Chronicle of the God-Slayer: ดันเจี้ยนต้องสาปกับไอเทมระดับตำนาน•ตอนที่ 6

ไอเทมระดับแรร์ชิ้นแรก

ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
กลิ่นคาวเลือดผสมกับละอองสนิมเหล็กคละคลุ้งในโพรงจมูก ร่างของ *'กาลเวลารัตติกาล'* หรือที่ใครต่อใครในโลกภายนอกรู้จักในนามรองหัวหน้ากิลด์รุ่งอรุณแห่งทมิฬ ขยับรองเท้าบูทหนังมังกรเหยียบลงบนซากศพของบอสประจำชั้นที่สลายตัวกลายเป็นละอองแสงสีม่วง ดวงตาสีเทาเข้มภายใต้ฮู้ดสีขาวสะอาดตาไม่ได้มองซากไอเทมเกลื่อนกลาดบนพื้น แต่จดจ้องตรงมาที่เอส—ชายหนุ่มผู้ยืนหอบหายใจอยู่ห่างออกไปเพียงสิบก้าว "ไม่คิดเลยว่า แกจะรอดมาถึงชั้นนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว... ไอ้นักดาบตกอับ" เสียงทุ้มต่ำเอื้อonเอ่ยออกมาอย่างเย้ยหยัน ริมฝีปากของกาลเวลารัตติกาลยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เอสจดจำได้แม่นยำแม้ในยามหลับตา—รอยยิ้มเดียวกับวันที่มันแทงดาบทะลุแผ่นหลังของเขาในดันเจี้ยนระดับ S เมื่อสามปีก่อน เอสไม่ตอบ ทว่าสายตากลับกวาดมองไปที่มือขวาของอีกฝ่าย สัญชาตญาณนักล่าในตัวกรีดร้องลั่น เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม แม้สภาพจิตใจจะถูกฝึกฝนมาให้ไร้ความรู้สึกมานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าภาพของวัตถุเรืองแสงสีทองอร่ามที่กาลเวลารัตติกาลกำลังถืออยู่ กลับทำให้มือทั้งสองข้างของเขาเผลอกำชับดาบในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว *ชิ้นส่วนหัวใจแห่งเทพเจ้า* ไอเทมระดับตำนานชิ้นแรกที่ระบบเกมเปิดให้ดรอปจากดันเจี้ยนลับแห่งนี้ ไอเทมที่ในชาติก่อน กิลด์รุ่งอรุณแห่งทมิฬต้องใช้ทรัพยากรทั้งกิลด์และผู้เล่นระดับท็อปกว่าสองร้อยคนในการล่าถึงสามเดือนเต็ม แต่วันนี้... มันกลับมาอยู่ในมือของไอ้สารเลวคนนี้ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะลงมือเสียอีก [เตือนภัย: ตรวจพบคลื่นพลังงานระดับ SSS จากวัตถุดิบในมือเป้าหมาย... เอส ค่าความเสี่ยงพุ่งเกิน 90% แล้วนะ!] เสียงของลิลลี่ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท น้ำเสียงของระบบ AI สาวเต็มไปด้วยความตึงเครียดและไม่สู้ดีนัก [ถ้ามันใช้พลังนั้นกระตุ้นระบบเซิร์ฟเวอร์ย่อยตอนนี้... เราจะสูญเสียข้อมูลทั้งหมดที่อุตส่าห์กู้มา!] เอสยังคงนิ่งเงียบ สมองคำนวณความน่าจะเป็นอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องจักร *อัตราการดรอปของบอสตัวนี้คือ 0.0001%... ไม่มีทางที่กาลเวลารัตติกาลจะบังเอิญฆ่ามันได้ก่อนหน้าเขา* ความคิดบางอย่างแล่นแปลบเข้ามาในหัว ดันเจี้ยนนี้ถูกปิดตาย การจะเข้ามาได้ต้องใช้ 'กุญแจศิลาโบราณ' ที่มีเพียงสองดอกในเซิร์ฟเวอร์ ดอกหนึ่งอยู่กับเขา... และอีกดอก... "แปลกใจใช่ไหมล่ะ?" กาลเวลารัตติกาลหัวในลำคอเบาๆ มันโยนก้อนแสงสีทองในมือเล่นราวกับเป็นลูกบอลเด็กเล่น "ว่าทำไมฉันถึงมารอแกอยู่ตรงนี้ได้... เอส แกคิดจริงๆ เหรอว่า ความลับที่แกเก็บซ่อนไว้ในฐานข้อมูลลับ จะรอดพ้นจากการตรวจสอบของท่านหัวหน้ากิลด์ไปได้?" "แกไม่ได้บังเอิญมาที่นี่" เสียงของเอสแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยพลังกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "แกสะกดรอยตามฉัน... ตั้งแต่เมืองเริ่มต้น" "ฉลาดสมเป็นอดีตมือหนึ่ง... แต่ก็น่าสมเพชในเวลาเดียวกัน" กาลเวลารัตติกาลก้าวเท้าเข้ามาใกล้ชิดขึ้นอีกก้าว เสียงเกราะเหล็กกระทบกันดัง *กริ๊ง* "รู้ไหม... ตอนที่แกถูกเตะออกจากกิลด์อย่างไร้ค่า พวกเราหัวเราะเยาะแกกันนานแค่ไหน? แกมันก็แค่หมาตัวหนึ่งที่คิดว่าตัวเองเป็นราชสีห์... และตอนนี้ หมาตัวนั้นก็กำลังจะตายด้วยน้ำมือของฉัน... อีกครั้ง" พริบตานั้น ร่างในชุดคลุมสีขาวก็หายวับไปจากจุดเดิม! *ความเร็วระดับซับเทรล!* ประสาทสัมผัสของเอสกรีดร้องเตือนภัย เขาไม่อาจหลบพ้นด้วยการมองเห็นธรรมดาได้ ร่างกายขยับไปตามความคุ้นเคยจากประสบการณ์นับหมื่นชั่วโมงในเกม ดาบยาวในมือตวัดตั้งรับไปด้านข้างอย่างเฉียบพลัน— *เคร้งงง!* ประกายไฟสีส้มสว่างวาบไปทั่วอุโมงค์แรงปะทะมหาศาลทำให้พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของเอสแตกร้าวเป็นทางยาว แรงกระแทกสะท้อนขึ้นมาถึงหัวไหล่จนกระดูกแทบปริ แต่เอสไม่มีเวลาแม้แต่จะส่งเสียงคราง "ฝีมือไม่เลวขึ้นนี่!" กาลเวลารัตติกาลแยกเขี้ยว หัวเราะอย่างบ้าคลั่งเมื่อใบดาบทั้งสองเล่มเสียดสีกันจนเกิดเสียงแหลมแสบแก้วหู "แต่แกคิดเหรอว่า คนที่ถือครอง 'หัวใจแห่งเทพเจ้า' จะพ่ายแพ้ให้แก?" ระลอกคลื่นพลังงานสีทองสว่างวาบจากมือซ้ายที่ถือไอเทมระดับตำนาน แรงโน้มถ่วงรอบตัวของเอสแปรปรวนในพริบตา ร่างของเขารู้สึกหนักอึ้งราวกับถูกภูเขาขนาดยักษ์กดทับ เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากมุมปากของชายหนุ่มทันทีจากแรงกดดันทางจิตวิญญาณที่รุนแรงเกินขีดจำกัดมนุษย์ [เอส! อัตราการเต้นของหัวใจนายเกินขีดจำกัดแล้ว! ถอยเดี๋ยวนี้!] ลิลลี่ตะโกนลั่นในหัว ระบบหน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานกระพริบเตือนรัวจนลายตา แต่เอสไม่ถอย... ดวงตาสีดำสนิทของเขาไม่ได้ฉายแววความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่ถูกเก็บกดไว้สามปี "แกเข้าใจผิดแล้ว..." เอสกระซิบเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ฉันไม่ได้มาที่นี่... เพื่อแย่งไอเทมชิ้นนั้นคืน" กาลเวลารัตติกาลชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ความลังเลฉายชัดขึ้นในดวงตาของมัน "แล้วแกมาทำไม?" เอสหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบและน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเสียงของบอสที่เพิ่งตายไป "ฉันมาเพื่อ... ปลดปล่อยคำสาปที่พวกแกต่างหาก" นิ้วมือขวาที่กำด้ามดาบคลายออกเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดข้อมือทิ้งดาบเล่มหลักลงกับพื้น ท่ามกลางความตกตะลึงของรองหัวหน้ากิลด์รุ่งอรุณแห่งทมิฬ เอสกลับพุ่งมือเปล่าเข้าไปคว้าข้อมือข้างที่ถือ 'ชิ้นส่วนหัวใจแห่งเทพเจ้า' ของอีกฝ่ายไว้แน่นด้วยมือเปล่า! "แกบ้าไปแล้วหรือไง! นั่นมันพลังระดับพระเจ้า แกจะ—!" "ฉันไม่ได้บ้า..." เอสเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย แววตาคมกริบสะท้อนแสงสีทองอร่ามที่กำลังลามเลียผิวหนังของเขาจนเกิดควันจางๆ "ฉันแค่กำลังจะทำให้แกดูว่า... บั๊กที่แท้จริงของโลกใบนี้ เขาจัดการกันยังไง" พริบตานั้น อัญมณีสีดำสนิทที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมของเอส—ไอเทมปริศนาที่เขาเก็บไว้เป็นความลับสูงสุด—ก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกันกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหูของทุกคนในแผนที่ [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงโค้ดหลัก... เริ่มต้นกระบวนการ 'รีเซ็ตข้อมูลลับ' ...0%] กาลเวลารัตติกาลเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าของมันเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งกลายเป็นความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อพบว่าแขนข้างที่ถือไอเทมตำนานไม่สามารถขยับได้อีกต่อไป "แก... แกทำอะไรกับระบบวะ?!" เอสแย้มยิ้ม ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนภาพใบหน้าซีดเผือดของศัตรู "ยินดีต้อนรับสู่... นรกของจริง, เพื่อนเก่า" — และก่อนที่แสงสีขาวจากการระเบิดของระบบจะกลืนกินร่างของพวกเขาทั้งคู่ เงาดำทมิฬขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นจากรอยแยกของมิติเหนือเพดานถ้ำ พร้อมกับเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปทั้งดันเจี้ยน... ร่างของ 'ราชาแห่งความตาย บาลโรก' ที่ควรจะปรากฏตัวในชั้นที่ 10 กลับก้าวเท้าออกมาจากความมืด พร้อมกับดวงตาสีแดงฉานที่จ้องตรงมายังเอสและกาลเวลารัตติกาลด้วยความกระหายเลือด! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเปิดอ่านตอนที่ 6 ไปด้วยกันครับ - กิลด์มาสเตอร์เอส
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Chronicle of the God-Slayer: ดันเจี้ยนต้องสาปกับไอเทมระดับตำนาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%