ศัสตราอาคมกับทัณฑ์พรายในป่าอาถรรพ์•ตอนที่ 1

รอยเท้าที่ไร้ตัวตน

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นไอบนเรือนร่างของอาจารย์จารึกในยามนี้ ไม่ได้มีกลิ่นอายของธูปเทียนหรือควันยาฉุนแบบที่คนเมืองมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับผู้ร่ำเรียนไสยเวท หากแต่มันคือกลิ่นอางของดินชื้นยามต้องฝน ผสมปนเปกับกลิ่นสาบของซากสัตว์ป่าเน่าเปื่อยที่ลอยมาตามกระแสลมเย็นจัดจากหุบเขาด้านใน "คุณกำลังเดินนำความตายไปสู่หลุมฝังศพของตัวเอง, ร้อยตรีคีรินทร์" น้ำเสียงของอาจารย์จารึกแหบพร่า ทว่ากังวานก้องในความเงียบงันของพฤกษชาติทึบหนา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาเลนส์หนาหันมามองนายตำรวจทหารพรานหนุ่มผู้ยืนนิ่งสงكاتอยู่เบื้องหน้า แววตานั้นซ่อนความรู้สึกยากจะหยั่งถึง ระหว่างความเย้ยหยันกับความเวทนา คีรินทร์ไม่ตอบทันที นิ้วมือหยาบกร้านที่ผ่านการจับปืนและมีดสนามมาโชกโชน ค่อยๆ บรรจงเคาะก้นบุหรี่มวนสุดท้ายลงกับเปลือกไม้ผุพัง สายตาของเขาจดจ้องไปยังรอยเท้าคู่หนึ่งบนพื้นดินโคลนที่ลึกลงไปผิดธรรมชาติ รอยเท้านั้นลากยาวมาจากเขตป่าต้องห้าม—ดินแดนที่พรานป่ารุ่นลายครามต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า "ไม่มีวันได้กลับออกมา" "ความตายไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับผมหรอกครับ, อาจารย์" คีรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แฝงความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ ปลายกระบอกไฟแช็กถูกจุดขึ้น แสงสีส้มวาบขึ้นในความสลัวของราวป่า เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่มีรอยแผลเป็นจางๆ พาดผ่านโหนกแก้ม "สิ่งที่ผมสนใจคือ... ใครหรืออะไร ลากตัวเหยื่อเข้ามาลึกถึงเขตอภัยทานนี้ต่างหาก" ป่าดงดิบเบื้องหน้าไร้ซึ่งเสียงแมลงเรไรร้องระงม ราวกับธรรมชาติกำลังกักเก็บลมหายใจของตัวเองเมื่อเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่มีอำนาจเหนือกว่า ความเงียบงันนี้กดทับประสาทสัมผัสจนคีรินทร์ต้องกระชับสายสะพายปืนลูกซองยาวในมือแน่นขึ้น สัญชาตญาณดิบของอดีตทหารพรานเตือนภัยล่วงหน้าว่า ฮอร์โมนอะดรีนาลีนในกระแสเลือดกำลังสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง "เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ของคุณใช้ไม่ได้ผลกับที่นี่หรอก, ผู้กอง" อาจารย์จารึกก้าวเท้าเข้ามาใกล้ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างน่าขนลุก "สิ่งที่ทิ้งรอยเท้าไว้นั่น ไม่ได้เดินด้วยขาของมนุษย์... และวิญญาณของมันก็ไม่ได้อยู่ในวัฏสงสารตั้งแต่เมื่อสามสัปดาห์ก่อนแล้ว" คีรินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อย ประเมินคำพูดของชายแก่ผู้ลึกลับผู้นี้ด้วยหลักกิโลเมตรแห่งความจริง เขาไม่เคยเชื่อเรื่องงดงามหรือคำสาปแช่งใดๆ สำหรับเขาแล้ว ป่าแห่งนี้มีความลับ และทุกความลับย่อมมีร่องรอยของมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ ไม่ว่าจะเป็นขบวนการค้าของเถื่อน, ชนกลุ่มน้อย หรือกลุ่มอิทธิพลมืดที่ใช้ความเชื่อเรื่องไสยเวทมาบังหน้าเพื่ออำพรางคดีฆาตกรรมอำมหิต "ถ้ามันเป็นแค่เรื่องเล่าหลอกเด็ก ผมคงไม่ต้องมาเสียเวลาเดินเท้ากว่าสี่สิบกิโลเมตรท่ามกลางดงทากและไข้ป่าหรอกครับ" คีรินทร์ตอบโต้ด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมไม่แพ้กัน "นำทางผมไปที่ร่างนั้นซะ... ก่อนที่ความชื้นของป่าจะทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เรามี" อาจารย์จารึกแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวเดินลึกเข้าไปในพุ่มไม้หนาทึบที่มีหนามแหลมคมระโยงระยางราวกับกรงเล็บปีศาจ คีรินทร์สาวเท้าตามติดไปอย่างระมัดระวัง ทุกก้าวเดินถูกคำนวณอย่างแม่นยำตามตำราการลาดตระเวนระยะไกล ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับยิ่งทวีความอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวจางๆ ในอากาศ ทั้งที่เวลานี้ควรจะเป็นช่วงบ่ายที่แสงแดดควรจะแผดเผา ผ่านพ้นแนวพงอ้อรกทึบ เบื้องหน้าคือลานดินโล่งขนาดเล็กที่ถูกโอบล้อมด้วยต้นไทรใหญ่ยักษ์อายุนับร้อยปี รากอากาศห้อยระย้าลงมาคล้ายม่านประตูนรก และ ณ ใจกลางลานโล่งนั้นเอง—ร่างของมนุษย์ผู้หนึ่งกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่ คีรินทร์ชะลอฝีเท้าลง สัญชาตญาณการระแวดระวังพุ่งทะยานถึงขีดสุด เขาส่งสัญญาณมือให้อาจารย์จารึกหยุดรออยู่ด้านหลัง ก่อนจะก้าวเข้าไปหาร่างนั้นช้าๆ ปืนในมือพร้อมเหนี่ยวไกได้ตลอดเวลา กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยเข้าจมูก ทว่ามีกลิ่นแปลกประหลาดอีกกลิ่นหนึ่งปะปนอยู่... กลิ่นหอมหวานคล้ายดอกไม้ป่าที่เน่าเปื่อย คล้ายกับกลิ่นของศพที่ถูกดองไว้ด้วยน้ำยาโบราณ คีรินทร์คุกเข่าลงข้างศพอย่างระมัดระวัง เขาใช้ปลายกระบอกปืนเขี่ยพลิกร่างนั้นให้หงายขึ้นอย่างช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าของเหยื่อที่ทำให้ลมหายใจของนายตำรวจหนุ่มสะดุดกึกลงทันที ชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายรายนี้คือ "พรานบุญ" นายพรานท้องถิ่นผู้ชำนาญทางที่เพิ่งหายตัวไปเมื่อสามวันก่อน ทว่า... สภาพร่างกายของเขากลับสร้างความสะพรึงกลัวให้แก่ผู้พบเห็นยิ่งกว่าศพถูกฆาตกรรมทั่วไป ผิวหนังทั่วทั้งร่างเหี่ยวย่นแห้งกรอบ แนบติดกับโครงกระดูกราวกับคนอดอาหารมานับแรมปี ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลงค้าง กลายเป็นสีดำสนิทไร้แววตา และที่น่าตกใจที่สุดคือ บริเวณกลางหน้าอกมีรอยแผลเป็นรูปอักขระโบราณขนาดใหญ่ที่ถูกกรีดลึกลงไปจนเห็นกระดูกซี่โครงสีขาวโพลน โดยไม่มีหยดเลือดแม้แต่หยดเดียวไหลซึมออกมาจากบาดแผล ภาพนี้... มันช่างละม้ายคล้ายคลึงกับสภาพศพของเพื่อนร่วมทีมหน่วยรบพิเศษของเขาเมื่อห้าปีก่อน ไม่มีผิดเพี้ยน! "เห็นหรือยังล่ะ... ผู้กอง" เสียงกระซิบของอาจารย์จารึกดังขึ้นเหนือหัว แฝงความเยือกเย็นจนสันหลังวาบ "มันไม่ได้ฆ่าเพื่อความแค้น... แต่มันสูบเอา 'พลังงานชีวิต' ทุกหยดออกไปจากร่าง เพื่อเติมเต็มอาคมบางอย่างที่กำลังจะตื่นขึ้นในคืนจันทร์เพ็ญนี้" คีรินทร์นิ่งเงัด ดวงตาคมกริบจ้องมองรอยแผลรูปอักขระนั้นด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนอยู่ในอก ความเชื่อทางวิทยาศาสตร์ที่เขาถือมั่นมาตลอดชีวิตกำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยปากถามข้อมูลเพิ่มเติม สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ซอกเล็บของศพผู้ตาย มันคือเส้นใยผ้าสีแดงสด... เส้นใยเนื้อละเอียดที่ไม่น่าจะมีอยู่ในป่าดงดิบดิเถื่อนแห่งนี้ และมันไม่ได้มาจากเสื้อผ้าของพรานบุญอย่างแน่นอน คีรินทร์เอื้อมมือจะหยิบเส้นใยนั้นขึ้นมาตรวจสอบ ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะสัมผัสโดน... *กรอบแกรบ...* เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นแผ่วเบาจากความมืดทึบหลังม่านรากไทร ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร! ทั้งคีรินทร์และอาจารย์จารึกชะงักกึกพร้อมกัน นายตำรวจหนุ่มดีดตัวลุกขึ้นยืนในเสี้ยววินาที ปลายกระบอกปืนหันขวับไปยังทิศทางของต้นเสียงทันที หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตัว ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาภายใต้แสงสลัวของราวป่า กลับไม่ใช่สัตว์ป่าดุร้าย หรือเงาของฆาตกรเลือดเย็น... มันคือรอยเท้าคู่ใหม่ที่เพิ่งปรากฏขึ้นบนดินโคลนสดๆ... รอยเท้าที่เดินวนรอบตัวพวกเขา โดยไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีจุดสิ้นสุด ราวกับว่าเจ้าของรอยเท้านั้น... กำลังยืนมองพวกเขากลางอากาศ! โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ --- ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนลี้ลับนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับทัณฑ์พรายในป่าอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%