ศัสตราอาคมกับทัณฑ์พรายในป่าอาถรรพ์•ตอนที่ 3

วิทยาศาสตร์ปะทะไสยศาสตร์

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นเน่าหนืดของอินทรียสารที่ย่อยสลาย ไม่ได้ลอยมาจากซากศพเบื้องหน้า... แต่มันลอยมาจากความจริงที่ไม่มีใครยอมรับต่างหากครับ ร้อยตรีคีรินทร์ใช้ปลายนิ้วสวมถุงมือยางกดลงไปบนรอยช้ำสีม่วงคล้ำบริเวณลำคอของศพนายพรานทุ่ง ดงพญาไฟ ร่างไร้วิญญาณถูกวางไว้บนแคร่ไม้ไผ่ชั่วคราวภายในกระเตงพักกลางป่าลึก แสงไฟฉายคาดหัวสีขาวนวลสาดส่องกระทบกับผิวหนังที่แห้งเกรียมราวกับถูกดูดความชื้นออกไปจนหมดสิ้น ดวงตาของศพเบิกโพลงค้าง คล้ายกำลังหวาดกลัวบางสิ่งที่เกินกว่ามนุษย์จะจินตนาการได้ แต่ในฐานะนายทหารพรานเก่าที่ผ่านสมรภูมิและคดีฆาตกรรมมาโชกโชน คีรินทร์ไม่เคยเชื่อในเรื่องผีสาง เขายังคงยึดมั่นในตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์ "รอยนิ้วมือรอบลำคอนี่... บีบด้วยแรงกดมหาศาล กระดูกไฮออยด์หักละเอียดจากด้านหน้าสู่ด้านหลัง ไม่ใช่มือมนุษย์ธรรมดาแน่..." อาจารย์จารึกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะยืนกอดอกพิงเสาเรือนร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเข้มทึบ แววตาสีดำสนิทภายใต้เงาหมวกปีกกว้างคู่นั้นกวาดมองร่างไร้ลมหายใจด้วยความนิ่งสงบผิดมนุษย์ "แต่เป็นแรงอาฆาตจาก 'พรายดง' ที่เจ้าตัวไปล่วงเกินเขตหวงห้ามในคืนเดือนมืด" คีรินทร์ชะงักมือเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับนักอาคมเร้นกายด้วยแววตาเย็นชาคมกริบ ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นในอกอย่างเงียบเชียบ "เลิกพูดจาเพ้อเจ้อเสียทีครับ อาจารย์จารึก" คีรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังแต่เจือด้วยความเย้ยหยัน "วิทยาศาสตร์มีคำอธิบายเสมอ รอยช้ำพวกนี้เกิดจากการใช้ 'เครื่องมือกล' หรือการกดจุดด้วยเทคนิคศิลปะการต่อสู้ชั้นสูง แรงบีบที่ว่ามหาศาล ก็แค่หลักฟิสิกส์เรื่องคานดีดคานงัดและพละกำลังของมนุษย์ฝึกหัดเท่านั้น ไม่มีวิญญาณหรือพรายตนไหนมาหักกระดูกคอใครได้หรอกครับ" อาจารย์จารึกหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่แหบพร่าและชวนให้รู้สึกระคายหู "คุณคีรินทร์... คุณยังคงยึดติดกับกรอบแคบๆ ของตำราเรียนในเมืองกรุง เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ของคุณ ช่างเปราะบางเหลือเกินเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเร้นลับของป่าผืนนี้ ลองดูที่เล็บของศพสิครับ สังเกตเห็นอะไรไหม" คีรินทร์ขมวดคิ้วแน่น เขาโน้มตัวลงใช้แว่นขยายส่องดูที่ปลายนิ้วของศพ เล็บมือทั้งสิบนิ้วดำคล้ำและมีคราบดินเหนียวสีแดงฉานอัดแน่นอยู่ภายในซอกเล็บ ซึ่งเป็นดินชนิดเดียวกับที่พบเฉพาะบริเวณก้นหุบเหวลึกสามร้อยเมตรท้ายป่าอาถรรพ์เท่านั้น "ดินสีแดง... มีส่วนผสมของแร่เหล็กและอินทรียวัตถุหนาแน่น" คีรินทร์พึมพำวิเคราะห์ตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ "แสดงว่าผู้ตายต้องดิ้นรนขัดขืนและตะกุยดินในหุบเขานั้นก่อนจะเสียชีวิต" "ถูกต้องครับ เขาดินรน..." อาจารย์จารึกก้าวเข้ามาใกล้ร่างไร้ชีวิต กลิ่นจางๆ ของธูปหอมและกำยานโชยแตะจมูกคีรินทร์ "แต่ปัญหาคือ... ศพนี้ถูกพบที่ยอดเนินเขาห่างจากหุบเหวนั้นถึงห้ากิโลเมตร ทางขึ้นชันและรกทึบจนแม้แต่สัตว์ป่าก็ยังแทบไม่เดินผ่าน หากเขาตกลงไปตายก้นเหวตามทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของคุณ ใครเป็นคนแบกร่างไร้สติขึ้นมาไว้บนนี้ โดยที่ไม่มีรอยเท้าอื่นนอกจากรอยเท้าของเขาเองแม้แต่รอยเดียว?" ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศภายในกระเตงพักเงียบงันลงทันที คีรินทร์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลด้วยตรรกะทางทหารสะดุดกึก ภาพความทรงจำเกี่ยวกับรอยเท้าเดี่ยวที่เขาสังเกตเห็นตั้งแต่แรกเข้ามาในหัว รอยเท้าของนายพรานที่เดินมุ่งหน้าขึ้นเขาอย่างมั่นคง ไร้ซึ่งร่องรอยการถูกลากจูง หรือร่องรอยการแบกหามจากบุคคลที่สอง นี่คือจุดที่อุดมการณ์ของทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง โลกของคีรินทร์คือความจริงที่พิสูจน์ได้ด้วยเครื่องมือและสมการ ส่วนโลกของอาจารย์จารึกคืออาณาจักรแห่งพลังงานลี้ลับที่วิทยาศาสตร์ยังเอื้อมไม่ถึง "อาจารย์กำลังจะบอกว่า ผีสางเทวดาเป็นคนหามศพขึ้นมาอย่างนั้นหรือครับ?" คีรินทร์เค้นเสียงถาม แววตาส่อแววท้าทาย แม้ในใจลึกๆ จะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติของคดีนี้ที่ไม่อาจอธิบายได้ด้วยตำราแพทย์แผนปัจจุบัน "ธรรมชาติมีกฎเกณฑ์ที่มนุษย์ตั้งขึ้นมาเพื่อความสบายใจของตัวเองเท่านั้นครับ ร้อยตรี" อาจารย์จารึกก้าวเข้าไปใกล้จนไหล่แทบจะชิดกัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนายทหารหนุ่ม "คุณสูญเสียเพื่อนร่วมทีมไปเมื่อปีก่อนในป่านี้ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่สรุปว่า 'อุบัติเหตุ' งั้นหรือครับ? หรือจริงๆ แล้ว... คุณเองก็รู้ดีแก่ใจว่ามีบางสิ่งที่วิทยาศาสตร์ไม่อาจปกป้องพวกเขาได้" คำพูดนั้นราวกับมีดปลายแหลมที่กรีดลงบนแผลเป็นในใจของคีรินทร์ ร่างกายของเขาเกร็งแน่นโดยอัตโนมัติ กล้ามเนื้อทุกมัดพร้อมปะทะ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาจนสันjawขบเข้าหากันแน่น แต่ก่อนที่คีรินทร์จะได้สวนกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือน เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน *แกร๊ก...* ไม่ใช่เสียงลมพัด ไม่ใช่เสียงกิ่งไม้หักตามธรรมชาติ แต่เป็นเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่ำลงบนพื้นใบไม้แห้งบริเวณใต้ถุนกระเตงพัก เสียงนั้นหยุดลงชั่วครู่ ราวกับกำลังเงี่ยหูฟังบทสนทนาของพวกเขาทั้งสองคน จากนั้น... เสียงลมหายใจหอบกระชั้นที่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายก็ดังลอดขึ้นมาจากรอยต่อของพื้นไม้ไผ่เบื้องล่าง คีรินทร์ชักปืนพกสั้นออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็วด้วยความเคยชินของทหารพราน สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องมืดทึบ อาจารย์จารึกไม่แสดงอาการตื่นตกใจแม้แต่น้อย เขากลับยกยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย ท่าทางเยือกเย็นนั้นยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นเป็นทวีคูณ ก่อนที่คีรินทร์จะทันได้ก้าวไปที่บันไดเพื่อตรวจสอบ แสงไฟฉายจากภายนอกก็สาดส่องทะลุผนังไม้ไผ่เข้ามา พร้อมกับเสียงเคาะประตูไม้ดังสนั่นสามครั้ง และเสียงทุ้มต่ำที่ตะโกนแทรกความเงียบขึ้นมาว่า "ผู้กองครับ! พบกระเป๋าเป้ของเหยื่อแล้วครับ... แต่ข้างในนั้น... มีของบางอย่างที่ไม่ควรจะอยู่มนุษย์โลกซุกซ่อนอยู่!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันลึกลับนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับทัณฑ์พรายในป่าอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%