“เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าความจริงที่เจ็บปวดนั้น ดีกว่าการอยู่อย่างคนเขลาที่ไร้ซึ่งมลทิน?”
เสียงของเซียนจื่อหยางแหบพร่าดุจเสียงกระซิบจากความว่างเปล่า นางยืนตระหง่านอยู่บนเนินดินที่โอบล้อมด้วยทุ่งหญ้าแห้งเหี่ยวสีน้ำตาลไหม้ สายลมกระโชกแรงหอบเอาไอสังหารและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งมาปะทะกาย หลี่เฟยหลงยืนนิ่งงัน มือขวาที่กุมด้ามกระบี่สั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ ความจริงที่ได้รับรู้เมื่อครู่ดั่งคมมีดที่กรีดลงบนรอยแผลเก่าที่เริ่มตกสะเก็ด
“ความเขลาคือยาพิษที่หวานหอมที่สุดในยุทธภพ” หลี่เฟยหลงตอบกลับ เสียงของเขาแหบแห้งและเย็นเยียบ “แต่ข้า... ไม่เคยปรารถนาที่จะเป็นทาสของความหวานหอมนั้น หากต้องแลกมาด้วยเกียรติยศที่เปื้อนเลือดของเหล่าศิษย์พี่น้อง ข้าขอเป็นคนบาปที่ถือกระบี่ล้างมลทินด้วยมือตนเองเสียดีกว่า”
ยังไม่ทันที่คำพูดสุดท้ายจะจางหายไป พื้นดินเบื้องหน้าก็เริ่มสั่นสะเทือน เสียงฝีเท้าของม้าศึกนับหมื่นดังก้องกังวานราวกับเสียงกลองแห่งความตาย ทุ่งหญ้าที่เคยเงียบสงัดพลันถูกแทนที่ด้วยคลื่นมนุษย์ในชุดเกราะสีดำทมิฬ ธงรบปลิวไสวสะบัดโต้ลมเหนือศีรษะของเหล่านักฆ่าในสังกัดสำนักมืดที่รอคอยการมาเยือนของพวกเขาอยู่แล้ว
นี่ไม่ใช่การล้อมจับธรรมดา แต่เป็นทุ่งหญ้าที่ถูกจัดวางไว้เพื่อ ‘สังหาร’ โดยเฉพาะ
“พวกมันรู้ตัวตั้งแต่แรกแล้ว” จื่อหยางชักกระบี่คู่กายออกมา แสงสีครามเรืองรองวาบขึ้นจากตัวใบกระบี่ ตัดกับม่านฟ้าที่มืดครึ้ม “ดูเหมือนว่าความลับที่เจ้าตามหา จะเป็นเหยื่อล่อให้พวกเราก้าวเข้ามาในกรงขังนี้เอง”
หลี่เฟยหลงไม่ตอบ เขาเพียงแค่ชักกระบี่ออกจากฝัก เสียงโลหะกระทบกันดั่งเสียงคำรามของพยัคฆ์ผู้หิวโหย ประกายกระบี่สีเงินยวงสะท้อนกับดวงตาที่มุ่งมั่น “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เราก็จงสลักนามของพวกมันลงบนพื้นดินแห่งนี้ด้วยกระบี่ของเราเถิด”
ไม่มีการเจรจา มีเพียงเสียงโห่ร้องที่กระหึ่มฟ้า กองทัพเงาพุ่งเข้าหาทั้งสองดั่งคลื่นยักษ์ที่ถาโถมเข้าใส่โขดหิน หลี่เฟยหลงทะยานร่างออกไปราวกับสายฟ้าแลบ กระบี่ในมือวาดวงโค้งเป็นเส้นสายที่งดงามทว่าเปี่ยมด้วยพิษสง ทุกย่างก้าวที่เขาสัมผัสพื้นดิน ปราณกระบี่อานุภาพทำลายล้างก็ระเบิดออกมา บดขยี้เกราะหนาของศัตรูให้แหลกละเอียดในคราเดียว
เลือดสาดกระเซ็นดั่งหยาดฝนยามวิกาล กลิ่นไอคาวโลหิตอบอวลไปทั่วทุ่งหญ้า หลี่เฟยหลงร่ายรำกระบี่ท่ามกลางวงล้อมอย่างไม่เกรงกลัว วิชา ‘กระบี่เดียวดายทะลวงมิติ’ ที่เขาพร่ำฝึกฝนถูกนำมาใช้อย่างเต็มกำลัง ร่างของศัตรูที่เข้าใกล้ล้มตายลงประหนึ่งใบไม้ร่วง แต่กระนั้นศัตรูก็มีจำนวนมหาศาลราวกับไร้ที่สิ้นสุด
“เฟยหลง! เบื้องซ้าย!” เสียงตะโกนของจื่อหยางดังก้องเหนือเสียงปะทะ นางร่ายรำกระบี่เป็นวงเวทสีคราม ปราณเซียนของนางแผ่ซ่านปกป้องแผ่นหลังให้เขา ทั้งสองร่วมประสานใจดั่งหนึ่งเดียว แม้จะอยู่ท่ามกลางสมรภูมิที่ไร้ทางออก แต่จังหวะการเคลื่อนไหวกลับสอดประสานกันดุจดั่งบทเพลงสวรรค์
“เจ้ายังจำคำสอนของเจ้าสำนักได้หรือไม่?” หลี่เฟยหลงเอ่ยขณะที่เขาสังหารศัตรูเบื้องหน้าด้วยการแทงกระบี่เพียงครั้งเดียวทะลุอก “กระบี่มิได้มีไว้เพื่อฆ่าฟันเพียงอย่างเดียว แต่มีไว้เพื่อปกป้องวิถีที่ถูกต้อง”
“หากโลกนี้ไร้ซึ่งความถูกต้อง การปกป้องวิถีก็คือการทำลายสิ่งที่เน่าเฟะให้สิ้นซาก!” จื่อหยางตอบกลับ ดวงตาสีครามของนางฉายแววเด็ดขาด นางซัดฝ่ามือปราณเซียนออกไปกระแทกศัตรูที่กำลังจะลอบโจมตีด้านหลังหลี่เฟยหลงจนกระเด็นหายไปในฝุ่นควัน
ทว่าในวินาทีที่การต่อสู้กำลังถึงจุดเดือด เสียงแตรสัญญาณลึกลับก็ดังกึกก้องไปทั่วทุ่งหญ้า เหล่านักฆ่าที่โหมเข้าใส่หยุดชะงักลงพร้อมกันราวกับได้รับคำสั่งจากเบื้องบน พวกมันถอยร่นออกไปอย่างเป็นระเบียบ ทิ้งให้ทุ่งหญ้าเบื้องหน้ากลายเป็นลานโล่งที่เงียบงันจนน่าขนลุก
จากความมืดมิดในม่านหมอก ร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาด้วยท่วงท่าที่สุขุมเยือกเย็น ชายผู้นั้นสวมหน้ากากเหล็กสีเงินและสวมอาภรณ์สีขาวสะอาดตาที่ดูขัดกับเลือดเนื้อที่เจิ่งนองบนพื้นดิน เขาส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ที่ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด
“ศิษย์น้อง... เจ้าเติบโตขึ้นมากทีเดียว”
หลี่เฟยหลงชะงักกึก ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม กระบี่ในมือตกลงสู่พื้นดินเมื่อเขาสังเกตเห็นสัญลักษณ์ประจำตัวบนคอเสื้อของชายผู้นั้น สัญลักษณ์ที่ควรจะหายสาบสูญไปพร้อมกับสำนักเมื่อสิบปีก่อน
เขาสั่งให้หัวใจที่เต้นรัวหยุดลงเสีย แล้วเค้นเสียงถามออกมา “ท่าน... ท่านคือผู้ที่ข้าตามหามาตลอด แต่ท่านคือคนสุดท้ายที่ข้าคาดคิดว่าจะมาอยู่ในกองทัพสังหารนี้... เหตุใดท่านจึงต้องทำเช่นนี้!”
ชายผู้นั้นถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่หลี่เฟยหลงจดจำได้ดีที่สุด ใบหน้าที่เขาเคารพรักดั่งพี่ชายสายเลือดเดียวกัน... ทว่านัยน์ตากลับไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์เหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจตนใดที่เขาเคยเผชิญมา
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของยอดกระบี่ผู้เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด หวังว่าบทนี้จะตราตรึงใจทุกท่านนะครับ พยัคฆ์ขาวคำรามขอน้อมรับทุกคำวิจารณ์เพื่อนำไปพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้นไปครับ
วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด•ตอนที่ 24
ทุ่งหญ้าสังหาร
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!