เซนเซอร์หัวใจฉบับยัยกราฟิกกับนายบรรณาธิการจอมดุ•ตอนที่ 1

แจ้งเตือนข้อความใหม่: งานแก้ด่วน!

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของพิมพ์ตะวัน จนถ้าใครผ่านมาได้ยินคงนึกว่าเธอกำลังสูบวิญญาณตัวเองทิ้งลงถังขยะคู่ใจ ใต้แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่กำลังสว่างจ้าด้วยไฟล์งานอินดีไซน์ที่เธอปั่นวนแก้มาตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตีสามของวันใหม่ หน้าตาของเล่มนิยายเรื่อง *‘หัวใจพยศรัก’* ควรจะได้ไปโรงพิมพ์ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะบ.ก. ตัวพ่อจอมเฮี้ยบประจำสำนักพิมพ์อย่าง ‘ธันวา’ เจ้าของฉายามนุษย์กระดาษทราย ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการมองเห็นความผิดพลาดระดับมิลลิเมตรในตัวอักษรและภาพประกอบ “รอบที่ห้า... นี่คุณพี่แกจะเอาให้ฉันตายคากองเลย์เอาต์นี้ให้ได้เลยใช่ไหมเนี่ย” พิมพ์ตะวันพึมพำกับตัวเอง มือเรียวข้างหนึ่งขยี้กลุ่มผมที่มัดรวบไว้เป็นมวยลวกๆ จนยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องเขม็งไปยังหน้าจอโน้ตบุ๊กอีกเครื่องที่เด้งข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตสีเขียวรัวเป็นชุดจนหัวใจกระตุกวูบ *(ภาพหน้าจอ: ไฟล์ PDF หน้า 142)* **ธันวา (บ.ก. จอมโหด):** ฟอนต์หัวบทตรงนี้มันเล็กไปสองพิกเซลครับคุณพิมพ์ตะวัน มันทำให้บาลานซ์หน้ากระดาษเอียงไปทางขวา อ่านแล้วขัดตามาก รบกวนแก้ด่วนครับ **ธันวา (บ.ก. จอมโหด):** แล้วก็... โทนสีภาพประกอบบทที่เจ็ด สีฟ้ามันอมเขียวมิ้นต์เกินไป ไม่เข้ากับอารมณ์ดราม่าตอนพระเอกอกหัก รบกวนปรับให้มันดูหม่นลงอีกนิด เอาแบบที่สื่อถึงความช้ำรักแบบสุดขั้วหัวใจนะครับ **ธันวา (บ.ก. จอมโหด):** ผมให้เวลาถึงแปดโมงเช้านะครับ หวังว่าจะทันรอบส่งโรงพิมพ์รอบแรกของวันนี้นะ ให้ตายเถอะ! นี่มันตีสามสี่สิบห้าแล้วนะคะคุณธันวา! แปดโมงเช้าหมายถึงอีกสามชั่วโมงข้างหน้า! นี่ยังกะพริบตาไม่ได้นอนเลยสักวินาทีเดียว กราฟิกสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ นับหนึ่งถึงสิบในใจเพื่อไม่ให้ตัวเองเผลอพิมพ์ข้อความด่ากราฟิกดีไซเนอร์รุ่นพี่หรือขว้างเมาส์ใส่กำแพงห้อง มือบางรัวแป้นพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความเร็วแสงผสมความหมั่นไส้ระดับสิบ **พิมพ์ตะวัน (กราฟิกสายลุย):** รับทราบค่ะท่านบ.ก. ผู้ทรงเกียรติ! สองพิกเซลที่หายไป เดี๋ยวฉันจะเอาแว่นขยายส่องแล้วแปะกาวตราช้างให้อย่างดีเลยค่ะ ส่วนสีฟ้ามิ้นต์ช้ำรักเนี่ย เดี๋ยวจัดสีเทาอมม่วงช้ำเลือดช้ำหนองให้สมใจอยากเลยนะคะ! ส่งข้อความเสร็จเธอก็แอบแลบลิ้นใส่หน้าจอด้วยความหมั่นไส้คนปลายทางที่คงจะนั่งจิบกาแฟดำเข้มข้นอยู่หน้ากองต้นฉบับด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกตามเคย คนอะไร หน้าตาก็หล่อเหลาเอาการดีอยู่หรอก หน้าตาคมเข้มสันกรามชัดเจนราวกับรูปปั้นกรีก แต่ติดตรงที่นิสัยจุกจิกเรื่องมากยิ่งกว่ายายแก่ แต่ทว่า... ผ่านไปไม่ถึงสิบวินาที หน้าจอแชตก็เด้งข้อความตอบกลับมาทันทีราวกับเขานั่งเฝ้าหน้าจออยู่ตลอดเวลา **ธันวา (บ.ก. จอมโหด):** ใช้คำพูดประชดประชันเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะครับคุณพิมพ์ตะวัน เก็บแรงไว้แก้เล่มให้ทันแปดโมงเช้าดีกว่าไหมครับ เดี๋ยวถ้าเล่มออกช้าเพราะคุณแก้ไม่ทัน ผมคงต้องหักค่าขนม เอ้ย... หักค่าคอมมิชชั่นรอบนี้ดีมั้ยนะ *(สติกเกอร์รูปแมวทำหน้ากวนประสาท)* “อ๊ายยย! นายธันวา!” พิมพ์ตะวันทึ้งหัวตัวเองด้วยความคับแค้นใจ อยากจะทะลุจอไปหยิกแขนหนาๆ สักทีสองที ข้อความกวนประสาทนั่นมันชวนให้เลือดขึ้นหน้าเสียจริง แต่กระนั้น เธอก็ทำได้แค่ฮึดฮัดแล้วกลับมานั่งหลังขดหลังแข็งหน้าจอต่อ มือเรียวขยับเมาส์ปรับแต่งเลย์เอาต์ตามที่พ่อคุณทูลหัวสั่งอย่างรวดเร็วและแม่นยำ สมกับที่เป็นมือโปรที่บรรณาธิการทุกคนในกองต้องยอมรับฝีมือ แม้ปากจะบ่นอุบอิบตลอดเวลาก็ตาม ผ่านไปสองชั่วโมงเต็ม ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินเปลือกตาจนแทบจะปิดลงให้ได้ กาแฟกระป๋องที่ซัดเข้าไปกระป๋องที่สามเริ่มหมดฤทธิ์ พิมพ์ตะวันพ่นลมหายใจออกยาวเหยียดขณะกดเซฟไฟล์สุดท้ายลงในระบบกลางของสำนักพิมพ์สำเร็จ ดวงตาคู่สวยมองนาฬิกาที่บอกเวลาหกโมงเช้าพอดีเป๊ะ “เสร็จสักที... แม่จะนอนยาวสามวันสามคืนไม่ลุกไปไหนเลยคอยดู!” เธอบ่นพึมพำเบาๆ เตรียมจะปิดคอมพิวเตอร์เพื่อทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาข้างโต๊ะทำงาน แต่จู่ๆ หน้าจอมือถือที่วางอยู่ข้างๆ ก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนสายเรียกเข้าที่ทำเอาหัวใจที่กำลังจะเคลิ้มหลับสะดุ้งเฮือก หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้า... **‘บ.ก. ธันวา’** พิมพ์ตะวันขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ตีห้าครึ่งเกือบหกโมงเช้าแบบนี้ โทรมาทำไมอีก ไฟล์งานก็เพิ่งส่งไปสดๆ ร้อนๆ หรือว่ามีอะไรผิดพลาดอีกรอบ ถ้าใช่... เธอจะบินไปทุบโต๊ะทำงานเขาจริงๆ ด้วยความหงุดหงิดปนสงสัย เธอจึงกดรับสายแล้วกรอกเสียงห้วนใส่ทันทีโดยไม่รอให้ปลายสายได้พูดก่อน “ถ้าจะโทรมาบอกว่าแก้ฟอนต์ขยับไปทางซ้ายอีกหนึ่งพิกเซลนะ ฉันจะลาออกไปขายหมูปิ้งแล้วนะคะคุณธันวา!” ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ นอกจากเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่ลอดผ่านไมโครโฟนเข้ามา ก่อนที่น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่น่าหมั่นไส้จะเอ่ยขึ้นเบาๆ ชิดไมค์ ชนิดที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งตัว *“ไม่ได้โทรมาเรื่องงานหรอกครับ...”* เสียงนั้นทุ้มนุ่มและแหบพร่าเล็กน้อยราวกับคนเพิ่งตื่นนอน หรืออาจจะ... ไม่ได้นอนเลยเหมือนกันกับเธอ *“แต่ผมแค่มองลงมาจากระเบียงห้องพัก แล้วเห็นใครบางคนนั่งหัวฟูเป็นรังนกอยู่ริมหน้าต่างออฟฟิศฝั่งตรงข้าม... เปิดหน้าต่างรับลมหน่อยสิครับ ผมมีกาแฟร้อนๆ กับแซนด์วิชทูน่ามาส่งถึงที่นะ... คุณกราฟิกคนเก่ง”* พิมพ์ตะวันเบิกตากว้าง สมองประมวลผลช้าไปสามวินาที เธอหันขวับไปมองหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นตึกคอนโดมิเนียมฝั่งตรงข้าม ซึ่งตั้งอยู่เยื้องกับออฟฟิศสำนักพิมพ์พอดีเป๊ะ และที่ระเบียงห้องชั้นสามของตึกนั้น... มีร่างสูงโปรดักส์ดีของบรรณาธิการจอมเฮี้ยบยืนถือแก้วกาแฟพิงราวระเบียง พร้อมกับโบกมือมาทางเธอด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาในชีวิต! *ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนอมยิ้มนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อนะคะ*
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจฉบับยัยกราฟิกกับนายบรรณาธิการจอมดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%