เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ที่กลอนประตูห้อง ไม่ได้มาจากการงัดแงะ แต่มันคือเสียงปลดล็อกด้วยคีย์การ์ดสำรองที่ควรจะมีอยู่แค่สองชุดในโลก ชุดหนึ่งอยู่ในกระเป๋าของคีย์ ส่วนอีกชุด... ถูกเก็บไว้ในลิ้นชักนิรภัยของฝ่ายอาคาร
คีย์ขยับตัวเร็วกว่าความคิด ปลายนิ้วเรียวยาวที่เพิ่งกดโค้ดปิดระบบความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์เปลี่ยนเป้าหมาย ปัดปุ่มฉุกเฉินบนหน้าจอแท็บเล็ตเพื่อตัดการเชื่อมต่อเครือข่ายภายในทันที ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยความระแวง ขณะที่เรย์พุ่งตัวเข้ามาประชิดแผ่นหลังของเขาอย่างรู้หน้าที่ มือใหญ่คว้าท่อนแขนของคีย์ไว้ ออกแรงดึงให้ถอยร่นไปหลบหลังมุมเสาโครงสร้างคอนกรีตเปลือย บรรยากาศเงียบงันในห้องกว้างถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก มีเพียงเสียงลมหายใจสั่นระรัวของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท
"ใคร..." เรย์ขยับริมฝีปากเป็นคำพูดไร้เสียง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะไปหยุดอยู่ที่บานประตูกระจกฝ้าที่ค่อย ๆ ถูกดันเปิดออกอย่างเชื่องช้า
เงาร่างโปร่งสูงของใครบางคนทาบทับลงบนพื้นไม้ลามิเนต กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียนลอยปะปนมากับอากาศเย็นฉ่ำในห้อง กวิน... ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เคลือบยาพิษ ในมือของมันถือแฟลชไดร์ฟสีดำสนิท สะท้อนกับแสงไฟนีออนดัดรูปวงรีบนเพดาน
"ตกใจกันขนาดนั้นเลยเหรอครับ คุณโปรแกรมเมอร์คนเก่ง กับ... หัวหน้าทีมโปรดักชั่นผู้ทุ่มเท"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นทำลายความเงียบ กวินเดินลอยชายเข้ามากลางห้อง ราวกับนี่คืออาณาจักรของมันเอง สายตากวาดมองโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกระดาษโน้ตโค้ดดิ้งและแก้วกาแฟที่ยังไม่ล้าง ก่อนจะมาหยุดที่ร่างของคีย์และเรย์ที่ยืนบังกันและกันไว้อย่างมิดชิด
คีย์ปัดมือเรย์ที่จับแขนอยู่ออกเบา ๆ สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก้าวออกมาจากหลังเสาด้วยท่าทีเย็นชาไร้ที่ติ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ในใจจะรู้ดีว่าข้อมูลโปรเจกต์ล่าสุดถูกเข้าถึงแล้วก็ตาม
"คุณเข้ามาได้ยังไง... กวิน" เสียงของคีย์ราบเรียบ แต่มันเย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุก "ห้องนี้มีระบบป้องกันความปลอดภัยระดับสูงสุด การ์ดสำรองไม่ได้ถูกปล่อยออกมาง่าย ๆ"
"โลกนี้ไม่มีอะไรที่เงินซื้อไม่ได้หรอกครับ คีย์..." กวินหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้เรื่อย ๆ จนกระทั่งระยะห่างเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว "โดยเฉพาะกับคนที่กำลังจะตกงานและเสียชื่อเสียงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า... ผมแค่แวะมาดูหน้า 'ผู้แพ้' ก่อนที่เกมมันจะจบสมบูรณ์ต่างหาก"
เรย์แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ก้าวสวนขึ้นมาขนาบข้างคีย์ ร่างสูงโปร่งแผ่รังสีความคุกคามออกมาอย่างไม่ปิดบัง ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองไอ้สารเลวตรงหน้าด้วยความเดือดดาล "ปากดีชิบหาย ระวังตัวไว้เถอะ มึงอาจจะไม่ได้เดินออกจากห้องนี้ด้วยตีนของตัวเอง"
กวินหันมามองเรย์ หรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะยิ้มเยาะ "ปากดีเหมือนเดิมนะคุณเรย์ น่าเสียดาย... ที่ความมั่นใจพวกนี้มันกินไม่ได้ แถมยังช่วยกู้บริษัทของคุณจากข้อหาขโมยซอร์สโค้ดไม่ได้ด้วยนะ"
คำพูดนั้นทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง เรย์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา มือใหญ่กำหมัดแน่นข้างลำตัวจนเส้นเลือดปูดโปน ความโกรธพุ่งพล่านจนอยากจะพุ่งเข้าไปซัดหน้ามันสักหมัดให้หายแค้น แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นคีย์ที่ยกมือขึ้นแตะไหล่เขาเบา ๆ สัมผัสแผ่วเบานั้นดึงสติของเรย์ให้กลับมา
คีย์ยังคงนิ่งสงบ แววตาคู่คมมองตรงไปยังกวินด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง "คุณคิดว่าแฟลชไดร์ฟในมือคุณมันมีค่าพอที่จะทำลายเราได้จริง ๆ งั้นเหรอ?"
กวินชะงักไปนิด รอยยิ้มบนใบหน้ากระตุกวูบเมื่อเห็นท่าทีที่นิ่งเกินไปของคีย์ "หมายความว่ายังไง?"
"หมายความว่า..." คีย์ก้าวเข้าไปใกล้กวินทีละก้าว ช้า ๆ แต่มั่นคง จนกวินเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ที่คุณถืออยู่ มันเป็นแค่ซอร์สโค้ดจำลองที่ผมเขียนหลอกไว้สำหรับพวกสุนัขที่ชอบขโมยของคนอื่น... ข้อมูลจริงถูกเข้ารหัสไว้บนคลาวด์ที่ปลอดภัยที่สุด และตอนนี้ ระบบกำลังสแกนลายนิ้วมือกับIP Address ของคุณที่บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว"
เสียงสัญญาณเตือนภัยเบา ๆ ดังขึ้นจากแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงาน ไฟสถานะสีแดงเปลี่ยนเป็นสีส้มกระพริบถี่ ๆ หน้าจอแสดงผลระบบรักษาความปลอดภัยรันโค้ดรัวเร็ว
สีหน้าของกวินเปลี่ยนจากความมั่นใจเป็นความตื่นตระหนกในเสี้ยววินาที มันก้มมองแฟลชไดร์ฟในมือสลับกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ "แก... แกหลอกฉัน!"
"ผมเตือนคุณแล้วนะกวิน..." คีย์หยุดยืนห่างจากกวินเพียงคืบ ดวงตาสีนิลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มไหวระริกของอีกฝ่าย "ทางออกอยู่ทางที่คุณเดินเข้ามา เชิญ... ก่อนที่ผมจะแจ้งข้อหาบุกรุกและโจรกรรมข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งโทษมันมากพอที่จะทำให้คุณไม่ได้เหยียบวงการนี้ไปอีกนาน"
กวินกัดฟันกรวดด้วยความแค้น ข้อมูลที่ลงทุนซื้อมาด้วยเงินมหาศาลกลับกลายเป็นแค่ขยะชิ้นหนึ่ง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดแต่มันก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อเห็นเรย์เริ่มควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมกดบันทึกภาพ
"ฝากไว้ก่อนเถอะ... พวกแกไม่รอดแน่!" กวินสะบัดหน้าหนีด้วยความหัวเสีย หมุนตัวเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงประตูกระแทกปิดลงดังสนั่น
ปัง!
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องทำงานของคีย์อีกครั้ง แต่บรรยากาศกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย เรย์พ่นลมหายใจออกทางปากยาวเหยียด ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานของคีย์อย่างหมดแรง ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบา ๆ
"ให้ตายเถอะ... นายเนี่ยนะ มันปีศาจชัด ๆ" เรย์เงยหน้าขึ้นมองคีย์ที่ยืนถอนหายใจอยู่ข้าง ๆ "รู้ตัวรึเปล่าว่าเมื่อกี้มันเสี่ยงแค่ไหน ถ้าเกิดว่ามันพกปืนมาด้วยล่ะ?"
คีย์ปรายตามองคนนั่ง ก่อนจะดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงตรงข้าม ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะแนบชิด "ถ้ามันพกปืน นายก็คงไม่ยืนเฉยให้มันยิงฉันหรอกจริงไหม?"
เรย์ชะงักไปนิด ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มกวนประสาท "โห... ไว้ใจกันขนาดนั้นเลยเหรอครับ คุณโปรแกรมเมอร์"
"ไม่ได้เรียกว่าไว้ใจ..." คีย์เบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีจาง ๆ ที่ข้างแก้ม "แต่เรียกว่าประเมินสถานการณ์จากความน่าจะเป็น นายไม่ใช่พวกปล่อยให้คนอื่นมาทำร้ายคนในทีมง่าย ๆ หรอก"
"อ่า... คนในทีมเหรอ?" เรย์ทวนคำ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วโน้มตัวลงไปใกล้คีย์ มือใหญ่ข้างหนึ่งท้าวกับพนักพิงเก้าอี้ของคีย์ไว้ กักขังร่างเพรียวให้อยู่ในอ้อมแขนกลาย ๆ กลิ่นกายสะอาดผสมกับความเหนื่อยอ่อนลอยเข้าจมูกของคีย์จนหัวใจเต้นผิดจังหวะ "เป็นมากกว่านั้นไม่ได้เหรอครับ... เช่น คนรู้ใจ หรือคนพิเศษไรงี้"
คีย์หันขวับกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาสีนิลสบเข้ากับดวงตาพราวระยับของเรย์ในระยะประชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรู้สึกได้ ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของพวกเขาลดลงเรื่อย ๆ จนแทบจะไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน
"นายพูดมากเกินไปแล้ว เรย์..." เสียงของคีย์แผ่วเบaลง ไร้ซึ่งความเยือกเย็นอย่างเคย มีเพียงความสั่นไหวเล็กน้อยที่เจ้าตัวพยายามควบคุมมันอย่างยากลำบาก
"ก็เพราะปากมันว่าง..." เรย์กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่า "นอกจากพูดแล้ว... นายอยากให้ฉันทำอย่างอื่นอีกไหมล่ะ?"
หัวใจของคีย์กระหน่ำรัวราฃกับกลองชุด ปลายนิ้วเรียวเผลอจิกเข้าที่ปลายเสื้อของเรย์โดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกใหม่ที่อัดแน่นอยู่ในอกทำให้เขาไม่อาจละสายตาไปจากริมฝีปากหยักที่กำลังคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ได้เลย
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นตรงกันเป็นจังหวะเดียว ในวินาทีที่เรย์ค่อย ๆ เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกันนั้นเอง...
เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากหน้าจอแท็บเล็ตก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอหลัก:
*[WARNING: ระบบเครือข่ายหลักถูกเข้าถึงจากภายนอก... ต้นทางมาจากห้องทำงานส่วนตัวของคุณเรย์]*
เรย์ชะงักกึก คีย์เบิกตากว้าง หันขวับกลับไปมองหน้าจอทันที สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดถึงขีดสุดเมื่อตระหนักได้ว่า... เกมนี้มันเพิ่งเริ่มต้น และพวกเขากำลังเล่นอยู่บนกระดานของใครบางคนที่มีอำนาจมากกว่าที่คิด
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ หลอมละลายความเย็นชาของพวกเขานะครับ
เซฟโซนของนายวายร้ายสายเทค•ตอนที่ 16
เส้นแบ่งที่บางลง
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวายร้ายสายเทค นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!