"ห้องกระจกสี่เหลี่ยมขนาดสิบตารางเมตรนี่... มันกว้างพอสำหรับคนสองคนที่มีอีโก้สูงเท่าตึกใบหยกจริงๆ หรือครับ คุณสถาปนิก?"
น้ำเสียงติดจะเยาะหยันเล็กน้อยดังขึ้นทันทีที่บานประตูอัตโนมัติปิดสนิท รัน หรือผู้จัดการฝ่ายวางแผนการตลาดตัวแสบ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้สำนักงานเบาะหนังสีดำสนิท แขนเรียวทั้งสองข้างกอดอกมองร่างสูงของกรันต์ที่กำลังยืนค้ำโต๊ะทำงานตัวยาวด้วยสายตาพิฆาต สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อสถานะสถาปนิกมือหนึ่งของบริษัทเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความท้าทายที่พร้อมจะจุดไฟเผาทุกอย่างให้ราบคาบ
กรันต์ไม่ตอบทันที ชายหนุ่มปรายตามองเอกสารแปลนอาคารที่กองพะเนินบนโต๊ะ ก่อนจะค่อยๆ ถอดแว่นสายตาออกอย่างไร้รีบร้อน นิ้วเรียวยาววางมันลงบนโต๊ะกระทบกับผิวกระจกเสียงดัง *กริ๊ก* เบาๆ แต่กลับสร้างแรงกดดันในอากาศให้หนาหนักขึ้นอย่างประหลาด
"ถ้าคุณใช้สมองส่วนหน้าคิดสักนิด ไม่ใช่เอาแต่ใช้ความเจ้าเล่ห์ไปเป่าหูท่านประธานเมื่อเช้า คุณก็จะรู้ว่าพื้นที่ตรงนี้มันถูกออกแบบมาเพื่อการทำงาน ไม่ใช่สนามเด็กเล่นสำหรับคนไม่มีระเบียบวินัยอย่างคุณครับ... คุณรัน"
กรันต์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนาราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับเชือดเฉือนจนคนฟังอยากจะหยิบแฟ้มเอกสารฟาดหน้าหล่อๆ ของอีกฝ่ายสักทีสองที
"ปากดีแบบนี้ ระวังจะกลืนน้ำลายตัวเองไม่ทันนะครับ สถาปนิกหน้าตาย" รันแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างจับผิด "คิดเหรอว่าผมอยากมานั่งหายใจร่วมกับคนน่าเบื่ออย่างคุณ... หูย แค่คิดว่าจะต้องทนฟังคุณบ่นเรื่อง 'ความสมบูรณ์แบบของเส้นสาย' ตลอด 24 ชั่วโมง ผมก็อยากจะยื่นใบลาออกตั้งแต่ตอนนี้เลย"
"เชิญครับ ประตูไม่ได้ล็อก... อ้อ ลืมไป คุณเพิ่งรับปากกับท่านประธานเองนี่นา ว่าจะทำให้โปรเจกต์นี้ยอดขายทะลุเป้าภายในไตรมาสนี้ หรือคำพูดของคุณมันก็เป็นแค่ลมปากที่ใช้เอาตัวรอดไปวันๆ กันแน่ล่ะครับ"
รันผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงอารมณ์ทำให้เก้าอี้หมุนถอยหลังไปชนกับผนังกระจกเสียงดังสนั่น ใบหน้าหวานง้ำงอด้วยความโกรธ ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวกรันต์โดยไม่เกรงกลัวความต่างของส่วนสูงแม้แต่น้อย
"อย่ามาดูถูกผมนะ กรันต์!" รันชี้หน้าคาดโทษ ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ชนิดที่ว่าหากขยับอีกเพียงนิดเดียวปลายจมูกคงจะชนกัน รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านจนบรรยากาศในห้องกระจกแคบๆ ร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น "ผมคนนี้แหละที่จะเหยียบอีโก้ของคุณให้จมดิน คอยดู!"
ด้วยความที่รันก้าวเข้ามาด้วยความเร็วและอารมณ์ชั่ววูบ ส้นรองเท้าคัทชูของเจ้าตัวจึงเหยียบเข้ากับมุมพรมที่พับงอพอดี ร่างเพรียวเสียหลักล้มคะมำไปข้างหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว
"ระวัง!"
กรันต์ที่ยืนนิ่งอยู่ก่อนแล้วปฏิกิริยาไวเหนือความคิด มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางของอีกฝ่ายตามสัญชาตญาณ แรงเหวี่ยงทำให้รันพุ่งชนเข้ากับแผงอกกว้างเต็มแรง เอกสารบนโต๊ะกระจัดกระจายปลิวว่อนไปทั่วพื้นห้อง ขณะที่กาแฟดำร้อนกรุ่นในแก้วเซรามิกที่กรันต์เพิ่งชงเสร็จเมื่อครู่เอียงวับ...
*ฉ่า!*
กาแฟสีเข้มส่วนหนึ่งกระฉอกโดนข้อมือของกรันต์จนขึ้นรอยแดงจางๆ แต่เจ้าตัวกลับไม่แสดงอาการเจ็บปวดออกมาเลยสักนิด ดวงตาคมกริบเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อพบว่าตอนนี้รัยกำลังทับอยู่บนร่างของเขา โดยที่มือเรียวทั้งสองข้างยันอยู่บนแผงอกแกร่งผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตสีขาว
ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติของกรันต์กลับกระหน่ำรัวราวกับกลองเพลเมื่อได้สบเข้ากับดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนก รันนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองขาวโพลนเพราะไม่คาดคิดว่าอุบัติเหตุบ้าๆ แบบนี้จะเกิดขึ้น
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูที่ลอยมาจากกลุ่มผมของคนด้านบน ผสมกับกลิ่นกาแฟจางๆ อลวนอยู่ในอากาศรอบตัว ความนุ่มหยุ่นของร่างกายที่แนบชิดทำให้สติของสถาปนิกหนุ่มผู้แสนจะเยือกเย็นเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง
รันเม้มริมฝีปากแน่น ยามที่เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมคายคู่นั้น ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็แล่นริ้วผ่านหัวใจจนต้องรีบเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็พวยพุ่งขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
"อะ... ปล่อยผมได้แล้วมั้งครับ จะกอดผมอีกนานไหม... คุณสถาปนิก" รันเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก ความเก่งกาจเมื่อครู่หายวับไปกับตา แทนที่ด้วยความร้อนผ่าวที่ลามเลียจากลำคอขึ้นมาถึงใบหูขาวจัด
กรันต์ไม่ได้ปล่อยทันที ชายหนุ่มกลับกระชับวงแขนที่โอบเอวบางไว้แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนใสไปนิดเดียวอย่างจงใจหรือบังเอิญก็ไม่อาจทราบได้ น้ำเสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบชิดริมหูจนคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"หึ... เมื่อกี้ยังปากเก่งอยู่เลยไม่ใช่หรือครับ ทำไมตอนนี้ถึงได้หน้าแดงล่ะครับ... คุณผู้จัดการ?"
รันกำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรี แต่ทว่าก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้ดำเนินต่อ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันก็ทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมความตึงเครียดนั้นลงอย่างฉับพลัน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คุณกรันต์ครับ คุณรันครับ... ท่านประธานเรียกพบด่วนที่สุดครับ เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานโปรเจกต์หลักแล้วครับ!"
เสียงตะโกนร้อนรนของเลขาหน้าห้องดังทะลุกระจกเข้ามา ทำให้ทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัวและรีบผละออกจากกันราวกับโดนไฟลวก รันหน้าตาตื่นรีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ขณะที่กรันต์เสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ ของตนเอง
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครของราชันย์หอกทมิฬนะครับ
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการฝ่ายวางแผนจอมกวน•ตอนที่ 3
กาแฟแก้วนั้นและสายตาพิฆาต
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการฝ่ายวางแผนจอมกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
