คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่•ตอนที่ 1

ฟื้นขึ้นมาพร้อมตบ

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
เพียะ! เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับผิวแก้มเนื้อแน่นดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางห้องโถงคับแคบของบ้านตระกูลจ้าว แรงปะทะนั้นมากพอจะทำให้กลิ่นคาวสนิมเหล็กคละคลุ้งขึ้นมาในโพรงปากของเจ้าของร่าง แต่ทว่า... เจ้าของใบหน้าเรียวที่เพิ่งถูกตบไปเมื่อครู่กลับมิได้สะท้านสะเทือนจนล้มพับลงไปตามแรงโน้มถ่วงดังเช่นที่ควรจะเป็น หลินเฟยเฟยปักหลักยืนอย่างมั่นคง ดวงตาคู่คมที่เคยฉาบแววตื่นตระหนกและอ่อนแอ บัดนี้กลับทอประกายเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี ริมฝีปากที่แห้งผากระตุกยิ้มหยันขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้รอยแดงบนแก้มซีกซ้ายเด่นชัดขึ้นท่ามกลางแสงสลัวของตะเกียงน้ำมันก๊าด "นังสะใภ้ขี้เกียจสันหลังยาว! แกกล้าดียังไงถึงตักข้าวต้มก้นหม้อกินจนหมดเกลี้ยงคนเดียว ปล่อยให้แม่กับน้องสาวสามีต้องมานั่งท้องกิ่วรอความตายรึไง! ตระกูลจ้าวของเราทำบุญด้วยกรรมอันใด ถึงต้องมาแบกรับคนไร้ประโยชน์อย่างแกเข้ามาเป็นภาระ!" จ้าวชุนเหมย แม่สามีร่างอ้วนท้วนส่งเสียงแหลมปรี๊ดจนแก้วหูแทบแตก สองมือเท้าสะเอวแน่นจนเนื้อตัวสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาเล็กตี่จ้องเขม็งมาที่หญิงสาวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หล่อนเงื้อมือขึ้นหมายจะฟาดฝ่ามือลงไปซ้ำเป็นรอบที่สอง เพื่อสั่งสอนสะใภ้ตัวดีที่กล้าต่อกรเป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่แต่งเข้าบ้านมา ทว่า... ครั้งนี้ไม่มีทางเป็นเช่นนั้นอีกแล้ว ในมิติลับห้างสรรพสินค้าครบวงจรที่ซุกซ่อนอยู่ใต้จิตสำนึกของหลินเฟยเฟย เชฟใหญ่ฝีมือฉกาจผู้เคยควบคุมครัวระดับมิชลิน스타ปัดกวาดความทรงจำอันน่าเวทนาของเจ้าของร่างเดิมทิ้งไปจนหมดสิ้น ร่างกายนี้อาจจะอ่อนแอและผอมโซไปบ้างจากการถูกโขกสับ แต่จิตวิญญาณภายในคือหญิงสาวผู้ผ่านสมรภูมิธุรกิจและการแข่งขันอันดุเดือดมาอย่างโชกโชน หมับ! เรียวนิ้วขาวซีดแต่กลับคว้าข้อมือเหี่ยวย่นของจ้าวชุนเหมยไว้ได้อย่างแม่นยำราวนกอินทรีย์ตะครุบเหยื่อ แรงบีบที่ส่งผ่านปลายนิ้วนั้นหนักหน่วงจนผู้สูงวัยกว่าต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เคยบิดเบี้ยวด้วยความสะใจแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกชั่วขณะ เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยอำนาจมืดของสะใภ้สาว "ปล่อยนะ! นังเด็กเปรต แกกล้าจับมือผู้มีพระคุณอย่างฉันเราหรือ!" จ้าวชุนเหมยแผדเสียงโวยวายกลบเกลื่อนความกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก "ผู้มีพระคุณ?" หลินเฟยเฟยทวนคำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่กลับเยือกเย็นเสียจนคนฟังต้องขนพองสยองเกล้า เธอย่างสามขุมเข้าหาแม่สามีทีละก้าว บีบังคับให้อีกฝ่ายต้องก้าวถอยหลังทีละนิดโดยสัญชาตญาณ "ข้าวต้มก้นหม้อที่ฉันกินเข้าไป เป็นข้าวจากส่วนแบ่งการทำงานของฉันในนาขั้นบันไดเมื่อสัปดาห์ก่อน ส่วนพวกท่านแม่กับน้องสาวสามี... นอนอ้าปากนอนเกียจคร้านรอเวลากินตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดิน แบบนี้เรียกว่าฉันกินส่วนของใครกันแน่คะ?" "แก... แกกล้าเถียงฉัน!" "ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อฉันแต่งเข้าบ้านมาสามปี ทำงานหนักยิ่งกว่าวัวควาย แต่กลับได้กินเศษอาหารเหมือนหมูเหมือนหมา ลูกชายแท้ๆ ของท่านส่งเงินค่าเลี้ยงดูมาให้ทุกเดือน แต่เงินพวกนั้นมันหายไปไหนหมดคะ? เข้ากระเป๋าพี่สาวคนโตในเมือง หรือว่าเอาไปซื้อแป้งขาวให้ลูกสาวสุดที่รักกินกันแน่?" คำถามที่พรั่งพรูออกมาพร้อมหลักฐานทางสายตาและน้ำเสียงที่เฉียบคมราวกับมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ทำให้จ้าวชุนเหมยสะอึกจนพูดไม่ออก ใบหน้าอวบออสตื่นตระหนกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะความลับเรื่องเงินทองที่จ้าวเหวินหลงส่งมานั้น ถูกนางแอบยักยอกไปจริง ๆ บรรยากาศภายในห้องโถงพลันเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ จ้าวชุนเหมยพยายามดึงมือออกจากการเกาะกุม แต่ยิ่งดึงก็ยิ่งเจ็บร้าวไปถึงกระดูก หลินเฟยเฟยหาได้มีความเกรงอกเกรงใจผู้มีอาวุโสกว่าไม่ ในยุค 70 ที่ผู้คนต้องปากกัดตีนถีบเพื่อเอาตัวรอด ความอ่อนแอมีค่าเท่ากับการฆ่าตัวตายทางอ้อม และเธอก็ไม่มีวันยอมตายในดินแดนทุรกันดารแห่งนี้เด็ดขาด "จำใส่สมองอันทึบตันของท่านเอาไว้นะคะแม่" หลินเฟยเฟยโน้มใบเข้าไปกระซิบข้างใบหูของแม่สามี น้ำเสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาแต่ชัดถ้อยชัดคำ "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้าใครกล้าแตะต้องตัวฉันแม้แต่ปลายนิ้วเดียว หรือคิดจะเอาเปรียบฉันอีกแม้แต่ชิ้นเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือน... ชีวิตสงบสุขของตระกูลจ้าว จะจบลงในวันนี้แน่นอนค่ะ!" พรวด! หลินเฟยเฟยสะบัดข้อมือของจ้าวชุนเหมยออกอย่างไม่ไยดี จนร่างท้วมเซถลาไปชนเข้ากับตู้ไม้เก่าแก่ส่งเสียงดังโครมคราม น้องสาวสามีที่แอบดูเหตุการณ์อยู่หลังประตูถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ทำได้เพียงยืนตัวสั่นงกโดยไม่กล้าก้าวขาออกมาช่วยมารดา หญิงสาวเหยียดยิ้มเย็นชา กวาดสายตามองไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าห้องนอนแคบๆ ของตนเอง ปิดประตูกระแทกใส่หน้าความตกตะลึงของคนตระกูลจ้าวเสียงดังสนั่น ภายในความมืดสลัวของห้องพัก หลินเฟยเฟยสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ ในมิติลับห้างสรรพสินค้าของเธอบัดนี้มีทั้งเครื่องปรุงรสชั้นเลิศ เนื้อสัตว์แปรรูป และข้าวของเครื่องใช้ที่ล้ำยุคเกินกว่าที่ผู้คนในปี 1970 จะจินตนาการถึง การสร้างตัวให้มั่งคั่งและหลุดพ้นจากนรกขุมนี้ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เหลือเพียงสิ่งเดียวที่เธอยังต้องรับมือ... สามีหนุ่มนายทหารผู้เย็นชาที่กำลังจะเดินทางกลับมาเยือนบ้านในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ แอด... เสียงบานประตูไม้หน้าบ้านถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นและก้าวเดินที่คุ้นเคยในความทรงจำของเจ้าของร่าง ทว่า สิ่งที่ทำให้หัวใจของหลินเฟยเฟยกระตุกวูบไม่ใช่เสียงฝีเท้านั้น หากแต่เป็นกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารจานเด็ดที่โชยทะลักผ่านเข้ามาทางรอยแตกของประตูห้อง... ทั้งที่ในครัวตระกูลจ้าวมิได้มีวัตถุดิบชั้นดีหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย! ขอขอบพระคุณคุณรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามาสัมผัสความสะใจและความฟินไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายยุค 70: หย่าให้ตายแต่ดันติดมิติลับฉบับตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%