นิ้วเรียวที่กำลังกำเมาส์แน่นจนข้อกระดูกขึ้นสีขาวเผือดหยุดชะงักลง พิมพ์ตะวันแทบอยากจะคว้าไม้บรรทัดเหล็กบนโต๊ะทำงานมาขว้างทะลุกระจกไปให้รู้แล้วรู้รอด เมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากที่ส่งตรงมาจากระเบียงตึกฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มแบบที่เธอนิยามไว้ในใจว่าเป็น 'รอยยิ้มของปีศาจสวมสูท' นั่นแหละค่ะ! มันช่างน่าหมั่นไสยเสียจนเธออยากจะปรินต์รูปหน้าบูดบึ้งของตัวเองแปะใส่หน้าต่างห้องเขาให้รู้แล้วรู้รอด
ให้ตายเถอะ นี่มันชีวิตการทำงานหรือซีรีส์แนวโรคจิตติดตามตัวกันแน่นะ?
เธอเพิ่งจะส่งไฟล์ตัวอย่างเลย์เอาต์เล่มที่สามที่แก้มาเป็นรอบที่สิบแปดให้เขาตรวจเมื่อสิบนาทีที่แล้ว และคิดว่าจะได้พักสายตาสักห้านาที แต่เปล่าเลยค่ะ... นายธันวา บรรณาธิการจอมเฮี้ยบผู้มีงานอดิเรกเป็นการหาเรื่องแก้ไฟล์กราฟิกเล่น กลับยืนจิบกาแฟกินบรรยากาศราวกับตัวเองเป็นพระเอกเอ็มวีอยู่ที่ระเบียงห้องพักฝั่งตรงข้ามสำนักพิมพ์พอดิบพอดี
สมองของพิมพ์ตะวันประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอหันซ้ายแลขวา เช็กให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ในห้องออฟฟิศตอนนี้ ก่อนจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดหน้าจอแชตสีเขียวที่ขึ้นชื่อคอนแทกต์ว่า *'บ.ก.ธันวา (ตัวอันตราย)'* ขึ้นมาทันที ความอดทนที่สะสมมาตั้งแต่เช้าตรู่ระเหิดหายไปจนหมดสิ้น นิ้วเรียวรัวพิมพ์ข้อความรัวเร็วยิ่งกว่าดีเจเปิดแผ่นส่งไปหาอีกฝ่ายแบบไม่คิดชีวิต
**พิมพ์ตะวัน:** "นี่คุณ! ว่างมากเหรอคะถึงได้มายืนโบกไม้โบกมือทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าทรงอยู่ที่ระเบียงตึกฝั่งตรงข้ามเนี่ย หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ออฟฟิศไม่มีงานให้ทำหรือไงคะ ถึงได้มาส่องชีวิตส่วนตัวของกราฟิกตาดำๆ!"
พิมพ์ส่งข้อความเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมองที่ระเบียงฝั่งตรงข้ามทันที ภาพที่เห็นคือร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกกำลังก้มลงมองโทรศัพท์มือถือในมือ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสطิลกขึ้นมองมาที่หน้าต่างออฟฟิศของเธออย่างช้าๆ
เขายกมุมปากขึ้นอีกนิด... รอยยิ้มที่เธอมองจากระยะไกลยังรู้เลยว่ามันกวนประสาทขนาดไหน
**บ.ก.ธันวา:** "ผมไม่ได้ส่องส่วนตัวครับ คุณพิมพ์ตะวัน... ผมแค่เช็กทัศนียภาพรอบๆ สำนักพิมพ์ เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน และบังเอิญว่าทัศนียภาพตรงหน้าต่างบานนั้น มันมีแมวป่าตัวหนึ่งกำลังพองขนใส่ผมพอดี"
*แมวป่าบ้านคุณสิคะคุณธันวา!* พิมพ์ตะวันสูดหายใจเข้าลึกๆ จนเต็มปอด พยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจเพื่อไม่ให้ตัวเองเผลอกดโทรศัพท์ไปด่ากราดเป็นภาษาถิ่นใส่เขา
**พิมพ์ตะวัน:** "ถ้าสายตาของคุณมันว่างมากจนเอาเวลามาวิเคราะห์เรื่องแมวป่า รบกวนเอาเวลาไปตรวจไฟล์งานเลย์เอาต์เล่มที่ฉันเพิ่งส่งไปให้เคลียร์ดีกว่าค่ะ! ฉันแก้ตามที่คุณบัญชาการมาทุกจุดแล้วนะคะ ถ้ายังมีตรงไหนผิดพลาดอีก ฉันจะลาออกไปบวชชีที่อินเดียจริงๆ ด้วย!"
เธอกดส่งข้อความระเบิดอารมณ์นี้ออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งสติกเกอร์รูปกระต่ายถือระเบิดพ่วงท้ายไปอีกหนึ่งกรุบ สะใจ! อย่างน้อยก็ได้ระบายความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาสามวันสามคืนให้อีกฝ่ายได้รับรู้บ้างว่ากราฟิกสาวคนนี้ไม่ใช่ลูกไก่ในกำมือที่จะยอมให้จิกหัวใช้ได้ตลอดเวลา
แต่ทว่า... ผ่านไปสวินาที สามวินาที ห้าวินาที
ไม่มีการตอบกลับจากฝั่งตรงข้าม ร่างสูงโปรดยังคงยืนพิงราวระเบียง ถือแก้วกาแฟนิ่งๆ สายตาคู่นั้นมองตรงมาที่เธอโดยไม่ละสายตาไปไหนเลย บรรยากาศเงียบงันระยะไกลนั้นทำเอาพิมพ์ตะวันเริ่มใจคอไม่ดี ประสาทสัมผัสเริ่มส่งสัญญาณเตือนภัยว่าเธออาจจะล้ำเส้นเกินขอบเขตความเป็นมืออาชีพไปหน่อยหรือเปล่า
*หรือว่าเขาจะโกรธจริง?*
ความคิดนั้นแวบเข้ามาในหัวทำให้เธอรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาทันที ธันวาขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและดุเดือดเวลาทำงาน ถ้าเขาเกิดหมั่นไส้แล้วสั่งตีตกงานของเธอทั้งหมดขึ้นมาจริงๆ ล่ะก็ มีหวังเธอได้ตกงานก่อนสิ้นเดือนนี้แน่ๆ
ในจังหวะที่เธอกำลังจะพิมพ์ข้อความแก้ตัวยืดยาวเพื่อลดความตึงเครียด หน้าจอโทรศัพท์มือถือก็สั่นครืนขึ้นมาพร้อมข้อความใหม่จากเขา
**บ.ก.ธันวา:** "เรื่องลาออกไปบวชชี... ผมไม่อนุมัติครับ"
**พิมพ์ตะวัน:** "ฮะ? เกี่ยวอะไรกับคุณด้วยคะเนี่ย นี่มันชีวิตฉันนะ!"
**บ.ก.ธันวา:** "เพราะถ้าคุณลาออก ใครจะมานั่งทำหน้าบึ้งใส่ผมเวลาที่ผมขอแก้ไฟล์งานล่ะครับ อีกอย่าง..."
เขาเว้นวรรคไปนิดหนึ่ง เหมือนจงใจทิ้งจังหวะให้หัวใจของคนอ่านข้อความเต้นผิดจังหวะเล่นๆ
**บ.ก.ธันวา:** "กาแฟที่ชงจากฝั่งออฟฟิศคุณ มันรสชาติดีกว่าร้านกาแฟข้างล่างตั้งเยอะ... หวังว่าบ่ายนี้ ผมจะได้ชิมฝีมือคุณอีกสักแก้วนะครับ 'คุณกราฟิกหน้ายักษ์'"
พิมพ์ตะวันเบิกตากว้างขึ้นอีกรอบ สมองที่เคยประมวลผลช้าตอนนี้กลับทำงานเร็วจี๋จนแทบจะไหม้ เธอก้มมองแก้วกาแฟบนโต๊ะทำงานของตัวเองที่มีควันกรุ่นๆ ลอยขึ้นมานิดๆ แล้วหันขวับกลับไปมองที่ระเบียงฝั่งตรงข้ามอีกครั้ง
ให้ตายเถอะ... เขาเห็นแม้กระทั่งตอนที่เธอยืนชงกาแฟเมื่อเช้านี้ด้วยเหรอเนี่ย!
เธอกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกร้อนผ่าวที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่ ยัยพิมพ์ตะวันเอ๊ย! เผลอแสดงความโก๊ะและปล่อยให้เขาจับทางได้อีกแล้วนะเนี่ย
เธอกำลังจะยกมือขึ้นพิมพ์ตอบโต้เขาด้วยประโยคแสบๆ คันๆ สักประโยค แต่ทว่า... จู่ๆ เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานของเธอก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
พิมพ์ตะวันสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับไปมองที่ประตูห้องทำงานด้วยความตกใจ เพราะปกติแล้วโซนนี้จะมีแค่เธอกับเพื่อนร่วมทีมฝึกงานไม่กี่คนเท่านั้น และไม่มีใครเคยเคาะประตูแบบเป็นทางการแบบนี้มาก่อน
ประตูกระจกบานเลื่อนถูกเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อที่เธอเพิ่งเห็นผ่านหน้าต่างไปหยกๆ
ธันวา ก้าวเข้ามาในห้องทำงานของเธอด้วยท่าทางสบายๆ แต่ทว่าสายตาคู่คมกลับกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าเหวอๆ ของเธอที่กำลังนั่งแข็งค้างอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์
"เอ่อ... คือว่า..." พิมพ์ตะวันอ้าปากค้าง สมองตื้อตันจนพูดไม่ออก
ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเลื้อ... รอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นผ่านกระจกใสอีกต่อไป แต่มันอยู่ห่างจากโต๊ะทำงานของเธอไม่ถึงสองก้าวดี
"ผมบอกแล้วไงครับว่า กาแฟฝั่งคุณ... รสชาติดีจริงๆ" ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่จงใจลากเสียงยาวอย่างน่าหมั่นไสย "ไหนล่ะครับ กาแฟแก้วที่สองของวัน?"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและกุมขมับไปกับความกวนประสาทของนายบ.ก.คนนี้นะคะ!
เซนเซอร์หัวใจฉบับยัยกราฟิกกับนายบรรณาธิการจอมดุ•ตอนที่ 2
เหตุผลที่อยากวางงานแล้วลาออก
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจฉบับยัยกราฟิกกับนายบรรณาธิการจอมดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
