“หมอบลง... อย่าให้แม้แต่ลมหายใจของพวกคุณเล็ดลอดออกไปเด็ดขาด”
ขุนพลกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจของเขาแผ่วเบาจนแทบไม่ต่างจากไอเย็นที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือพงหญ้าคาที่สูงท่วมหัว ผมของเขาสัมผัสได้ถึงความสั่นสะท้านจากร่างของดร.รินรดาที่นอนราบอยู่ข้างๆ ขณะที่ตาเฒ่าพานนั้นทำตัวราวกับกลายเป็นส่วนหนึ่งของผืนดินไปเสียแล้ว กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นธูปหอมฉุนกึกโชยมาตามลม เตือนให้รู้ว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ความเชื่อผิดๆ แต่เป็นความวิปริตที่ข้ามผ่านศีลธรรมไปไกลโข
เบื้องล่างของหุบเขาเว้าแหว่งที่ถูกเรียกว่า 'ลานอเวจี' แสงไฟจากคบเพลิงนับร้อยดวงสั่นไหวไปตามจังหวะการร่ายรำของกลุ่มคนในชุดคลุมสีดำสนิท ตรงกลางลานกว้างนั้นแท่นหินทรายเก่าแก่ขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ บนแท่นหินนั้น ร่างของชายฉกรรจ์คนหนึ่งถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่ทำจากกระดูกสัตว์ ดวงตาของเขาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวสุดขีด แต่ไม่มีเสียงร้องใดหลุดออกมา เพราะริมฝีปากของเขาถูกเย็บติดกันด้วยด้ายสีแดงชาด
“นั่นมัน...” รินรดาพึมพำผ่านไรฟัน มือของเธอจับกล้องส่องทางไกลไว้แน่นจนนิ้วซีดขาว “นั่นคือสัญลักษณ์ของราชวงศ์ขอมยุคเสื่อม... พวกเขากำลังทำพิธี ‘เบิกเนตรมฤตยู’”
เสียงสวดอ้อนวอนด้วยภาษาที่ฟังดูเหมือนการขย้อนก้อนกรวดในลำคอดังกระหึ่มขึ้น ขุนพลหรี่ตาลง มองเห็นร่างในชุดคลุมสีทองอร่ามที่ก้าวออกมาจากเงามืด ชายผู้นั้นสูงโปร่ง ท่าทางการเดินดูสง่างามทว่าแฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมเกินมนุษย์ เมื่อมันยกไม้เท้าหัวกะโหลกขึ้นชูเหนือศีรษะ เปลวไฟรอบลานก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตที่น่าขนลุก
“จอมขมังเวทเงามืด...” ตาเฒ่าพานกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเทา “ถ้ามันทำพิธีนี้สำเร็จ... เครื่องราง ‘พยัคฆ์มฤตยู’ ที่กระจัดกระจายอยู่ในป่านี้จะถูกดึงดูดกลับมาที่แท่นหิน และเมื่อนั้น... ไม่มีใครหยุดยั้งมันได้อีกแล้ว”
จอมขมังเวทก้าวเข้าไปใกล้ร่างบนแท่นหิน มีดกริชโบราณที่สะท้อนแสงสีเขียววับวาวถูกชูขึ้นสูง เสียงสวดเปลี่ยนเป็นจังหวะที่ดุดันและรวดเร็ว ขุนพลกระชับปืนพกในมือแน่น กล้ามเนื้อแขนของเขาเกร็งจนรอยสักยันต์พยัคฆ์ดูราวกับมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ เขารู้ดีว่าหากยิงออกไปตอนนี้ เขาอาจช่วยคนได้หนึ่งคน แต่ภารกิจหลักที่ต้องทำลายล้างลัทธินี้ให้สิ้นซากจะล้มเหลวไม่เป็นท่า
“ดร.รินรดา คุณมองเห็นอักขระที่สลักรอบฐานแท่นหินนั่นไหม” ขุนพลถามพลางจ้องเขม็งไปที่แท่นหิน “นั่นคือจุดอ่อนของอาคมใช่ไหม”
รินรดาพยักหน้าช้าๆ ดวงตาของเธอเปลี่ยนจากความกลัวเป็นความมุ่งมั่นของนักวิชาการ “ใช่... มันคืออักขระ ‘สะกดวิญญาณ’ หากทำลายจุดเชื่อมต่อของวงเวทนั่น พิธีจะล้มเหลวและย้อนกลับเข้าหาคนทำทันที แต่มันอันตรายมากนะขุนพล ระยะห่างนั่นเกินกว่าปืนจะหวังผลได้”
“ถ้าปืนไม่ได้ ก็ต้องใช้วิธีอื่น” ขุนพลขยับตัวลุกขึ้นเล็กน้อย สายตาของเขาจดจ้องไปยังจอมขมังเวทที่กำลังจะลงกริช “เฒ่าพาน คอยคุ้มกันรินรดา ถ้าผมไม่กลับมา ให้พาเธอหนีไปทางน้ำตกทิศเหนือ อย่าหันกลับมามอง”
“คุณจะทำอะไร!” รินรดารั้งแขนเขาไว้ น้ำตาคลอเบ้า “อย่าไปเสี่ยงตายแบบนั้น!”
ขุนพลหันมามองเธอ แววตาของเขาอ่อนลงเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิม “ผมแบกปมเรื่องพ่อมามากพอแล้วรินรดา ถ้าวันนี้ผมไม่จบเรื่องนี้ด้วยมือตัวเอง พ่อของผม... และคนอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วนก็จะกลายเป็นเพียงเหยื่อสังเวยในป่านี้ตลอดไป”
จังหวะที่ขุนพลกำลังจะพุ่งตัวออกไป เสียงสวดมนต์ในลานกว้างพลันหยุดชะงักลงดั่งถูกกระชาก จอมขมังเวทเงามืดหันขวับมาทางจุดที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ ราวกับมีดวงตาที่มองทะลุความมืดได้ มันคลี่ยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมา จนรอยแผลเป็นบนใบหน้าบิดเบี้ยว
“ผู้มาเยือนที่แสนซื่อสัตย์...” เสียงของมันดังก้องไปทั่วหุบเขา แม้จะอยู่ไกลแต่กลับเหมือนกระซิบอยู่ข้างหู “เจ้าคิดว่ารอยสักพยัคฆ์ที่เจ้าแบกรับอยู่นั้น จะปกป้องเจ้าจากความตายได้หรือ ขุนพล... บุตรชายแห่งผู้ที่ข้าเคยสังเวยในลานนี้เมื่อยี่สิบปีก่อน”
ร่างของขุนพลแข็งทื่อไปทันที ในขณะที่เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากด้านหลังของจอมขมังเวท ชายผู้นั้นสวมชุดผ้าป่านเก่าคร่ำคร่า ร่างกายซูบผอมทว่าใบหน้ากลับดูคุ้นตาอย่างประหลาด เมื่อเขานิ่งลงและมองตรงมายังที่ซ่อน รินรดาถึงกับหลุดเสียงร้องด้วยความตกใจ เพราะนั่นไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหน แต่เป็นชายที่ขุนพลออกตามหามาตลอดทั้งชีวิต
พ่อของเขา... ยังมีชีวิตอยู่ ทว่าดวงตาที่ไร้แววของเขานั้น กลับจับจ้องมาที่ขุนพลด้วยความอาฆาตแค้นราวกับมองเห็นศัตรูที่ต้องกำจัดให้สิ้นซาก!
***
เพชรตาเสือโบราณขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความลึกลับไปกับผมในบทที่ 51 นี้นะครับ
บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 51
ความโหดร้ายของลัทธิ
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!