"ถ้าสถาปัตยกรรมของคุณมันยึดติดกับความสวยงามบนกระดาษจนลืมต้นทุนและกลุ่มเป้าหมายจริงๆ ผมแนะนำว่าให้กลับไปวาดรูปเล่นในห้องนอนส่วนตัวดีกว่าครับ จะได้ไม่ต้องเอาโปรเจกต์ระดับร้อยล้านมาพังเพราะความอีโก้สูงเกินเบอร์"
เสียงทุ้มกังวานแต่เจือด้วยกระแสความเยียบเย็นดังขึ้นกลางห้องประชุมใหญ่ แอร์อุณหภูมิ 22 องศาเซลเซียสดูจะไร้ความหมายไปถนัดตาเมื่อเผชิญหน้ากับอุณหภูมิความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบจะทอดไข่สุกได้บนโต๊ะประชุมกระจกนิรภัย
กรันต์ สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งผู้พ่วงตำแหน่งหัวหน้าทีมออกแบบ ดีกรีรางวัลระดับเอเชีย ชะงักมือที่กำลังถือปากกาหมึกซึมราคาแพง เขายังไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่กรณีทันที นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ อย่างใช้ความคิด ก่อนจะค่อยๆ วางปากกาลงบนแปลนอาคารสีฟ้าครามที่ถูกวิจารณ์อย่างไร้เยื่อใย
ดวงตาคมกราบใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมตวัดขึ้นมองเป้าหมาย ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสีกรมท่าดูเนี้ยบตั้งแต่เส้นผมจรดปลายรองเท้า แวบแรกที่สบตากัน มันไม่ใช่แค่การปะทะกันของคนสองคน แต่มันคือการชนกันของดาวฤกษ์สองดวงที่ต่างมีแรงโน้มถ่วงมหาศาลเป็นของตัวเอง
รัน ผู้จัดการฝ่ายวางแผนการตลาดคนใหม่หมาด ยืนกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างจงใจ รอยยิ้มมุมปากที่จุดขึ้นนั้นไม่ได้สื่อถึงมิตรภาพเลยสักนิด มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังสนุกกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม
"ถ้าการทำงานของฝ่ายการตลาดของคุณคือการตัดทอนจิตวิญญาณของตึกออกแล้วยัดเยียดตึกคอนกรีตหน้าตาเหมือนกล่องใส่รองเท้ามาให้ผม ผมว่าคุณควรเปลี่ยนชื่อตำแหน่งจาก 'ผู้จัดการฝ่ายวางแผน' เป็น 'เซลล์ขายห้องเช่าราคาถูก' จะตรงกับงานมากกว่านะครับ คุณรัน"
กรันต์สวนกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าทุกถ้อยคำมีความคมกริบราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ เขายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กดสายตามองอีกฝ่ายลงมาเล็กน้อยเพื่อแสดงออกถึงความเหนือกว่าในเชิงพื้นที่
"โอ้โห... จิตวิญญาณเหรอครับ?" รันหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เขาไม่ได้ถอยร่นแม้แต่น้อย กลับเป็นฝ่ายเดินเข้าประชิดโต๊ะประชุมฝั่งตรงข้าม มือเรียวปัดผ่านโมเดลจำลองอาคารเรืองแสงช้าๆ "ตึกสวยๆ ของคุณมันกินไม่ได้ครับคุณกรันต์ ลูกค้าผมเขาต้องการฟังก์ชันที่คุ้มค่าทุกตารางเมตร ไม่ใช่พื้นที่ว่างเปล่าไร้ประโยชน์ที่คุณอ้างว่ามันคือ 'ช่องว่างแห่งสุนทรียศาสตร์' ถ้าผมอนุมัติแบบนี้ไป บัญชีบริษัทคงได้ส่งใบปลดออกให้เราสองคนแพ็กกระเป๋าพร้อมกันภายในสิ้นเดือนนี้แน่"
"โครงสร้างที่ผมออกแบบผ่านการคำนวณมาอย่างแม่นยำ ไม่ใช่สักแต่จะขายฝันแบบที่คุณชอบทำในพรีเซนต์"
"แต่มันขายไม่ได้จริงในตลาดปัจจุบัน!" รันเสียงดังขึ้นเล็กน้อย ความอดทนที่เคลือบไว้ด้วยมารยาททางธุรกิจเริ่มกรอบแตก "คุณมั่นหน้ากับดีไซน์ทรงล้ำยุคพวกนี้มากี่ปีแล้วครับ? ตื่นเถอะครับคุณสถาปนิก นี่มันโลกธุรกิจจริง ไม่ใช่นิทรรศการศิลปะส่งอาจารย์มหาวิทยาลัย"
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบ ทีมงานจากทั้งสองฝ่ายต่างกลั้นหายใจ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัว เสียงแอร์ที่เคยเงียบเชียบกลับกลายเป็นเสียงเดียวที่ได้ยินในนาทีนั้น เคมีระหว่างคนทั้งคู่พุ่งพล่านจนเกิดเป็นประกายไฟย่อมๆ
กรันต์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรูปนัด เขายอมรับว่ารันเป็นผู้จัดการฝ่ายวางแผนคนแรกในรอบหลายปีที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาถึงขนาดนี้แถมยังพูดจาเข้าเป้าจนหาช่องโหว่เถียงกลับได้ยาก ยิ่งอีกฝ่ายเชิดหน้าขึ้นท้าทายด้วยแววตาหยิ่งยโสแบบนั้น มันยิ่งปลุกสัญชาตญาณความอยากเอาชนะในตัวเขาให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ก้าวเท้าเพียงไม่กี่ก้าว กรันต์ก็ย่นระยะห่างระหว่างเขากับรันจนแทบประชิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ แนว Woody ผสมกับความเย็นเฉียบของห้องแอร์ลอยเข้าปะทะจมูก รันชะงักไปชั่วขณะเมื่อเงาสูงใหญ่ของอีกฝ่ายทาบทับลงมาจนเกือบมิด ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มมองลึกลงไปในดวงตาของนักวางแผนตัวแสบอย่างเอาเรื่อง
"ปากเก่งดีนี่ครับ..." กรันต์โน้มใบหน้าลงไปกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าที่ดังพอให้ได้ยินกันแค่สองคน ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบเดียวจนรันเผลอกลั้นหายใจ "แต่ไม่รู้ว่าฝีมือจะแน่สักแค่ไหน หรือเก่งแต่พ่นน้ำลายใส่ผลงานคนอื่นไปวันๆ"
รันเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจเมื่อถูกรุกฆาตในระยะประชิด ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวเนียนอย่างไม่ทราบสาเหตุ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไปจนหัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะ ทว่าริมฝีปากบางก็ยังคงฝืนยิ้มหยัน ปากเก่งสวนกลับทันทีโดยไม่ยอมลดละความพึงพอใจ
"ถ้าอยากรู้ว่าผมมีดีแค่ไหน... คุณก็ลองเปิดใจรับฟังแผนของผมแล้วเลิกทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจสักห้ามนทีสิครับ คุณสถาปนิกหน้าตาย" รันกระซิบตอบเสียงเบา แต่ท้าทายไม่แพ้กัน ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะแตะกันอยู่รอมร่อในเสี้ยววินาทีนั้น
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์ที่หน้าห้องประชุมดังขึ้นพร้อมกับบานประตูอัตโนมัติที่เลื่อนเปิดออกอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกและดึงสติของคนทั้งคู่ให้ผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน
"ขอโทษทีครับที่มาขัดจังหวะ... พอดีท่านประธานฝากเอกสารด่วนให้เอามาให้คุณกรันต์กับคุณรันเซ็นอนุมัติก่อนเที่ยงนี้ครับ" เสียงของเลขาหน้าห้องดังขึ้นทำลายความเงียบงัน พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่ทันสังเกตเห็นสายตาพิฆาตที่คนทั้งคู่เพิ่งจะละออกจากกันเมื่อครู่
กรันต์ผละถอยหลังกลับไปยืนท่าเดิมอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบตึงไร้ความรู้สึกราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เช่นเดียวกับรันที่รีบยกมือขึ้นจัดเสื้อสูทของตัวเองให้เข้าที่เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความประหม่าที่เผลอหลุดปล่อยออกมาเมื่อครู่
ทว่า... ก่อนที่เอกสารฉบับนั้นจะถูกวางลงบนโต๊ะ กรันต์กลับเหลือบไปเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าปกแฟ้มเอกสารลับฉบับใหม่ที่เลขาถือมา ทันทีที่อ่านบรรทัดแรกจบ นัยน์ตาสีเข้มก็หรี่แคบลงด้วยความตกใจระคนไม่สบอารมณ์ ขณะที่รันเองก็ชะໍงك้างไปเมื่อเห็นข้อความเดียวกันนั้นสะท้อนอยู่ในดวงตาของอีกฝ่าย
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาเปิดฉากความแซ่บกับความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวขึ้นนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการฝ่ายวางแผนจอมกวน•ตอนที่ 1
ศึกแรกพบหน้าโต๊ะประชุม
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการฝ่ายวางแผนจอมกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
