วิถีกระบี่เดียวดาย ปะทะ นางเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 1

คมกระบี่ท่ามกลางหิมะโปรย

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ มักลอยอบอวลอยู่บนคมเหล็กเสมอ... ไม่เว้นแม้กระทั่งในสถานที่ที่บริสุทธิ์ที่สุดบนแผ่นดินหล้าอย่าง "ยอดเขาหมอกหิมะ" แห่งนี้ "งานชิ้นนี้... เจ้ากล้ารับประกันด้วยชีวิตของตนเองจริงหรือ, จ้าวสำนักเหอ?" เสียงทุ้มต่ำราบเรียบราวกับสายน้ำไหลผ่านหน้าผาน้ำแข็งเอ่ยขึ้น ทว่าทุกคำที่เปล่งออกมากลับแฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลจนทำให้บรรยากาศรอบกายหนาแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก มู่หยางยืนอยู่บนชะง่อนผาสูงชัน ร่างกายกำยำภายใต้ชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนไปกับรัตติกาล แววตาคู่คมกริบดั่งพญาอินทรีทอดมองลงไปยังเบื้องล่างที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีขาวโพลน มือขวายังคงกุมด้ามกระบี่ไร้นามที่เหน็บไว้ข้างเอวไว้อย่างมั่นคง บุรุษวัยกลางคนผู้สวมชุดนักพรตสีเทาเบื้องหน้ามีเหงื่อกาฬไหลซึมออกมาตามไรผม แม้เขาจะเป็นถึงผู้นำสำนักใหญ่นามกระเดื่อง แต่เมื่ออยู่เบื้องหน้า "นักฆ่าไร้นาม" ผู้นี้ ความหวาดกลัวที่สัญชาตญาณดิบเตือนภัยกลับทำให้หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก "เรียน... เรียนท่านมู่หยาง สำนักกระบี่มารโลหิตของเราเดิมพันทุกสิ่งที่มีไว้กับท่านแล้ว" จ้าวสำนักเหอประสานมือคารวะด้วยความนอบน้อมอย่างถึงที่สุด แม้ศักดิ์ศรีจะค้ำคอเพียงใด แต่เป้าหมายในครั้งนี้คือ "ไป๋หลิง" นางเซียนผู้คุมกฎแห่งยอดเขาหมอกหิมะ ผู้ซึ่งใช้พิษเหมันต์คร่าชีวิตชาวยุทธ์ไปนับไม่ถ้วน "นางผู้นั้นแข็งแกร่งเกินไป... มีเพียงวิถีกระบี่ไร้พ่ายของท่านเท่านั้นที่จะทะลวงเกราะป้องกันน้ำแข็งพันปีได้" มู่หยางไม่กล่าวสิ่งใดตอบรับ ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นทอประกายล้ำลึก ปมในใจเรื่องการทรยศหักหลังเมื่อสิบปีก่อนยังคงแผดเผาอยู่ในอกราวกับถ่านไฟเก่า ทุกหยาดโลหิตที่หลั่งรินและทุกชีวิตที่เขาต้องปลิดปลิดทิ้ง ล้วนเป็นบันไดก้าวไปสู่การล้างแค้นตระกูลที่เคยเหยียบย่ามเกียรติยศของเขา ภารกิจครั้งนี้หาใช่เพื่อเงินตราหรือชื่อเสียง... แต่มันคือเงื่อนไข แลกกับข่าวสารเกี่ยวกับพ면ขุนนางชั่วที่อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมตระกูลมู่ "ข้าไม่เคยรับประกันสิ่งใด... นอกจากความตายของเป้าหมาย" สิ้นคำพูด ร่างของมู่หยางก็เลือนหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ราวกับภาพมายา ทิ้งไว้เพียงเกล็ดหิมะที่ปลิวว่อนตามแรงลมปราณอันรุนแรง การเดินทางสู่วหารน้ำแข็งเบื้องบนดำเนินไปอย่างเงียบเชด ยิ่งเข้าใกล้เขตหวงห้าม อุณหภูมิรอบกายก็ยิ่งลดต่ำลงจนหยดน้ำกลายเป็นน้ำแข็งในพริบตา เกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้ามิได้อ่อนโยนดังเช่นธรรมชาติสรรቅสร้าง หากแต่คมกริบดั่งใบมีดนับหมื่นเล่มที่พร้อมจะเฉือนเนื้อหนังของผู้บุกรุกให้แหลกสลาย มู่หยางก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ฝ่าเท้าเหยียบลงบนพื้นน้ำแข็งไร้ซึ่งเสียงสะท้อน พลังปราณคุ้มกายแผ่ซ่านออกเป็นรัศมีสีทองจางๆ เพื่อต้านทานพิษเหมันต์ที่แทรกซึมอยู่ในอากาศ ทว่าในขณะที่เขากำลังจะก้าวข้ามผ่านซุ้มประตูหินแกะสลักโบราณ สัมผัสที่สามของนักฆ่ากลับกรีดร้องเตือนภัยอย่างรุนแรง *เปรี้ยง!* เสี้ยววินาทีนั้นเอง แท่งน้ำแข็งขนาดยักษ์พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่จุดตายด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ มู่หยางไม่แม้แต่จะหลบเลี่ยง ร่างกายสะบัดไหวเล็กน้อย กระบี่ไร้นามในฝักถูกตวัดออกครึ่งหนึ่ง เสียงโลหิตกระทบอากาศดัง "ฉับ" พร้อมกับแท่งน้ำแข็งที่ถูกตัดขาดเป็นสองท่อนอย่างแม่นยำและไร้รอยต่อ "บังอาจนัก... บุกรุกแดนชำระบาตรัตติกาล มีสิทธิ์อันใดมารบกวนความสงบแห่งเหมันต์" น้ำเสียงใสประดุจแก้วเจียระไนแต่เย็นเยียบจนถึงกระดูกสันหลังดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา จากความมืดมัวของพายุหิมะ ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาน้ำแข็งค่อยๆ ก้าวเดินออกมา นางถือคทาหยกขาวแกะสลักลวดลายดอกเหมันต์ ดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นราบเรียบไร้อารมณ์ ทว่ากลับคมกริบและกดดันผู้คนได้ยิ่งกว่ายอดฝีมือสำนักใดๆ นางคือไป๋หลิง... นางเซียนผู้ไร้หัวใจ มู่หยางหยุดฝีเท้าลง สายตาประสานเข้ากับดวงตาคู่นามเย็นชานั้นโดยไม่หลบเลี่ยง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างวาบผ่านหัวใจของนักฆ่าผู้เย็นชา นางไม่ได้ดูเหมือนปีศาจกระหายเลือดดังคำร่ำลือ แต่กลับมีความงดงามที่บริสุทธิ์ผุดผ่องจนน่าประหลาดใจ ราวกับดอกบัวหิมะที่เบ่งบานท่ามกลางความหนาวเหน็บอันโดดเดี่ยว "ข้ามาเพื่อเอาชีวิตเจ้า... ไป๋หลิง" มู่หยางกล่าวเสียงเรียบ มือเรียวยาวจับด้ามกระบี่แน่นขึ้น ไป๋หลิงมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าเรียบเฉย "คนจากสำนักกระบี่มารโลหิตส่งสุนัขรับจ้างมาอีกแล้วสินะ... เจ้าคิดว่าคมกระบี่กระจอกๆ ของเจ้า จะระคายผิวของข้าได้กระนั้นหรือ?" ชั่วพริบตานั้น อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนถึงจุดเยือกแข็ง อากาศรอบตัวกลายเป็นผลึกน้ำแข็งนับล้านชิ้นที่พร้อมจะพุ่งเข้าสังหารผู้บุกรุกในคำสั่งเดียว ทว่ามู่หยางหาได้สะท้านสะเทือนไม่ เขากลับหลับตาลงชั่วขณะเพื่อปรับลมหายใจให้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติรอบตัว วิถีกระบี่เดียวดาย... หาใช่การฆ่าฟันด้วยอารมณ์ หากแต่คือการตัดขาดจากกิเลสทั้งปวงเพื่อเข้าถึงแก่นแท้แห่งความตาย เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงสีเงินยวงก็ระเบิดออกจากร่างของมู่หยางอย่างรุนแรงจนหิมะรอบกายกระเด็นถอยหลังเป็นวงกว้าง ไป๋หลิงหรี่ตาลงเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงอันตรายที่แท้จริงจากบุรุษผู้นี้... พลังปราณที่แผ่ออกมาไม่ได้เต็มไปด้วยความเกลียดชัง แต่กลับว่างเปล่าและเด็ดเดี่ยวราวกับยมทูตผู้ถือบัญชีชีวิต "น่าสนใจ..." ไป๋หลิงพึมพำเบาๆ คทาในมือยกขึ้นเตรียมรับมือ "ถ้าเช่นนั้น... จงเอาชีวิตข้าไปให้ได้ หากเจ้ามีความสามารถพอ" การปะทะกันระหว่างกระบี่ผู้เดียวดายและนางเซียนน้ำแข็งกำลังจะอุบัติขึ้น ท่ามกลางหิมะโปรยปรายที่ย้อมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย ทว่า ในวินาทีที่มู่หยางกำลังจะชักกระบี่ออกจากฝักเพื่อเผด็จศึก... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังขึ้นจากด้านหลังของหุบเขา พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้ทั้งคู่ต้องชะงัก "ฮ่าๆๆๆ! ยอดเยี่ยมมาก มู่หยาง! เจ้าล่อหนูออกจากรูได้ตามแผนจริงๆ ตอนนี้ทั้งเซียนน้ำแข็งและนักฆ่าไร้นามต่างก็อยู่ในกำมือของสำนักเราแล้ว จงตายไปพร้อมกันเสียเถอะ!" เงาร่างของจ้าวสำนักเหอ พร้อมด้วยผู้อาวุโสสำนักกระบี่มารโลหิตนับสิบคนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับค่ายกลโลหิตหมื่นพิษที่ปิดล้อมเส้นทางหนีทีไล่ทั้งหมดไว้จนสิ้นเชิง! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในยุทธภพอันกว้างใหญ่นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดาย ปะทะ นางเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%