กลิ่นอับชื้นของดินโคลนผสมกับกลิ่นโลหะสนิมเขรอะลอยอบอวลอยู่ในห้องใต้ดินของแคมป์ขุดค้น แสงไฟฉายคาดหัวของรวินท์ส่องกราดไปตามผนังศิลาแลงที่ชื้นแฉะ เผยให้เห็นละอองฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้างราวกับดวงดาวในสุญญากาศ นิ้วมือกร้านแดดและมีรอยแผลเป็นจากการสำรวจของเขา กำลังใช้มีดพับปลายแหลมกรีดคราบดินเหนียวที่อัดแน่นอยู่ในร่องสลักของวัตถุโบราณทรงกระบอกชิ้นหนึ่งอย่างระมัดระวัง
“คุณกำลังทำลายหลักฐานทางมานุษยวิทยา”
เสียงเรียบแต่นิ่งสนิทดังขึ้นจากความมืดมุมห้อง ดร.นลินก้าวออกมาจากเงาสลัว แสงไฟจากตะเกียงเจ้าพายุในมือเธอส่องสะท้อนแว่นตากรอบบาง เผยให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและคุกรุ่นไปด้วยโทสะ เธอยืนกอดอก มองดูวัตถุโลหะสีดำสนิทที่ยาวราวหนึ่งฟุต ซึ่งเพิ่งถูกดึงขึ้นมาจากหลุมขุดค้นหมายเลขสี่—หลุมที่คณะทำงานตกลงกันไว้ว่าจะยังไม่แตะต้องจนกว่าจะมีการบันทึกภาพสามมิติอย่างเป็นทางการ
รวินท์ไม่ได้สะดุ้งโหยงหรือแสดงอาการตกใจ เขาเพียงแต่ชะอั้นปลายนิ้วที่ถือมีดพับ ปรายตามองหญิงสาวด้วยหางตา ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเยาะเล็กน้อยอย่างคนเหนือกว่า
“หลักฐานทางมานุษยวิทยาเหรอครับ ดร.นลิน?” รวินท์ทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้ยหยัน “ถ้าผมรอให้พวกคุณทำตามขั้นตอนมาตรฐาน บรรดานักลงทุนกระเป๋าหนักจากตลาดมืดคงส่งคนมาสอยวัตถุชิ้นนี้ไปจากหลุมก่อนที่พวกเราจะได้เห็นรอยสลักแรกเสียอีก และที่สำคัญที่สุด... ความจริงในประวัติศาสตร์ที่คุณบูชา มันกินไม่ได้หรอกครับ”
นลินก้าวเข้าไปประชิด รัศมีห่างกันไม่ถึงก้าว ระยะห่างที่ทำให้ทั้งคู่ได้กลิ่นฝุ่นดินและเหงื่อไคลจากการทำงานหนัก เธอมองลึกลงไปในดวงตาสสีเข้มของเขา พยายามค้นหาความเป็นมนุษย์ใต้หน้ากากความเย็นชานั้น
“คุณใช้ข้ออ้างเรื่องความอยู่รอดและตลาดมืดมาฟอก
ความโลภของตัวเองกี่ครั้งแล้วคะ รวินท์?” นลินเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ความโกรธทำให้ปลายนิ้วที่ถือตะเกียงสั่นระริกเล็กน้อย “วัตถุชิ้นนั้น... มันไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของคุณ มันคือบันทึกของอารยธรรมที่สาบสูญ การที่คุณแอบขุดมันออกมาโดยไม่บันทึกชั้นดิน (Stratigraphy) เท่ากับคุณกำลังเผาหน้าหนังสือประวัติศาสตร์ทิ้งทั้งเล่ม เพียงแลกกับตัวเลขในบัญชีธนาคารต่างประเทศ”
รวินท์วางมีดพับลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงโลหะกระทบเนื้อไม้ดัง "กริ๊ก" ท่ามกลางความเงียบ เขาถอนหายใจยาว แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับไหววูบชั่วขณะ ราวกับถูกสะกิดเข้ากับแผลเป็นในอディตที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้
“คุณไม่เข้าใจหรอก ดร.นลิน... คุณเติบโตมาในห้องแอร์ของมหาวิทยาลัย ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางตำราเรียนและทุนสนับสนุนวิจัย” รวินท์ก้าวเข้าประชิดเธอบ้าง บีบให้หญิงสาวต้องเงยหน้าขึ้นมอง “คุณไม่เคยเห็นพ่อแม่ของคุณถูกฝังกลบทั้งเป็นในซากปรักหักพัง เพียงเพราะพวกเขากำลังปกป้อง ‘ความจริง’ ที่ไม่มีใครต้องการซื้อ คุณพูดเรื่องจริยธรรมได้เต็มปาก เพราะคุณยังไม่เคยรู้รสชาติของการไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อยาให้คนที่รักในวาระสุดท้าย”
บรรยากาศในห้องใต้ดินราวกับถูกสูบออกจนหมดสิ้น ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ บทสนทนาที่เฉียบคมเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดประหลาด—แรงดึงดูดระหว่างคนสองคนที่ยืนอยู่คนละขั้วของอุดมการณ์ แต่มองเห็นความเจ็บปวดสะท้อนอยู่ในเงาของอีกฝ่าย
นลินนิ่งงันไปชั่ววินาที ดวงตาคู่สวยไหววับด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอมองรอยแผลเป็นที่หางคิ้วของเขา และร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าคมสันนั้น แม้ความโกรธจะยังค้างคาอยู่ในอก แต่กำแพงความเย็นชาที่เธอสร้างไว้กลับเริ่มมีรอยร้าว
“ถึงอย่างนั้น... มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่คุณจะทำลายอดีตที่คนอื่นพยายามตามหา” นลินพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น เธอยื่นมือออกไปหวังจะแตะวัตถุโลหะทรงกระบอกนั้น “ส่งมันมาให้ฉัน เราจะบันทึกมันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”
รวินท์ไวกว่า เขาคว้าวัตถุกระบอกนั้นหลบวิถีมือของเธอทันที ปลายนิ้วของทั้งคู่เฉียดผ่านกันเพียงนิดเดียว สัมผัสอุ่นร้อนจากผิวหนังสร้างกระแสไฟแปลบปลาดยามที่ตัวตนของคนทั้งสองปะทะกันทางจิตวิญญาณ
“อย่าแตะมันนะ นลิน” เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง ไร้ซึ่งแววหยอกเย้า “วัตถุชิ้นนี้ไม่ใช่แค่โลหะโบราณธรรมดา... มันคือ ‘กุญแจ’ และทันทีที่คุณถอดรหัสบนผิวโลหะนี้ออก คุณจะรู้ว่านรกหน้าตาเป็นอย่างไร”
ก่อนที่นลินจะได้โต้แย้งสิ่งใด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากบันไดหินด้านบน ตามมาด้วยเสียงกระแทกประตูเหล็กอย่างรุนแรงจนฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน
ทั้งคู่ชะงัก รวินท์หรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณนักแกะรอยถูกปลุกเร้า เขาดึงฮู้ดเสื้อแจ็คเก็ตขึ้นคลุมศีรษะอย่างรวดเร็ว ในขณะที่นลินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“ใคร...” นลินกระซิบ
รวินท์ไม่ตอบ เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวของหญิงสาวไว้แน่น ออกแรงดึงให้เธอหลบไปด้านหลังเสาหินศิลาแลงขนาดใหญ่ พร้อมกับชักปืนพกสั้นออกจากซองใต้ร่มผ้าขึ้นมาขึ้นลำกล้อง เสียง "คลิก" เบาๆ ท่ามกลางความมืดคือสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนที่สุด
แสงไฟฉายกราดส่องเข้ามาในห้องใต้ดิน พร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากกันแก๊สพิษ บรรจุกระสุนปืนกลไรเฟิลพร้อมลั่นไก กลิ่นควันบุหรี่จางๆ ลอยปะปนกับกลิ่นอับชื้น และที่น่ากลัวที่สุดคือ ตราสัญลักษณ์รูป ‘งูกลืนหาง’ ที่สลักอยู่บนอกเสื้อของพวกมัน—สัญลักษณ์ขององค์กรลับที่ควรจะสูญพันธุ์ไปตั้งแต่ทศวรรษก่อน
รวินท์ก้มกระซิบข้างหูของนลิน ลลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านใบหูของเธอในระยะประชิดจนขนลุกซู่
“ดูเหมือนว่า... สิ่งที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ กำลังจะไล่ล่าพวกเราจนมุมแล้วล่ะครับ ดร.นลิน”
...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางขุดค้นอดีตครั้งนี้นะครับ
ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต•ตอนที่ 2
รหัสลับที่ไม่มีใครอ่านออก
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราวุธแห่งความเงียบกับนักแปลรหัสอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!