เซ็นเซอร์หัวใจนายวิศวกรกับยัยนักเล่าข่าวสายดิ่ง•ตอนที่ 1

ไซต์งานนรก

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
เสียงฝีเท้าส้นสูงคู่สวยที่กระแทกลงบนพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กดิบๆ ไม่ได้ทำให้คนงานก่อสร้างคนไหนละสายตาจากงานตรงหน้าได้เท่ากับแรงอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ในแววตาของเจ้าของร่างเพรียวระหง รินรดาไม่สนิทกับความสกปรก ฝุ่นปูน หรือแม้แต่กฎระเบียบความปลอดภัยที่เคร่งครัดจนน่ารำคาญในไซต์งานก่อสร้างตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ สิ่งเดียวที่เธอสนใจในวินาทีนี้คือ สกู๊ปข่าวหน้าหนึ่งที่จะพลิกชะตากรรมของเธอจากการเป็นนักข่าวสายกองโตร่วงลงสู่หลุมพรางของบรรณาธิการจอมเจ้าเล่ห์อย่างภัทร "คุณเข้ามาในเขตพื้นที่อันตรายนี้ได้ยังไง" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง กระชากสติของเธอให้หลุดจากการสำรวจโครงสร้างเหล็กกล้าสีดำสนิท รินรดารีบหมุนตัวกลับ เผชิญหน้ากับร่างสูงโปร่งในชุดช่างสีเข้ม หมวกนิรภัยสีขาวสวมอยู่บนศีรษะ ปีกหมวกบังเงาจนทำให้เห็นเพียงสันจมูกโด่งเป็นคมและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างรัดกุม ธันวา วิศวกรควบคุมงานโครงสร้างผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและไม่เคยยอมให้สื่อหน้าไหนเข้าใกล้พื้นที่รับผิดชอบของเขาแม้แต่ก้าวเดียว "ฉันชื่อรินรดา จากสำนักข่าวเดลี่อินไซด์ ฉันต้องการสัมภาษณ์เรื่องรอยร้าวในโครงสร้างชั้นสิบห้าที่มีข่าวหลุดออกมา—" "ออกไป" คำพูดของเธอถูกตัดรวบอย่างไร้เยื่อใย ธันวาไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้ แต่รัศมีกดดันรอบตัวเขากลับทำให้หญิงสาวต้องก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "เดี๋ยวก่อนสิคะ— เอ๊ย! คุณ!" รินรดาเผลออุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ ร่างสูงใหญ่ก็สาวเท้าเข้ามาประชิดด้วยความเร็วที่เธอไม่ทันตั้งตัว มือหนาคว้าเข้าที่ข้อศอกของเธออย่างแม่นยำ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันเด็ดขาดพอที่จะทำให้เธอดิ้นไม่หลุด "ผมเตือนคุณเป็นครั้งแรก... และจะเป็นครั้งเดียว ไซต์งานนี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของคุณ รินรดา" ธันวาเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่กลับแฝงความเยียบเย็นจนน่าขนลุก ดวงตาคมกริบภายใต้เงาหมวกก้มลงมองเธอด้วยความระอา "รอยร้าวที่คุณว่า มันเป็นแค่รอยปูนฉาบที่เกิดจากการหดตัวตามธรรมชาติ แต่ถ้าคุณยังดึงดันจะเอาข่าวปลอมๆ นี้ไปเล่นเพื่อยอดวิว สมองวิศวกรอย่างผมคงต้องคำนวณใหม่ว่า คุณมีความรู้รอบตัวจริงๆ หรือแค่ใช้ปากทำงานกันแน่" รินรดาหน้าชา รสชาติความเจ็บใจตีรื้นขึ้นมาถึงลำคอ เธอสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างแรง ดวงตากลมโตจ้องมองเขาด้วยความโกรธเกรี้ยวจนแทบพ่นไฟ ปากบางเม้มแน่นก่อนจะสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมไม่แพ้กัน "ถ้ามันไม่มีอะไรน่ากลัวจริงๆ ทำไมคุณถึงต้องรีบไล่ฉันออกนอกพื้นที่ขนาดนี้ด้วยล่ะคะ หรือว่าใต้ตึกตึกนี้มันกำลังซ่อนความเน่าเฟะอะไรบางอย่าง ที่วิศวกรมือหนึ่งอย่างคุณ... กำลังปกปิดมันอยู่" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา ธันวานิ่งงันไปอึดใจหนึ่ง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับกลายเป็นความดุดันที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ สัญชาตญาณเตือนรินรดาว่าเธอเพิ่งก้าวล้ำเข้าไปในเขตหวงห้ามทางความรู้สึกของเขาเข้าอย่างจัง "ปากเก่งดีนี่" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนเธอได้กลิ่นอายบุรุษผสมกับกลิ่นฝุ่นปูนจางๆ "แต่ความอยากรู้อยากเห็นของคุณ อาจจะทำให้คุณไม่ได้เดินออกไปจากตึกนี้ด้วยซ้ำ" ก่อนที่รินรดาจะได้ตอบโต้คำขู่ที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของธันวาก็แวบเข้ามาจากทางบันไดหนีไฟ "คุณธันวาครับ! แย่แล้วครับ! ทีมตรวจสอบจากบริษัทแม่มาถึงหน้าไซต์งานแล้วครับ!" ธันวาผละถอยห่างจากรินรดาช้าๆ สายตาที่มองเธอยังคงเต็มไปด้วยความระแวงและคำเตือนขั้นเด็ดขาด เขายกวิทยุสื่อสารขึ้นกดพูดด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะหันมามองเธอเป็นครั้งสุดท้าย "ถ้าไม่อยากตกงานเร็วกว่ากำหนด ก็ไสหัวออกไปทางเดิมซะ" ทว่า ในจังหวะที่ธันวากำลังจะหันหลังเดินจากไปเพื่อรับมือกับปัญหาใหญ่ตรงหน้า รินรดาซึ่งไม่เคยยอมจำนนต่อใครง่ายๆ กลับตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด เธอคว้าข้อมือหนาของเขาไว้เพื่อรั้งให้อยู่ต่อ แต่แรงดึงนั้นกลับทำให้ข้อเท้าของเธอที่เหยียบพลาดบนพื้นต่างระดับเสียหลัก ร่างบางเซถลาเข้าหาแผงอกกว้างตามแรงโน้มถ่วง ธันวาหันกลับมาคว้าเอวเธอไว้โดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ล้มลงไปกระแทกกับกองเศษวัสดุ เสี้ยววินาทีนั้น โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวในอก ธันวาจ้องมองนัยน์ตาคู่สวยที่เบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่รินรดาลืมหายใจไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมดุที่ฉายประกายบางอย่างซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา "ปล่อยนะ..." เธอพึมพำเสียงแผ่วเบa ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงจังหวะชีพจรที่เต้นระรัวในพื้นที่จำกัด "ถ้าคุณยังไม่เลิกทำตัวเป็นภาระ... ผมอาจจะจูบปิดปากคุณตรงนี้ ให้สมกับความดื้อด้านนั่นซะเลย" ธันวาขู่ด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ชวนให้หัวใจคนฟังกระตุกวูบ ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ด่าทอคำพูดอวดดีนั้นกลับไป แสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งก็สาดวาบเข้ามาจากมุมมืด พร้อมกับเสียงรัวชัตเตอร์ที่ดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง ทั้งสองคนผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต ธันวาหันขวับไปมองตามต้นตอของแสงด้วยแววตาดุดันราวกับพญามาร ส่วนรินรดาหน้าถอดสีเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนกำลังวิ่งหายลับไปทางประตูทางออก พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ทิ้งทวนไว้ในความเงียบ "ฉิบหายแล้ว..." ธันวาสบถเบาๆ ก่อนจะหันมามองหน้าเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่าง "นั่นมันคนของภัทร... และตอนนี้ ข่าวฉาวระหว่างเราสองคน กลายเป็นชนวนระเบิดที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูสู่ความชุลมุนนี้ร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นเซอร์หัวใจนายวิศวกรกับยัยนักเล่าข่าวสายดิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%