วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด•ตอนที่ 27

กระบี่ที่ไม่มีวันหัก

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
เปรี้ยง! ประกายไฟสีม่วงอมฟ้าแตกซ่านราวกับดวงดาวระเบิดกลางนภามืดมิด ความร้อนระอุแผดเผาจนอากาศรอบเตาหลอมบิดเบี้ยวเป็นคลื่น ร่างเงาที่พุ่งเข้าจู่โจมเมื่อครู่ถูกแรงสะท้อนจากรัศมีกระบี่ดีดกระเด็นถอยหลังไปสามก้าวอย่างไม่ทันตั้งตัว หลี่เฟยหลงยืนหยัดนิ่งสนิท มือขวากำด้ามกระบี่มั่น นัยน์ตาดั่งพยัคฆ์ทมิฬจับจ้องร่างของเซียนจื่อหยางที่ยืนประกบอยู่เบื้องข้าง นางมิได้ขยับกายแม้แต่น้อย ทว่าไอเย็นยะเยือกจากลมปราณเหมันต์นิรันดร์กลับแผ่ซ่านคุมเชิงกดดันบรรยากาศรอบด้านไว้จนแทบหยุดหายใจ "เหล็กไหลเพลิงทมิฬชิ้นนี้... ดื้อรั้นยิ่งกว่าม้าพยศเสียอีกนะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ หลี่เฟยหลงปาดเหงื่อที่ไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมคาย แววตาสะท้อนภาพก้อนโลหะสีดำสนิทที่กำลังหลอมละลายอยู่ในเบ้าอัคคี โลหะชนิดนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะหาได้ทั่วไปในยุทธภพ มันคือเศษซากอุกกาบาตจากห้วงนภานอกที่ดูดซับทั้งไอหยินและหยางมานับพันปี การจะนำมันมาตีเป็นอาวุธคู่กายเพื่อรับมือกับมหันตภัยที่กำลังคืบคลานเข้ามาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า มิใช่เรื่องที่มนุษย์ปุถุชนจะกระทำได้โดยง่าย เซียนจื่อหยางปรายตามองเศษเหล็กที่กำลังส่งเสียงคำรามราวกับมีชีวิต นางขยับริมฝีปากบางเรียบ เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังดั่งระฆังหยกกระทบกัน "จิตวิญญาณของมันยังไม่ยอมจำนนต่อเจ้า... เฟยหลง หากปราณกระบี่ของเจ้าไม่เด็ดเดี่ยวพอ ต่อให้หลอมมันอีกร้อยปี ผลลัพธ์ก็มีเพียงแค่กระบี่เปราะหักคามือในยามเผชิญหน้ากับศัตรูที่แท้จริง" คำพูดของนางเฉียบคมดั่งคมกระบี่ หลี่เฟยหลงสูดลมหายใจเข้าลึก เขารู้ดีว่านางมิได้กล่าวเกินจริงเลย ในยุทธภพนี้ ผู้คนมากมายแสวงหาวรยุทธ์และศาสตราวุธชั้นยอด แต่มีสักกี่คนที่จะเข้าใจสัจธรรมที่ว่า 'กระบี่เลือกคน คนไม่ได้เลือกกระบี่' ปมในใจเรื่องการล่มสลายของสำนักยังคงเป็นดั่งโซ่ตรวนที่พันธนาการวิญญาณ หากเขาไม่อาจปลดปล่อยความแค้นและความลังเลในใจออกไปได้ เหล็กไหลชิ้นนี้ก็ไม่มีวันหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับจิตวิญญาณของเขาได้เช่นกัน "เช่นนั้น... เราคงต้องใช้เลือดเนื้อและจิตวิญญาณเป็นเครื่องสังเวยกันในครานี้แล้วล่ะครับ" หลี่เฟยหลงกล่าวด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ชายหนุ่มไม่ลังเลที่จะสะบัดมือขวาเข้าหาคมกระบี่ของตนเอง โลหิตสีแดงฉานไหลรินอาบคมเหล็กสีเงินยวงจนเกิดเสียงซู่ซ่า ไอความร้อนจากเตาหลอมและไอเย็นจากลมปราณผสานเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง เขาก้าวเท้าเดินเข้าหาเตาหลอมอัคคีทีละก้าวอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวหนักแน่นราวกับขุนเขาที่สั่นสะเทือนแผ่นดิน เซียนจื่อหยางขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย นางยื่นมือขาวผ่องดั่งหยกออกไปหมายจะห้ามปราม ทว่าเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาที่มุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวของเขา นางก็ชะงักค้าง ปล่อยมือลงช้าๆ นัยน์ตาคู่สวยฉายแววความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความเย็นชาอย่างแนบเนียน นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้มีวิถีทางที่ต้องเดินด้วยลำแข้งของตนเอง การขัดขวางรังแต่จะทำให้จิตวิญญาณกระบี่ของเขาแปดเปื้อน ตูม! หลี่เฟยหลงซัดฝ่ามือลงบนศิลาอัคคีเบื้องหน้า พลังปราณแท้จริงทะยานออกจากตัน田พุ่งเข้าสู่เบ้าหลอมอย่างบ้าคลั่ง เหล็กไหลเพลิงทมิฬที่เคยดื้อรั้นพลันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนคล้ายวิญญาณนับหมื่นที่ถูกปลดปล่อย มันพยายามดิ้นรนต่อต้านความร้อนและแรงกดดัน แต่หลี่เฟยหลงกลับใช้กระแสลมปราณกระบี่โอบล้อมมันไว้ทุกทิศทาง บังคับให้มันหลอมรวมเข้ากับเศษซากกระบี่หักประจำสำนักที่เขาพกติดตัวมาตลอดเส้นทางล้างแค้น เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีใครล่วงรู้ ภายในห้องลับใต้ดินอบอวลด้วยกลิ่นอายโบราณที่กดทับจนสรรพสิ่งต้องยอมสยบ เหงื่อกาฬชุ่มโชกแผ่นหลังกว้างของบุรุษหนุ่ม เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนบ่งบอกถึงความเจ็บปวดเจียนตายจากการถ่าย1เทพลังปราณเพื่อควบคุมการก่อรูปของศาสตราวุธ ทันใดนั้นเอง! แสงสว่างเจิดจ้าสายหนึ่งพุ่งทะลุหลังคาหินผาขึ้นสู่ท้องนفرم ก้อนเมฆสีดำทะมึนที่ปกคลุมเหนือหุบเขามาแรมเดือนพลันหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น สายฟ้าสีทองคำคำรามกึกก้องผ่าลงมาตรงจุดที่เตาหลอมตั้งอยู่พอดี! "ทัณฑ์สวรรค์... ก่อเกิดศาสตราสะท้านฟ้า!" เซียนจื่อหยางอุทานเบาๆ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที นางรีบทะยานร่างออกไปปกป้องคุมเชิงรอบนอกเพื่อป้องกันไม่ให้พลังงานภายนอกมารบกวนช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการตีอาวุธ ภายในควันหนาทึบ หลี่เฟยหลงยืนหยัดตระ่างดั่งเทพเจ้าแห่งสงคราม มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นรับแรงกระแทกจากสายฟ้าสวรรค์ที่ผ่าลงมาตรงหน้า เปลวไฟสีครามลุกโชติช่วงขึ้นอีกครั้ง และ ณ ใจกลางเพลิงนั้น... ร่างเงาของกระบี่เล่มใหม่ ค่อยๆ ปรากฏรูปร่างขึ้นอย่างชัดเจน มันแผ่รังสีสังหารที่เย็นยะเยือกและดุดันออกมาในเวลาเดียวกัน ทว่า ท่ามกลางความสำเร็จที่อยู่แค่เอื้อม เสียงฝีเท้าปริศนาอันแผ่วเบากลับดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทของคนทั้งสอง เป็นเสียงที่ไร้ซึ่งลมหายใจ ทว่ากลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด... ดวงตาคมกริบของหลี่เฟยหลงหรี่แคบลงทันที เมื่อเงาร่างหนึ่งก้าวพ้นม่านควันไฟเข้ามา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวแข็งค้างในพริบตาเดียว... "นึกไม่ถึงเลยว่า... เจ้าจะยังมีปัญญาฝืนชะตาฟ้าดินสร้าง 'กระบี่เล่มนั้น' ขึ้นมาได้อีกครั้ง... ศิษย์น้องร่วมสำนัก!" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดายในสมรภูมิหิมะเลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%