“ถ้าคิดจะยื่นมือเข้ามาในเกมของฉัน ก็กรุณาทำตัวให้มีประโยชน์มากกว่าแค่ยืนประดับทีมด้วยครับ”
เสียงของเอสราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่ง เขากระชับถุงมือหนังสีดำสนิท สายตาจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มร่างยักษ์ในชุดเกราะหนักที่กำลังยืนเกาหัวอยู่ข้างกาย ขณะที่เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งห้าคนคือบานประตูหินขนาดมหึมาที่สลักลวดลายมังกรขดตัวพ่นเปลวไฟ แผ่นดินรอบหอคอยสั่นสะเทือนเป็นจังหวะ ราวกับมันกำลังเต้นตามชีพจรของอสูรกายที่หลับใหลอยู่เบื้องหลังนั้น
ลิลลี่ที่ยืนเยื้องไปด้านหลังเอสขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบผ่านช่องทางสื่อสารส่วนตัวที่ลากเส้นโค้งของข้อมูลสีฟ้าจางๆ ในอากาศ “เอส... ระบบตรวจพบความร้อนที่พุ่งสูงขึ้นผิดปกติหลังประตูบานนี้ครับ ค่าพลังงานความร้อนสูงเกินกว่าที่ดาต้าเบสมาตรฐานจะระบุได้ ระวังด้วยนะครับ”
เอสไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงพยักหน้ารับเบาๆ สายตาคมกริบกวาดมองปาร์ตี้ใหม่ที่เขาเพิ่งรวบรวมมา นี่คือการเรดดันเจี้ยนครั้งแรกนับตั้งแต่เขากลายเป็นผู้เล่นอิสระ การพิชิต 'หอคอยมังกรเพลิง' ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หากพลาดไปแม้แต่วินาทีเดียว ชีวิตในเกมของพวกเขาอาจจบลงด้วยการสูญเสียเลเวลมหาศาลและไอเทมติดตัวที่อุตส่าห์สะสมมา
“เอาละ ทุกคน ฟังให้ดี” เอสประกาศเสียงกังวาน “แผนเดิมตามที่วางไว้ ใครทำพลาด คนนั้นรับผิดชอบค่าเสียเวลาของคนทั้งทีมเอง เข้าใจตรงกันนะครับ?”
ไม่มีเสียงคัดค้าน สมาชิกในทีมต่างพยักหน้าอย่างเคร่งเครียด เอสยกมือขึ้นแตะที่บานประตู พลังเวทสีม่วงอมดำไหลผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กลไกของหอคอย เสียงเฟืองเหล็กขบกันดังก้องสนั่นจนแสบแก้วหู บานประตูหินหนักอึ้งค่อยๆ เคลื่อนตัวแยกออกจากกัน เผยให้เห็นโถงทางเดินที่ถูกอาบด้วยเปลวเพลิงสีน้ำเงินอมเขียว
ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู บรรยากาศก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง กลิ่นกำมะถันเตะเข้าจมูกอย่างรุนแรง และทันใดนั้นเอง...
*โฮกกกกกกก!*
เสียงคำรามสนั่นหวั่นไหวที่ไม่ได้มาจากสิ่งมีชีวิต แต่มันคือเสียงของพลังงานมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากกำแพงหอคอย มอนสเตอร์รูปร่างคล้ายก้อนหินหลอมละลายพุ่งออกมาจากเงามืดของเสาต้นมหึมา เอสชักดาบ ‘เขี้ยวอสูรทมิฬ’ ออกจากฝักเพียงเสี้ยววินาที รัศมีคมดาบสีม่วงวาดผ่านอากาศเป็นเส้นตรง ตัดร่างของมอนสเตอร์ตัวแรกขาดสะบั้นราวกับกระดาษ
“อย่าประมาท! นี่แค่ลิ่มเลือดก่อนถึงหัวใจ” เอสสั่งการพลางพุ่งตัวไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เอสคำนวณตำแหน่งการยืนของทุกคนด้วยสายตาที่เฉียบคม เขาไม่เพียงแต่โจมตี แต่ยังคอยสั่งการตำแหน่งของแทงค์และฮีลเลอร์อย่างแม่นยำ ทุกย่างก้าวของเขาเหมือนมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าสิบกระบวนท่า ลิลลี่คอยวิเคราะห์จุดอ่อนของศัตรูส่งตรงเข้าสู่สมองของเอสผ่านการเชื่อมต่อทางจิต
“เอส! ด้านซ้าย! บอสตัวแรกกำลังจะใช้ท่าไม้ตาย ‘เพลิงผลาญวิญญาณ’ แล้วครับ!” เสียงเตือนของลิลลี่ดังขึ้น
“รู้แล้ว!” เอสกระโดดถอยหลังในจังหวะที่พื้นที่ตรงนั้นระเบิดออกเป็นเถ้าถ่าน “ทุกคน ถอยออกมาสองก้าว! ใช้สกิลต้านทานธาตุไฟเดี๋ยวนี้!”
การต่อสู้ลากยาวไปนานกว่าสองชั่วโมง เลือดและเหงื่อท่วมกายของสมาชิกในทีม ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินแรงใจ ทว่าเอสยังคงนิ่งสงบ เขาสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ... เศษซากของมอนสเตอร์ที่เขาเพิ่งทำลายไป กำลังสลายกลายเป็นละอองสีทองและถูกดูดกลับเข้าไปในแกนกลางของหอคอย
“เดี๋ยวก่อน...” เอสพึมพำกับตัวเอง “ลิลลี่... หอคอยนี้ไม่ได้สร้างมอนสเตอร์ขึ้นมา แต่มันกำลัง ‘กิน’ พลังงานจากผู้เล่นที่ตายไปในอดีตเพื่อหล่อเลี้ยงตัวเองใช่ไหมครับ?”
“วิเคราะห์ได้แม่นยำมากครับเอส... ข้อมูลในส่วนลึกของเซิร์ฟเวอร์บอกว่าหอคอยนี้คือ ‘สุสานดิจิทัล’ ของระบบ” ลิลลี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เมื่อจบการต่อสู้กับบอสชั้นที่สิบ ทั้งกลุ่มทรุดลงกับพื้นด้วยความอ่อนแรง ทว่าเอสกลับก้าวตรงไปยังแท่นศิลาใจกลางหอคอย เขาพบกับกล่องสมบัติสีทองอร่ามที่ดูไม่เข้าพวกกับสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะแตะลงบนฝากล่อง
ทันใดนั้น แสงสีแดงฉานก็สว่างวาบไปทั่วทั้งห้อง บรรยากาศเงียบสงัดลงอย่างน่าประหลาด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนเดินออกมาจากความมืดหลังแท่นศิลา เสียงนั้นเชื่องช้า มั่นคง และทรงอำนาจจนคนทั้งปาร์ตี้ต้องหยุดหายใจ
ชายในชุดคลุมสีเงินยาวลากพื้นปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าของเขาถูกซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากเหล็กไร้ลวดลาย เขาไม่ได้พกอาวุธ แต่รอบตัวเขากลับมีไอเทมระดับตำนานที่เอสคุ้นเคยเป็นอย่างดี... มันคืออุปกรณ์ชิ้นเดียวกับที่เอสเคยครอบครองในกิลด์เก่า ก่อนที่เขาจะถูกหักหลังและถูกแย่งชิงทุกอย่างไป
“ไม่เจอกันนานเลยนะ... เอส” ชายคนนั้นเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาเอสชาวาบไปทั้งร่าง “ลืมเพื่อนเก่าคนนี้ไปแล้วหรือยัง?”
เอสกำด้ามดาบแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว สติที่เคยสุขุมเริ่มสั่นคลอน “แก... แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
ชายในหน้ากากหัวเราะเบาๆ ก่อนจะชี้ปลายนิ้วมาที่เอส “หอคอยนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อพิชิตหรอกนะเอส... แต่มันมีไว้เพื่อ ‘รอ’ คนอย่างแกให้มาตายที่นี่ต่างหากล่ะ”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 12 กับกิลด์มาสเตอร์เอสนะครับ!
Chronicle of the God-Slayer: ดันเจี้ยนต้องสาปกับไอเทมระดับตำนาน•ตอนที่ 12
ดันเจี้ยนเรด: หอคอยมังกรเพลิง
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Chronicle of the God-Slayer: ดันเจี้ยนต้องสาปกับไอเทมระดับตำนาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!