่สมควรถูกเหยียบย่ำให้จมดิน แต่ในความเป็นจริง ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงนี้—ในชุดเสื้อเชيرสีขาวเรียบง่ายและกางเกงสแล็คเก่าๆ—ไม่ใช่รินรดาคนเดิมที่เอาแต่ร้องไห้กระซิกๆ อีกต่อไปแล้วค่ะ
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้มีความหวาดกลัวเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลกที่สะท้อนกับแสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ บนเพดาน
“ยินดีต้อนรับกลับสู่นรกขุมเดิมนะริน” เธอบอกกับตัวเองเบาๆ พลางปลดกระดุมเม็ดบนออกด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธแค้นที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงแหลมปรี๊ดของป้าเจ้าของหอพักที่ดังทะลุไม้กระดานบางๆ เข้ามา
“นี่! นังริน! ค่าห้องงวดนี้จะจ่ายได้หรือยัง? ถ้าไม่มีปัญญาจ่ายก็ไสหัวออกไปซะ! อย่ามาทำให้หอฉันเสียชื่อที่มีคนติดคุกทางสังคมมาเช่าอยู่เลยนะยะ!”
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน เธอเดินไปเปิดประตูช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยที่ทำให้ป้าเจ้าของหอชะงักไปชั่วขณะ
“ค่าห้องสามพันห้าร้อยบาทใช่ไหมคะ” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
“เออ… รู้แล้วก็รีบจ่ายมาซะ! อย่ามาทำหน้าทำตาใส่ฉันนะยะ!”
รินรดายื่นมือเข้าไปหยิบกระเป๋าเงินใบเก่าที่มุมโต๊ะ หยิบธนบัตรสีเทาออกมายื่นให้ครบจำนวนแบบไม่ต้องนับ ปลายเล็บที่ตัดแต่งไว้อย่างสะอาดสะอ้านสะท้อนกับแสงไฟ ทำให้ป้าเจ้าของหอรู้สึกแปลกใจระคนหมั่นไส้ เด็กนี่มันควรจะซมซานเหมือนหมาข้างถนนไม่ใช่หรือไง ทำไมแววตาถึงได้ดูเหนือกว่าคนอื่นแบบนี้?
“เก็บเงินทอนไว้ทำบุญเถอะค่ะ ป้าจะได้มีปากไว้พูดจาให้มันน่าฟังขึ้นอีกนิด” รินรดาพูดจบก็ปิดประตูกระแทกใส่หน้าอีกฝ่ายทันทีโดยไม่รอฟังเสียงโวยวายที่ตามมา
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ อีกครั้ง รินรดาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอนยุบยวบ สายตาคมกริบมองไปยังจักรเย็บผ้าจักรเก่าๆ ที่ตั้งอยู่มุมห้อง มันคือมรดกชิ้นเดียวที่แม่ทิ้งไว้ให้ และเป็นเครื่องมือเดียวที่จะพาเธอกลับไปทวงทุกอย่างที่เป็นของเธอคืนมา
ในขณะที่เธือกำลังจะหยิบสมุดร่างแบบขึ้นมาพิจารณา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง—แต่ไม่ใช่เสียงทุบแบบหยาบคายของป้าเจ้าของหอพัก หากเป็นเสียงเคาะเป็นจังหวะหนักแน่นสามครั้ง สุขุม และน่าสงสัย
รินรดาลุกขึ้นยืนอย่างระแวดระวัง มือเรียวกำกรรไกรตัดผ้าไว้แน่น เธอค่อยๆ แง้มประตูออกช้าๆ
ความมืดบริเวณทางเดินสลัวๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาสวมเสื้อฮู้ดสีดำสนิทดึงปีกหมวกต่ำจนบังใบหน้าครึ่งซีก แต่กลิ่นน้ำหอมราคาแพงและบุคลิกที่ดูราวกับไม่ได้หลุดมาจากตึกเช่าโทรมๆ แห่งนี้ ทำให้รินรดารู้ทันทีว่าเขาไม่ใช่คนแถวนี้
“คุณเป็นใคร?” รินรดาเอ่ยถามเสียงเย็น พร้อมจะแทงสวนทันทีหากมีท่าทีไม่ชอบมาพากล
ชายหนุ่มคนนั้นเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่พราวระยับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ สันจมูกโด่งเป็นคมและริมฝีปากที่ยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ายวน เขาคือศิลา ชายหนุ่มลึกลับที่มาสมัครเป็นช่างตัดเย็บฝึกหัดที่ร้านซ่อมเสื้อผ้าเล็กๆ ใกล้0ซอยนี้เมื่อสัปดาห์ก่อน และเป็นคนเดียวที่ดูเหมือนจะรู้อะไรดีๆ เกี่ยวกับบริษัทแฟชั่นยักษ์ใหญ่ที่กำลังจะเหยียบย่ำเธอให้ตายทั้งกลม
ศิลาไม่รอให้เธออนุญาต เขาถือวิสาสะก้าวเท้าเข้ามาในห้องแคบๆ จนรินรดาต้องถอยร่นหลังชนผนัง ร่างสูงโน้มตัวลงกระซิบข้างหอด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แฝงไปด้วยอันตราย
“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นลูกน้องคุณรินไปตลอดชีวิตหรอกนะครับ...” ศิลาหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “...แต่ผมมาเพื่อบอกว่า ประธานใหญ่แห่งค่ายแฟชั่นที่คุณเกลียดนักหนากำลังจะเซ็นอนุมัติทำลายผลงานของคุณชิ้นสุดท้ายในอีกสิบนาทีข้างหน้า และถ้าคุณอยากรอด... คุณต้องมีเงินหรอยอดประมูลสิบล้านในคืนนี้”
รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก เธอมองหน้าชายหนุ่มแปลกหน้าคนนี้อย่างไม่เข้าใจ “คุณพูดเรื่องอะไร? สิบล้านอะไร?”
ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะควักสมาร์ทโฟนเครื่องหรูราคาแพงลิบลิ่วออกมาจากกระเป๋าเสื้อฮู้ด หน้าจอเรืองแสงสว่างวาบเผยให้เห็นบัญชีธนาคารระดับ Black Card ที่มียอดเงินในระบบทะลุเก้าหลักจนนับเลขศูนย์แทบไม่ไหว พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนการโอนเงินสดเข้าบัญชีของรินรดาทันที
*ติ๊ง!*
เสียงข้อความเข้าจากธนาคารในมือถือของรินรดาดังขึ้นพร้อมกัน ศิลาขยับเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม เขาแย้มรอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้หัวใจของดีไซเนอร์สาวเต้นรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ
“ยินดีต้อนรับสู่เกมการแก้แค้นครับคุณรินรดา... หวังว่าคุณจะพร้อมเป็นเจ้าของวงการคนใหม่ เพราะวงเงินสามร้อยล้านนี้ ผมโอนให้คุณใช้เล่นๆ ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปแล้วล่ะครับ”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและอยู่เคียงข้างความแซ่บไปด้วยกันนะคะ! - เค้กวานิลลา
ดีไซเนอร์ขาโหดปะทะทายาทอสังหาฯ สายปั่น•ตอนที่ 1
ซากความฝันในห้องเช่า
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ขาโหดปะทะทายาทอสังหาฯ สายปั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
