“ถ้าคุณคิดว่าการยืนสงบนิ่งอยู่ตรงนี้ จะทำให้ผมเปลี่ยนใจได้... คุณก็กำลังเสียเวลาเปล่าครับ มินตรา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของภาคินดังก้องในห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวาง รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบนั้นกดดันจนอากาศรอบตัวดูจะเบาบางลง พ่อของเขา—คุณธนา—นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวหรูด้วยท่าทีนิ่งเฉย ทว่าดวงตาที่ผ่านโลกมามากคู่นั้นกลับจับจ้องไปที่หญิงสาวเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่กลางห้อง
มินตราไม่ได้ขยับตัวหนี แววตาของเธอไม่ได้สั่นไหวไปตามแรงกดดันที่ภาคินพยายามจะสร้างขึ้นเพื่อปกป้องเธอจาก ‘ไฟ’ ของพ่อ เขากำลังพยายามผลักไสเธอออกไปจากความขัดแย้งนี้เพื่อให้เธอปลอดภัย แต่สำหรับมินตรา... เธอไม่ได้ต้องการคนปกป้อง เธอต้องการให้เขายืนเคียงข้าง
“ฉันไม่ได้มาเพื่อเปลี่ยนใจใครค่ะคุณคิน” มินตราเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่ง ทว่าหนักแน่นจนคนในห้องต้องชะงัก เธอหันไปสบตากับคุณธนาโดยตรง ไม่มีการหลบเลี่ยงหรืออาการประหม่า “ที่ฉันมายืนอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่เพราะฉันต้องการชนะการโต้เถียงกับใคร แต่เพราะความรับผิดชอบในสิ่งที่ฉันรัก... และคนที่ฉันเลือกจะอยู่ด้วย”
“ความรักงั้นเหรอ?” คุณธนาแค่นยิ้ม เสียงของท่านดูแหบพร่าแต่ทรงพลัง “ผู้หญิงที่เติบโตมาด้วยลำแข้งตัวเองแบบเธอ จะเข้าใจความหมายของสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวของภาคินได้มากแค่ไหนกันเชียว”
“คำว่าครอบครัวไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขในบัญชีหรือความเนี้ยบในตารางงานหรอกค่ะคุณลุง” มินตราก้าวเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ “มันวัดกันที่ว่า... ในวันที่เราล้ม หรือในวันที่โลกหันหลังให้เรา ใครกันที่ยังคงวางมือลงบนบ่าเราแล้วบอกว่า ‘ไม่เป็นไร’... สำหรับฉัน คุณคินคือคนคนนั้น และฉันมั่นใจว่าฉันก็เป็นคนคนนั้นสำหรับเขาเช่นกัน”
ภาคินกำมือแน่นข้างลำตัว เขารู้ดีว่ามินตรากำลังเดินหน้าชนกับกำแพงที่สูงชันที่สุดในชีวิตของเขา แต่นั่นคือมินตรา... ยิ่งเผชิญหน้ากับความยากลำบาก เธอก็ยิ่งเปล่งประกายด้วยความแข็งแกร่งที่เขาตกหลุมรัก
“ความตั้งใจของมินไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ นะครับพ่อ” ภาคินขยับตัวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน เขาไม่ได้พูดด้วยท่าทีแข็งกร้าวกับพ่อเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงจังและยอมจำนนต่อความรู้สึกตัวเอง “ตลอดเวลาที่ผ่านมา มินพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอไม่ได้ต้องการอะไรจากผม นอกจากตัวผมเอง เธอทำงานหนักกว่าใคร เธอซื่อสัตย์ และที่สำคัญ... เธอทำให้ผมเป็นคนที่ดีขึ้นในแบบที่ใครก็ทำไม่ได้”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงาน บรรยากาศที่เคยตึงเครียดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดที่แฝงไปด้วยความคาดหวัง คุณธนามองลูกชายสลับกับเลขาสาวผู้เก่งกาจ แววตาคมกริบนั้นฉายร่องรอยของการพิจารณา
“เธอกล้าที่จะพูดเรื่อง ‘ครอบครัว’ กับผม ทั้งที่รู้ว่าผมเป็นคนยังไง” คุณธนาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังปัง “ความกล้าหาญแบบโง่ๆ หรือความมั่นใจที่เกินตัวกันแน่?”
“มันคือความจริงใจค่ะ” มินตราตอบทันควัน “ถ้าความจริงใจถูกมองว่าเป็นความโง่เขลา... ฉันก็ยอมเป็นคนโง่คนนั้น เพื่อที่จะได้ยืนข้างเขาอย่างสง่างามที่สุด”
ภาคินลอบยิ้มออกมาบางๆ เขาเอื้อมมือไปคว้ามือของมินตรามากุมไว้แน่น กระแสความอบอุ่นที่ส่งผ่านมือของกันและกันมันทรงพลังกว่าคำด่าทอใดๆ ที่เขาเคยได้รับจากผู้เป็นพ่อ
คุณธนาถอนหายใจยาว แววตาของชายสูงวัยอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ท่านจ้องมองมือของคนทั้งคู่ที่ประสานกันแน่น ราวกับกำลังย้อนนึกถึงความทรงจำบางอย่างในอดีต “ภาคิน... แกโชคดีนะที่เจอผู้หญิงแบบนี้ ถ้าเป็นคนอื่น ป่านนี้คงร้องไห้วิ่งหนีออกจากห้องนี้ไปตั้งแต่ประโยคแรกที่ฉันพ่นใส่แล้ว”
หัวใจของภาคินเต้นรัว ไม่ใช่ด้วยความโกรธ แต่ด้วยความโล่งใจที่ถาโถมเข้ามาดั่งกระแสน้ำ “ผมรู้ครับพ่อ... และเพราะผมรู้ ผมถึงยอมปล่อยให้เธอไปไม่ได้”
คุณธนาพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ท่านปัดเสื้อสูทให้เรียบร้อยแล้วเดินผ่านทั้งคู่ไปที่ประตู ก่อนจะหยุดกึกแล้วหันกลับมา “งานแต่งงานไม่ต้องหรูหราจนเว่อร์วัง แต่ต้องมีหน้ามีตาพอให้คนในตระกูลยอมรับ... ส่วนรายละเอียดที่เหลือ จัดการกันเองให้ดี อย่าให้ฉันต้องมาปวดหัวทีหลัง”
ทิ้งประโยคนั้นไว้ คุณธนาก็เดินจากไปทิ้งให้ห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มินตราเบิกตากว้าง เธอหันไปมองภาคินที่ยืนตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
“เมื่อกี้... คุณพ่อพูดว่า...”
ยังไม่ทันที่มินตราจะพูดจบ ภาคินก็ดึงร่างของเธอเข้ามาปะทะอกแกร่งทันที อ้อมกอดของเขาแน่นหนาและเปี่ยมไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานาน เขาฝังใบหน้าลงกับซอกคอของหญิงสาว สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเธออย่างบ้าคลั่ง
“ได้ยินไม่ผิดหรอก... พ่อเลิกขัดขวางเราแล้ว” เสียงของภาคินสั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะผละออกแล้วจ้องมองใบหน้าสวยเฉี่ยวของเธอด้วยสายตาที่คลั่งรักจนปิดไม่มิด “เตรียมตัวให้พร้อมนะครับเลขาสุดที่รัก ต่อไปนี้คุณไม่ได้มีแค่หน้าที่บริหารบริษัทให้ผม... แต่ต้องบริหาร ‘หัวใจ’ ของผมด้วย”
“คนเจ้าเล่ห์...” มินตราหัวเราะเบาๆ ทั้งน้ำตาแห่งความสุข
ทว่าในจังหวะที่ภาคินกำลังจะก้มลงประทับจูบเพื่อฉลองชัยชนะ เสียงประตูห้องทำงานก็เปิดผางออกมาอย่างแรงพร้อมกับร่างของ ‘กรณ์’ ที่พุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“คิน! ฉันว่าเรามีปัญหาใหญ่แล้ว... ข้อมูลลับที่แกฝากฉันดูแล มันถูกดึงออกไปจากเซิร์ฟเวอร์สำรองตั้งแต่อยู่ต่อหน้าพ่อแกแล้ว!”
รอยยิ้มของภาคินจางหายไปทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวในเสี้ยววินาที เมื่อเขาหันไปเห็นหน้าจอแท็บเล็ตในมือของกรณ์ที่แสดงเส้นกราฟการโจมตีจากบุคคลที่พวกเขาคาดไม่ถึง... คนที่เพิ่งจะเดินออกจากห้องนี้ไปเมื่อครู่!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของหัวใจไปพร้อมกันนะครับ พบกันใหม่ตอนหน้าครับ
สเปซโอเดสซีย์
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้•ตอนที่ 34
ครอบครัวยอมจำนน
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!