“ถ้าก้าวออกมาจากเซฟโซนนี้แล้วไม่ได้ตายดี... อย่างน้อยฉันก็อยากให้เธอรู้ว่าที่ผ่านมา ฉันไม่ได้เล่นสนุกกับความรู้สึกของเธอนะคีย์”
เรย์พูดประโยคนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่ต่างไปจากทุกที มันไม่มีความกวนประสาท ไม่มีความขี้เล่นที่เคยใช้เป็นหน้ากาก แต่มันคือความนิ่งสนิทที่ปนไปด้วยแรงกดดัน แววตาของหัวหน้าทีมโปรดักชั่นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของคีย์ราวกับจะขุดรากถอนโคนความระแวงที่ฝังลึกอยู่ในนั้น
คีย์ไม่ถอยหนี เขากระชับเสื้อคลุมตัวหลวมที่สวมทับชุดทำงาน ยืนเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายท่ามกลางแสงไฟสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังเปิดค้างไว้ บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวดูเล็กลงไปถนัดตาเมื่อความตึงเครียดของสถานการณ์เรื่อง ‘นัท’ และเงาของ ‘แขกที่ไม่ได้รับเชิญ’ เข้ามาปกคลุม
“นายกำลังจะทำอะไร เรย์?” คีย์ถามเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะเพราะคำพูดเมื่อครู่ แต่นิสัยที่เป็นคนเจ้าระเบียบและระแวดระวังภัยมาตลอดชีวิตทำให้เขาเลือกจะตั้งการ์ดไว้ “คำพูดสวยหรูมันไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าตอนนี้ระบบความปลอดภัยของเรากำลังถูกคุกคาม กวินไม่ได้แค่ส่งนัทมาปั่นหัว แต่มันกำลังดึงข้อมูลดิบในเซิร์ฟเวอร์หลักไป”
“ฉันรู้” เรย์ก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวที่คีย์แสนจะคุ้นเคยลอยมาปะทะจมูก “และเพราะฉันรู้... ฉันถึงต้องทำอะไรสักอย่างที่มากกว่าการนั่งเขียนโค้ดแก้บั๊กที่กวินจงใจปล่อยไว้”
เรย์คว้ามือของคีย์ขึ้นมา ก่อนจะหยิบเอาคีย์การ์ดสำรองของตัวเองวางลงบนฝ่ามืออีกฝ่าย
“นี่คือกุญแจเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวของฉัน ในนั้นมีโปรโตคอลลับที่ฉันเก็บไว้ใช้ในงานโปรดักชั่นใหญ่ๆ มันสามารถปิดกั้นการเข้าถึงจากภายนอกได้เบ็ดเสร็จ แต่มันจะทำลายไฟล์ต้นฉบับงานของฉันไปครึ่งหนึ่ง”
คีย์ขมวดคิ้ว มือที่ถือคีย์การ์ดสั่นเล็กน้อย “นั่นมันงานที่นายทุ่มเทมาตลอดปีนะเรย์ ถ้านายทำแบบนั้น นายจะไม่มีผลงานไปส่งลูกค้า... นายจะเสียตำแหน่งหัวหน้าทีม”
“เทียบกับการที่กวินจะเข้ามาพังเซฟโซนของนาย... เทียบกับการที่ต้องเห็นเธอนั่งเครียดจนไม่ได้นอนมาสามวัน...” เรย์ขยับยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคีย์กระตุก “งานพวกนั้นมันก็แค่เศษเหล็กครับคีย์ ความไว้ใจของเธอต่างหากที่เป็นของจริง”
“นายมันบ้า...” คีย์พึมพำ แต่ทว่ามือกลับไม่ได้ผลักอีกฝ่ายออก
“ใช่ ผมบ้า” เรย์โน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้า “ผมบ้าตั้งแต่ที่เลือกจะเข้ามาอยู่ในเซฟโซนที่แสนจะเย็นชาของคุณแล้วล่ะ เพราะงั้น... ช่วยเชื่อใจคนบ้าคนนี้สักครั้งได้ไหมครับ?”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงาน บรรยากาศที่เคยคุกรุ่นด้วยความหวาดระแวงค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นความอึดอัดที่ชวนให้หวั่นไหว คีย์จ้องมองเรย์ สายตาของเขากำลังสแกนหาคำโกหกในดวงตาคู่นั้น แต่น่าแปลกที่เขาพบเพียงความจริงใจที่รุนแรงจนน่ากลัว
คีย์ตัดสินใจขยับตัวเข้าหาอีกฝ่าย มือเรียวเอื้อมไปแตะที่ต้นคอของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา เป็นการยอมรับโดยไม่มีถ้อยคำ “ถ้าทำแบบนี้แล้ว... กวินมันไม่จบแค่ตรงนี้ล่ะ?”
“ถ้ามันกล้าจะเล่นสกปรก ผมก็พร้อมจะทิ้งหน้ากากนักธุรกิจแสนดีนี่ไปเล่นกับมันให้หนักกว่าเดิมครับ” เรย์เปลี่ยนโทนเสียงเป็นดุดันแฝงความร้ายกาจ “แต่นั่นเรื่องของวันพรุ่งนี้... คืนนี้ ผมขอแค่พื้นที่ข้างๆ คุณ... ได้ไหมครับ?”
คีย์ไม่ได้ตอบรับเป็นคำพูด แต่เขากลับดึงคอเสื้อของเรย์ให้โน้มลงมาหาจนหน้าผากของทั้งคู่แตะกันเบาๆ เป็นสัญญาณของการยอมลดกำแพงลงชั่วคราว ทว่าในจังหวะที่ความเงียบกำลังทำหน้าที่ของมันจนหัวใจของทั้งสองเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน
ปัง!
ประตูห้องถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้มซึ่งดูคุ้นตาเดินนำหน้ากลุ่มคนเข้ามา รอยยิ้มเหยียดที่มุมปากของกวินปรากฏเด่นชัด เขาปรบมือช้าๆ ในขณะที่สายตาสอดส่ายไปทั่วห้องเหมือนจะมองหาบางอย่าง
“ขอโทษทีที่ขัดจังหวะช่วงเวลาหวานชื่นนะ... แต่ดูเหมือนว่าข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์จะถูกสั่งลบไปก่อนที่ฉันจะได้มันมาสินะ เรย์?” กวินแสยะยิ้ม ก่อนจะมองไปที่คีย์ด้วยสายตาเย้ยหยัน “และนาย... คีย์ นายคงไม่คิดว่าการเอาตัวเข้าแลกกับหัวหน้าทีมโปรดักชั่นกระจอกๆ คนหนึ่ง จะช่วยให้ความลับที่นายพยายามปกป้องมันรอดพ้นมือฉันไปได้หรอกใช่ไหม?”
คีย์ผละออกจากเรย์ทันที ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นนิ่งเฉยและเย็นชาดั่งน้ำแข็ง “แกมาทำไม กวิน?”
“มาเพื่อเตือนน่ะ” กวินก้าวเข้ามาในห้องจนถึงโต๊ะทำงาน “ว่านอกจากไฟล์พวกนั้นที่นายสั่งลบไป ฉันยังมีอีก ‘สิ่งที่สำคัญกว่า’ อยู่ในมือ... และถ้าไม่อยากให้เรื่องในอดีตของคีย์ต้องถูกแฉบนหน้าสื่อออนไลน์ในเช้าพรุ่งนี้... ก็ยอมส่งพาสเวิร์ดมาซะดีๆ”
เรย์ก้าวออกมาบังคีย์ไว้ด้านหลังทันที มือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดขึ้นชัดเจน “ถ้าแกแตะต้องเขาแม้แต่ปลายเล็บ... ต่อให้ต้องพังบริษัทนี้ทิ้งไปพร้อมกับฉัน แกก็ไม่มีวันได้สิ่งที่ต้องการ”
กวินหัวเราะร่วน ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วเปิดภาพบางอย่างบนหน้าจอให้คีย์ดู แสงไฟจากหน้าจอสะท้อนเข้าตาของคีย์จนร่างของเขาสั่นสะท้าน มือที่กำแน่นอยู่แล้วกลับสั่นเทามากกว่าเดิมเมื่อเห็นรูปถ่ายที่กวินโชว์ให้เห็น
“ดูเหมือนว่า ‘แขกที่ไม่ได้รับเชิญ’ ไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวแล้วล่ะคีย์...” กวินกระซิบเสียงต่ำด้วยความสะใจ “แต่เป็น ‘เขาคนนั้น’... คนที่นายหวาดกลัวที่สุด กำลังยืนรออยู่หน้าตึกนี้เอง”
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของคีย์และเรย์มาถึงตรงนี้ครับ ดาร์กไนท์จะเร่งปมให้เดือดขึ้นในตอนหน้าแน่นอนครับ!
เซฟโซนของนายวายร้ายสายเทค•ตอนที่ 20
ข้อพิสูจน์ความจริงใจ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวายร้ายสายเทค นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!