หมากกระดานศิลาอาถรรพ์: กลยุทธ์ทวงคืนบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 6

พิษที่ไร้กลิ่น

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายของกำยานสุริยันจันทร์เพ็ญที่ลอยอวนอยู่ในห้องทรงอักษรหาได้ช่วยให้จิตใจสงบลงไม่ กลับกัน มันคือกลิ่นอายแห่งความตายที่ถูกเคลือบไว้ด้วยความหอมหวานอันวิจิตร เซียวเหวินจิ้นยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้จันทน์แดงแกะสลักลวดลายหงส์ร่อนมังกรทะยาน ปลายเรียวนิ้วของนางแตะสัมผัสผิวถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่เย็นเฉียบอย่างแผ่วเบา ในภวังค์แห่งความทรงจำเมื่อชาติก่อน ยาพิษไร้สีไร้กลิ่นชนิดนี้แหละที่ถูกส่งผ่านมือของนางเองไปยังถ้วยชาของ 'อาหลิว' สาวรับใช้คนสนิทผู้ซื่อสัตย์ จนต้องกระรอกเลือดดับดิ้นสิ้นใจคาลานเรือนในคืนก่อนวันอภิเษกสามวัน ทว่าในชาตินี้... นางจะไม่มีวันยอมให้ประวัติศาสตร์นองเลือดนี้ซ้ำรอยเป็นอันขาด "เหวินจิ้น เจ้าเหม่อลอยไปถึงไหนกันแล้ว" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงหยกกระทบกันดังขึ้นเบื้องหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นจัดที่ทาบทับลงบนไหล่มน องค์ชายสามจ้าวเฟยหลงแย้มสรวลบางเบา ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองนางด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นไว้ภายใต้หน้ากากบุรุษเจ้าสำราญ เขายื่นมือมารับถ้วยชาจากมือนาง ก่อนจะเอ่ยกลั้วหัวเราะ "หรือเจ้ากำลังกังวลเรื่องงานเลี้ยงน้ำชาในตำหนักบูรพาพรุ่งนี้? วางใจเถอะ ข้าจัดเตรียมหมากทุกตัวไว้พร้อมแล้ว" "หม่อมฉันไม่ได้กังวลเรื่องตำหนักบูรพาเพคะ... แต่กังวลว่า หมากตัวที่ท่านคิดว่าคุมได้ อาจจะกำลังแว้งกัดเราเสียเอง" เซียวเหวินจิ้นหันกลับไปสบตาพระองค์ นัยน์ตาดำขลับล้ำลึกดั่งห้วงมหาสមុทรไร้ก้นบึ้ง นางยกแขนเสื้อผ้าไหมปักดิ้นทองขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนอาการสั่นเทาจากความโกรธแค้นที่ยังคงคุกรุ่นในอก นางรู้ดีว่าผู้ใดคือคนที่อยู่เบื้องหลังพิษถ้วยนี้... พระชายารองหลี่ว์ผู้เหี้ยมโหดอำมหิตภายใต้ใบหน้าดั่งเทพเซียน ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประลองประตู อาหลิวผลุนผลันเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด นางคุกเข่าลงทันทีตัวสั่นเทา "คุณหนู... บ่าว... บ่าวได้รับถาดน้ำชาบำรุงครรภ์มาจากห้องเครื่องเพคะ บอกว่าเป็นความกรุณาจากพระชายารอง..." คำพูดนั้นหยุดชะงักลงเมื่อเซียวเหวินจิ้นก้าวเข้าไปประชิดตัวสาวรับใช้ในพริบตาเดียว ปลายเล็บเรียวยาวตวัดขึ้นเชยคางอาหลิวขึ้นมาสำรวจ สายตาคมกริบกวาดมองถาดกระเบื้องเคลือบในมือเด็กสาวที่มีจอกชาควันฉุยส่งกลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกเหมย "เจ้าดื่มไปหรือยัง" น้ำเสียงของนางเยียบเย็นจนอาหลิวสะท้านเฮือก "บ่าว... บ่าวเกือบจะยกดื่มแล้วเพคะ แต่คุณหนูเคยสั่งไว้ว่า ห้ามแตะต้องสิ่งใดที่มาจากเรือนตะวันตกเด็ดขาด..." เซียวเหวินจิ้นผ่อนลมหายใจยาวเหยียด นางแย้มยิ้มหยันออกมาจังหวะหนึ่ง รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับแฝงไว้ด้วยไอสังหารพวยพุ่งจนจ้าวเฟยหลงที่ยืนมองอยู่ถึงกับหรี่ตาลงด้วยความทึ่ง "ดีมาก อาหลิว... เจ้าจำคำพูดของข้าได้ขึ้นใจ" เซียวเหวินจิ้นหันไปหาองค์ชายสาม "ฝ่าบาท พระองค์ทรงเห็นแล้วใช่หรือไม่? พวกมันไม่ได้ต้องการเพียงแค่กำจัดคนใกล้ชิดของหม่อมฉัน แต่พวกมันกำลังทดสอบอำนาจของพระองค์ผ่านชีวิตของบ่าวไพร่ในเรือนนี้" จ้าวเฟยหลงหุบพัดจีบในมือลงฉับพลัน บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นดุจพายุหิมะในฤดูหนาว ความเจ้าสำราญเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงรัศมีของพญามังกรที่ถูกลบหลู่ พระพักตร์คมคายราบเรียบจนน่ากลัว "หลี่ว์กุ้ยฮวา... ช่างกล้านัก กล้าหยิบยื่นความตายมาถึงเรือนของชายาในอนาคตของข้า" "อย่าเพิ่งทรงกริ้วไปเพคะ ความโกรธคืออาวุธที่โง่เขลาที่สุดในกระดานนี้" เซียวเหวินจิ้นเอื้อมมือไปแตะปลายพระiศงขององค์ชายสามเบาๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ สัมผัสแผ่วเบานี้ทำให้จ้าวเฟยหลงชะงัก ดวงเนตรคู่คมอ่อนแสงลงทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่มั่นคงดั่งหินผาของสตรีตรงหน้า "แล้วเจ้าจะเดินหมากตาต่อไปอย่างไร, เหวินจิ้น?" ตรัสถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าเลือน ชิดใกล้จนลมหายใจรดรินอยู่ข้างพวงแก้ม "ในเมื่อพวกมันอยากเห็นเราดื่มน้ำชาพิษนัก... เราก็ควรจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับความหวังดีของพวกมันเสียหน่อยไม่ใช่หรือเพคะ?" เซียวเหวินจิ้นยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มพญามาร "คืนนี้ พระชายารองหลี่ว์จัดงานเลี้ยงชมจันทร์ที่ศาลากลางน้ำ หม่อมฉันจะนำถชาถ้วยนี้ไป 'ถวายคืน' ด้วยมือของตนเอง" จ้าวเฟยหลงแย้มสรวลกว้างขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจและลุ่มหลงในความเฉียบขาดของนาง "ดี... เช่นนั้นข้าจะคอยดูว่า สุนัขจิ้งจอกหางด้วนตัวนั้น จะดิ้นรนอย่างไรเมื่อติดกับดักที่มันขุดขึ้นมาเอง" ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนเอาคืนอย่างรัดกุม เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ที่แผדขึ้นด้วยความตื่นตระหนก "ประกาศิตด่วนจากท้องพระโรง! พระราชโองการลับจากฝ่าบาท... ให้องค์ชายสามและคุณหนูเซียวเหวินจิ้นเข้าเฝ้าเป็นการด่วน ณ ตำหนักมังกรเร้น!" เซียวเหวินจิ้นชะงักกึก ถ้วยชาในมืออาหลิวเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น ราชโองการกลางดึก... และเป็นตำหนักมังกรเร้นที่ปิดตายมานานนับสิบปี! เบื้องหลังประตูไม้บานนั้น มีเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มอำมหิตที่เอ่ยประโยคทำลายล้างทุกแผนการ... "เกมนี้... พวกเจ้าเดินหมากผิดตาเสียแล้วกระมัง?" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและก้าวผ่านกลยุทธ์อันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานศิลาอาถรรพ์: กลยุทธ์ทวงคืนบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%