ความอบอุ่นจากฝ่ามือของรินรดายังคงพิมพ์รอยสัมผัสไว้บนผิวเนื้อของศิลา ทว่านาทีนี้ไม่มีเวลาให้ตรรกะใดๆ มาประมวลผลความหมายของมันอีกแล้ว เสียงกระหึ่มต่ำทุ้มของพัดลมระบายความร้อนขนาดมหึมาใต้ฐานตึกวิศวกรรมศาสตร์ถูกกลบด้วยเสียงหวีดหหลแหลมของระบบรักษาความปลอดภัยระดับโค้ดสีแดง แสงไฟสีแดงฉานกะพริบถี่ระรัวสะท้อนกับโครงสร้างเหล็กกล้าและท่อส่งสารเคมีระโยงระยางราวกับเส้นเลือดใหญ่ของอสูรกายไซเบอร์
"ปล่อยมือฉันเถอะค่ะ ถ้าคุณไม่อยากถูกลากลงไปในหลุมศพดิจิทัลนี้ด้วย" รินรดาเอ่ยเสียงกระซิบ รวดเร็ว ทว่าแฝงความเด็ดเดี่ยว ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรงกลมฉายประกายระยิบระยับของความท้าทาย มากกว่าความหวาดกลัว ปลายนิ้วเรียวยังคงรัวอยู่บนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมพกพาที่สะท้อนแสงสีฟ้าสว่างวาบ
ศิลากำหมัดแน่นโดยอัตโนมัติ ร่างกายที่ถูกโปรแกรมดัดแปลงจิตใจให้ทำงานด้วยอัลกอริทึมแห่งความไร้อารมณ์กำลังประมวลผลความเสี่ยง... ความน่าจะเป็นที่จะรอดชีวิตจากการบุกรุกเขตหวงห้ามระดับสามคือ 4.12 เปอร์เซ็นต์ แต่ในเสี้ยววินาทีที่เขาเหลือบมองใบหน้านวลที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อของหญิงสาว ตัวเลขเหล่านั้นกลับถูกปัดตกจากระบบอย่างไร้เหตุผล
"คุณกำลังทำบ้าอะไร รินรดา" ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน ขณะดึงร่างบางให้หลบพ้นจากการกวาดลำแสงเลเซอร์สแกนอัตโนมัติที่พาดผ่านหัวไหล่พวกเขาไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร กลิ่นออนโซนและกลิ่นไหม้จางๆ ของแผงวงจรลัดวงจรลอยอบอวลในอากาศ
"กำลังหาทางกู้ข้อมูลโปรเจกต์ 'โอเอซิส' ที่พวกมันพยายามฝังกลบไงล่ะคะ" เธอตอบโดยไม่ละสายตาจากจอภาพ มือนั้นพลิกแพลงชุดคำสั่งอย่างรวดเร็วดุจนักเปียโนมือฉกาจ "ตึกนี้ไม่ได้มีแค่เหล็กกับปูนค่ะ ศิลา แต่มันซ่อนความลับที่สามารถล้างบางโครงสร้างอำนาจทั้งหมดของบริษัทเราได้ และฉัน... จะไม่ยอมหยุดจนกว่าจะได้ความจริง"
กริ๊ก!
เสียงกลไกโลหะหนักหน่วงดีดตัวขึ้นจากผนังเบื้องบน ตามมาด้วยเสียงพับปีกโลหะที่กางออกอย่างรวดเร็ว โดรนรักษาความปลอดภัยรุ่น 'Interceptor-X' จำนวนสามลำ ร่อนลงมาจากช่องเพดานลับ ลำตัวสีดำสนิทไร้เงาสะท้อนติดตั้งปืนกระแสไฟฟ้าแรงสูงและเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนที่กะพริบเป็นตาแมวสีแดงก่ำ
"เป้าหมายถูกพบ ผู้บุกรุกในเขตหวงห้าม ทำการระงับภัยคุกคาม" เสียงสังเคราะห์จากระบบAI ของโดรนดังก้องกังวาน เย็นชาและไร้ซึ่งความปรานี
ปัง! พรวด!
กระแสไฟฟ้าแรงดันสูงพุ่งแหวกอากาศเข้ามากระทบเสาคอนกรีตข้างกายศิลาจนเศษปูนแตกกระจาย ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาพร้อมกลิ่นฉุน ศิลามองสถานการณ์ด้วยสายตาดุดล เครื่องจักรในสมองคำนวณวิถีกระสุนและมุมอับสายตาอย่างแม่นยำ เขารู้ดีว่าลำพังความสามารถทางกายภาพที่ผ่านการอัปเกรดของเขาอาจเอาตัวรอดได้ แต่รินรดานั้นเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาที่ไม่มีเกราะป้องกันใดๆ
"หมอบลง!" ศิลาตะโกนลั่น พร้อมกับพุ่งเข้าชาร์จร่างของรินรดาให้ล้มกลิ้งไปหลบหลังแท่นคอนกรีตหนา แรงกระแทกทำให้ทั้งคู่แนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเธอปะทะเข้ากับแผงอกแกร่ง ความใกล้ชิดที่ไร้การเตรียมตัวทำให้หัวใจที่ควรจะหยุดนิ่งของวิศวกรสายดาร์กเกิดอาการสะดุดอย่างรุนแรง ระบบตรวจสอบภายในร่างกายของเขาส่งสัญญาณเตือนภัยสีเหลือง—*อัตราการเต้นของหัวใจเกินขีดจำกัด*
"ข...ขอบคุณค่ะ" รินรดาหอบหายใจเบาๆ ใบหน้าหวานแดงก่ำขึ้นมาวูบหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความกลัวหรือสัมผัสจากอ้อมแขนที่แข็งแกร่งราวกับกำแพงเหล็กของชายหนุ่ม
"อย่าเพิ่งขอบคุณ ถ้าเรายังไม่รอดออกไปจากตรงนี้" ศิลาขบกรามแน่น สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องโถงใต้ดินที่อับชื้น มีช่องระบายอากาศเก่าแก่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราวหนึ่งเมตรอยู่เหนือศีรษะขึ้นไปประมาณสามเมตร ซึ่งถูกปิดตายด้วยตะแกรงเหล็กขึ้นสนิม
โดรนทั้งสามลำเริ่มบินวนเข้ามาใกล้ขึ้น เสียงใบพัดกวาดอากาศดังหวีดหวิวบาดแก้วหู เซ็นเซอร์ความร้อนกวาดส่องหาพวกเขาทีละจุด แท่นคอนกรีตที่หลบอยู่เริ่มมีรอยร้าวจากการถูกยิงด้วยกระแสไฟฟ้าซ้ำๆ
"รินรดา มีแล็ปท็อปหรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับระบบควบคุมโดรนไหม" ศิลาเอ่ยถามอย่างรวดเร็ว สมองอัจฉริยะเริ่มวางแผนหมากตาสุดท้าย
"มีค่ะ! แฮกเกอร์อย่างฉันไม่เคยเดินมือเปล่าอยู่แล้ว" เธอยื่นแท็บเล็ตขนาดกะทัดรัดที่หน้าจอยังคงวิ่งโค้ดสีเขียวระยิบระยับให้เขา
ศิลารับมาด้วยมือเดียว นิ้วแกร่งรัวแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วที่ไม่แพ้โปรแกรมเมอร์มืออาชีพ สายตาจดจ่ออยู่กับการเจาะโปรโตคอลความปลอดภัยของโดรนรุ่นดังกล่าว "ระบบป้องกันของพวกมันหนาแน่นเกินไป แต่ช่องโหว่อยู่ที่การสื่อสารย่านความถี่ต่ำ... ฉันจะทำการแฮกและส่งคำสั่งรีบูตระบบฉุกเฉินให้พวกมันหลับไปพร้อมกัน"
"แต่คุณมีเวลาแค่สิบวินาทีเท่านั้นนะคะ ถ้านานกว่านั้น เซ็นเซอร์ความร้อนจะล็อกเป้าหัวใจเราแทน" รินรดากล่าวเตือน พร้อมกับเอื้อมมือมาแตะข้อมือของเขาเพื่อช่วยประคองทิศทางการป้อนโค้ด สัมผัสอุ่นซ่านจากปลายนิ้วของเธอกลับกลายเป็นกระแสพลังงานประหลาดที่ทำให้ศิลามีสدธิและแม่นยำยิ่งขึ้น
เก้า... แปด... เจ็ด...
เสียงนับถอยหลังในใจของศิลาดดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางเสียงคำรามของโดรนที่บินเข้ามาประชิดเหนือหัว รินรดากลั้นหายใจ ดวงตาคู่สวยมองหน้าเขาอย่างเชื่อสนิทใจ ในสถานการณ์ความเป็นความตายเช่นนี้ เธอกลับฝากชีวิตไว้ในมือของชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องจักรไร้หัวใจ
สาม... สอง... หนึ่ง... Enter!
พรึบ!
แสงไฟสีแดงจากโดรนทั้งสามลำดับวูบลงทันที เสียงใบพัดที่เคยหวีดหิวเงียบหายไปในพริบตา ร่างของโดรนเหล่านั้นร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นคอนกรีตเสียงดังสนั่น เศษชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง ท่ามกลางกลิ่นอายความตึงเครียดที่ยังคงค้าง3อยู่ในอากาศ
ศิลาระบายลมหายใจออกมาอย่างช้าๆ เขายังคงค่อมร่างของรินรดาไว้เพื่อปกป้อง ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนเขาสามารถสัมผัสได้ถึงแพขนตางอนและกลิ่นหอมจางๆ คล้ายวานิลลาที่ลอยมาจากตัวเธอ—กลิ่นที่ไม่อาจหาได้จากโค้ดหรือฐานข้อมูลใดๆ ในโลกไซเบอร์
รินรดากะพริบตาปริบๆ หัวใจของเธอกำลังเต้นโครมครามไม่แพ้กัน ทว่าก่อนที่ใครจะได้เอื้อnวาจาใดออกมาเพื่อทำลายความเงียบอันชวนใจสั่นนี้
หน้าจอแท็บเล็ตที่วางอยู่บนพื้นก็สว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีการควบคุม ข้อความสีเลือดขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่เจาะลึกเข้าไปในประสาทสัมผัส
**[ WARNING: SYSTEM OVERRIDE DETECTED ]**
**[ แหล่งที่มาของคำสั่งใหม่: ห้องนิรภัยชั้นใต้ดินระดับ 0 - ดร.อาภากร ]**
**[ ยินดีต้อนรับกลับสู่ระบบ... ศิลา ลูกชายผู้ทรยศ ]**
รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนหน้าจอ พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำผ่านลำโพงซ่อนรูปที่ดังสะท้อนไปทั่วอุโมงค์มืดมิดเบื้องหน้า...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและก้าวผ่านความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
อัลกอริทึมรักฉบับซ่อมแซมหัวใจของวิศวกรสายดาร์ก•ตอนที่ 2
รหัสลับใต้ตึกวิศวกรรม
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับซ่อมแซมหัวใจของวิศวกรสายดาร์ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
