“เก็บมีดของเธอลงซะ รินรดา... เลือดของเธอไม่มีค่าพอจะให้มันตื่นขึ้นมาในตอนนี้หรอกครับ”
เสียงของขุนพลต่ำและแหบพร่า เขาไม่ได้หันไปมองหญิงสาวที่ยืนสั่นเทาอยู่ข้างหลัง ทว่าสายตาคมกริบดุจพยัคฆ์กลับจับจ้องไปยังแท่นหินโบราณเบื้องหน้า ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางโถงถ้ำที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ และไอเย็นเยือกของอาคมเก่าแก่
รินรดาชะงักมือที่กำลังหยิบมีดเดินป่าขึ้นมา แสงจากตะเกียงเจ้าพายุสะท้อนใบหน้าของเธอที่ซีดเผือด เธอพยายามควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติ “แต่ตาเฒ่าพานบอกว่า... เครื่องรางชิ้นนี้ต้องการ 'คำสาบาน' เพื่อให้ยอมรับเจ้าของใหม่ ขุนพล คุณก็รู้ว่าเราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว”
“คำสาบานกับการสังเวยมันคนละเรื่องกันครับ” ขุนพลขยับตัว ก้าวเดินอย่างแผ่วเบาเหมือนแมวป่าเข้าไปใกล้แท่นหิน รอยสักยันต์พยัคฆ์บนแผ่นหลังของเขาเริ่มร้อนผ่าวราวกับจะฉีกกระชากผิวหนังออกมา รอยสักนั้นไม่ใช่แค่หมึก แต่มันคือพันธนาการที่เขาสืบทอดมาจากผู้เป็นพ่อที่สาบสูญ
ตาเฒ่าพานที่นั่งยองๆ อยู่มุมมืดของถ้ำขยับไม้เท้าเคาะพื้นดังเปรี้ยง เสียงนั้นก้องกังวานไปทั่วโถงจนรินรดาสะดุ้ง “อย่าโง่นักเลยแม่นักวิชาการ... ของที่ข้ากำลังตามหามิใช่เครื่องประดับ แต่มันคือเขี้ยวพยัคฆ์มฤตยู ผู้ใดที่คิดจะครอบครองต้องมีความกล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับความตายที่ตนเองสร้างขึ้น”
ความเงียบเข้าปกคลุมถ้ำชั่วขณะ ขุนพลเอื้อมมือไปสัมผัสแท่นหิน พื้นผิวของมันเย็นเยียบแต่ทว่ากลับมีกระแสไฟฟ้าแล่นปราดเข้าสู่ปลายนิ้ว เขาเห็นภาพนิมิตสั้นๆ เป็นเงาร่างของชายคนหนึ่งที่คุ้นตา... ชายที่สวมเสื้อผ้าแบบทหารพรานเก่าๆ กำลังยืนหันหลังให้เขาในป่าที่มืดมิด
“พ่อ...” ขุนพลพึมพำ น้ำเสียงนั้นสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว
“อย่าหลงทางในนิมิต!” รินรดาตะโกนเตือน เธอรีบปรี่เข้าไปดึงไหล่เขาไว้ “ขุนพล! ข้างหลังคุณ!”
เพียงเสี้ยววินาที ขุนพลพลิกตัวกลับอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณทหารพรานทำงานทันที เขากระชากปืนลูกโม่กระบอกคู่ขึ้นมาพร้อมกับที่เงามืดสายหนึ่งพุ่งเข้ามาปะทะกับกำแพงถ้ำจนหินแตกกระจาย นั่นไม่ใช่คน... แต่มันคือร่างวิญญาณที่สวมชุดนักรบโบราณ ดวงตาเป็นโพรงสีแดงก่ำ
“ไอ้พวกเดรัจฉานเวทพวกนี้ตามมาจนได้” ตาเฒ่าพานคำรามพลางคว้าถุงย่ามขึ้นมาสะพาย “ขุนพล! เร็วเข้า! เอาเขี้ยวพยัคฆ์ออกมาเดี๋ยวนี้ ก่อนที่จอมขมังเวทมันจะมาถึงที่นี่!”
ขุนพลไม่รอช้า เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่อันตรายที่สุด เขาใช้มีดกรีดที่ฝ่ามือตนเองจนเลือดไหลซึม แล้วกดมือลงไปบนร่องหินที่แกะสลักเป็นรูปหัวพยัคฆ์ เสียงคำรามก้องดังกังวานไปทั่วโถงถ้ำ ราวกับมีพยัคฆ์ยักษ์ตัวเป็นๆ กำลังโกรธเกรี้ยวอยู่ข้างหู
ฉับพลันนั้น ร่องหินค่อยๆ แยกออก เผยให้เห็นเขี้ยวสีขาวขุ่นราวกับงาช้างที่มีอักขระขอมโบราณเรืองแสงสีฟ้าจางๆ อยู่ภายใน พลังกดดันมหาศาลพุ่งกระแทกใส่ทุกคนจนต้องทรุดเข่าลงกับพื้น
“ได้มาแล้ว...” ขุนพลคว้ามันขึ้นมา แต่ในวินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับเขี้ยวพยัคฆ์ ความทรงจำของพ่อที่หายไปก็ไหลทะลักเข้ามาในหัวของเขาอย่างบ้าคลั่ง พ่อไม่ได้หายสาบสูญ... แต่พ่อกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องรางนี้ไปแล้ว!
ทว่าความตื่นเต้นยังไม่ทันจางหาย รินรดากลับร้องเสียงหลง เมื่อเงาร่างของชายคนหนึ่งก้าวเดินออกมาจากเงามืดหลังแท่นหิน เขาไม่ได้ดูดุร้ายเหมือนวิญญาณนักรบ แต่แววตาที่เขามองมายังขุนพลนั้นกลับเต็มไปด้วยความสมเพช
“ขอบใจมากที่ตามหาให้ครบชิ้น... ขุนพล” ชายคนนั้นเอ่ย น้ำเสียงที่ฟังดูคุ้นเคยจนหัวใจขุนพลแทบหยุดเต้น เพราะนั่นคือเสียงของคนที่เขาสาบานว่าจะตามหามาตลอดชีวิต
ขุนพลเงยหน้าขึ้นมองชายตรงหน้าด้วยสายตาที่แตกสลาย “พ่อ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!”
ร่างนั้นยิ้มที่มุมปาก แล้วค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้ พร้อมกับในมือที่ถือเครื่องรางชิ้นแรกเอาไว้ เขี้ยวพยัคฆ์ในมือขุนพลสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ราวกับมันกำลังสั่นกลัวสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดในค่ำคืนนี้กับผมนะครับ
เพชรตาเสือโบราณ
บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ•ตอนที่ 41
ของหายาก
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกอาถรรพ์พรายดง: พยัคฆ์มฤตยูคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!