กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับของพรมราคาแพงผสมปนเปกันจนน่าคลื่นไส้ นั่นคือสิ่งแรกที่สารวัตรกรณ์สัมผัสได้ทันทีที่ก้าวเท้าผ่านธรณีประตูห้องสูทวีไอพี 404 ของโรงแรมหรูใจกลางกรุง
"ประตูลงกลอนจากด้านใน หน้าต่างทุกบานใส่ล็อกนิรภัยและไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ทีมพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบรอบห้องแล้ว ยืนยันว่าเป็นห้องปิดตายร้อยเปอร์เซ็นต์ครับสารวัตร"
ผู้หมวดหนุ่มลูกน้องคนสนิทรายงานด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ขณะที่ใช้มือปาดเหงื่อที่ผุดพรายตามขมับ กรณ์ไม่ได้ตอบรับทันที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นัยน์ตาคู่นั้นกวาดสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนตามสัญชาตญาณของนายตำรวจผู้ผ่านคดีมาโชกโชน
ร่างไร้ลมหายใจของนักธุรกิจหนุ่มเจ้าของห้องนอนนิ่งสนิทอยู่บนพรมสีแดงฉาน ดวงเบิกโพลงสะท้อนความตื่นตระหนกถึงขีดสุด ลำคอมีร่องรอยการถูกรัดด้วยลวดสลิงบางเฉียบ แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ บนโต๊ะทำงานไม้สักทองเบื้องหน้าศพ กลับไม่มีร่องรอยการต่อสู้ แก้วไวน์ยังคงตั้งอยู่ระเบียบเรียบร้อย และที่สำคัญที่สุด... บนมุมปากของเหยื่อยังคงทิ้งร่องรอยของรอยยิ้มจางๆ เอาไว้
รอยยิ้มที่ชวนให้รู้สึกขนลุกเกลียวอย่างไร้สาเหตุ
กรณ์คุกเข่าลงเบื้องหน้าศพ สวมถุงมือยางแล้วใช้แหนบโลหะคีบวัตถุบางอย่างที่ตกอยู่ใกล้กับมือขวาของเหยื่อ มันคือกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า *'ความจริงมักซ่อนอยู่ในที่ที่โง่เขลาที่สุด'*
"คดีฆาตกรรมในห้องปิดตายอีกแล้วสินะครับ..." กรณ์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ความทรงจำสีเทาจากคดีในอดีตเมื่อห้าปีก่อนแวบเข้ามาในหัว คดีที่เขายังคงติดค้างคาใจและหาคำตอบไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ บาดแผลทางใจที่ย้ำเตือนว่าเขายังขาดความรอบคอบบางอย่างไป
"ดิฉันคิดว่าคุณกำลังมองข้ามรายละเอียดที่สำคัญที่สุดไปนะaคะ... เอ้ย... นะครับ"
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ทำเอาทีมพิสูจน์หลักฐานสะดุ้งโหยง กรณ์หันขวับไปมองทันทีด้วยความระแวดระวัง มือขวาเผลอแตะที่ด้ามปืนพกข้างเอวโดยอัตโนมัติ
ตรงมุมโซฟาหนังแท้ ร่างระหงของหญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทกำลังนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ เรือนผมยาวสลวยสีดำขลับรับกับใบหน้าเรียวคมและดวงตากลมโตที่ฉายแววเจ้าเล่ห์ราวกับแมวป่า เธอกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มเดียวกับศพไม่มีผิดเพี้ยน!
"คุณเป็นใคร เข้ามาในที่เกิดเหตุได้อย่างไร ที่นี่เป็นเขตหวงห้ามของตำรวจ" กรณ์เอ่ยถามเสียงเข้ม แววตาคมกริบจ้องประเมินหญิงสาวตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้สวมชุดเจ้าหน้าที่ ไม่ได้มีบัตรแสดงตัว แต่กลับยืนอยู่ ณ จุดที่แม้แต่สารวัตรอย่างเขายังเกือบมองข้าม
"สวัสดีค่ะ... เอ่อ สวัสดีครับสารวัตรกรณ์ ดิฉัน... ผมชื่อ พิม ครับ" หญิงสาวแกล้งทำเป็นกระแอมไอเบาๆ เพื่อปรับน้ำเสียงให้เป็นทางการขึ้น ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความสนุกสนานยามที่เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของนายตำรวจหนุ่ม "ส่วนฉันจะเข้ามาได้ยังไง คงต้องถามว่าทำไมพวกคุณถึงปล่อยให้ช่องลมเหนือห้องน้ำเปิดอ้าซ่าไว้ต่างหากล่ะคะ... ครับ"
พิมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ศทีละน้อยอย่างไม่เกรงกลัวกลิ่นอายความตาย เธอหยิบแว่นตากันแดดขึ้นมาสวมแล้วกวาดสายตามองไปรอบห้องเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกับกำลังพูดถึงสภาพอากาศ
"ฆาตกรไม่ได้เข้ามาทางประตูหรือหน้าต่างหรอครับ... อะแฮ่ม... หรอคะ... หรอนะครับ! อุops ขอโทษทีค่ะ พอดีติดปาก... โอเค หรอนะครับ สารวัตร" พิมหัวเราะคิกคักเบาๆ เมื่อเห็นกรณ์เริ่มขมวดคิ้วหนักขึ้นด้วยความหมั่นไส้ปนฉงน
"ถ้าคุณมีเวลามาเล่นลิ้น ช่วยกรุณาสำรวมและให้เกียรติสถานที่ด้วยครับ คุณพิม" กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอเล็กน้อยเพื่อกดดัน "ถ้าคุณไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้อง เชิญออกไปจากที่นี่ก่อนที่ผมจะข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงาน"
"ใจร้อนจังเลยนะคะ... นะครับ สารวัตรหนุ่มผู้ยึดมั่นในระบบเหตุผล" พิมเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของกรณ์ราวกับกำลังอ่านหนังสือพิมพ์เล่มโปรด "คุณกำลังคิดว่านี่คือการฆาตกรรมแก้แค้นส่วนตัว หรือไม่ก็ฆชกรรมอำพรางคดีธุรกิจใช่ไหมล่ะคะ... ครับ? แต่ความจริงแล้ว... เหยื่อไม่ได้ถูกฆ่าเพราะความแค้นหรอครับ เหยื่อเป็นคนเลือกที่จะปิดฉากชีวิตตัวเองด้วยเงื่อนไขของจิตวิทยาต่างหาก"
กรณ์ชะงักไปเล็กน้อย คำพูดของเธอมีความมั่นใจและเหตุผลบางอย่างรองรับอย่างน่าประหลาด "คุณหมายความว่ายังไง ศพมีร่องรอยการถูกรัดคอชัดเจน จะบอกว่าเป็นการฆ่าตัวตายงั้นเหรอ บ้าหรือเปล่า ลวดสลิงนั่นอยู่ไหนล่ะ"
"ลวดสลิงก็อยู่ในมือของเหยื่อที่กำลังเกร็งตัวในวินาทีสุดท้ายยังไงล่ะครับ" พิมก้าวเดินผ่านหน้ากรณ์ไปอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่พนักพิงเก้าอี้ทำงาน "ลองมองดูรอยยิ้มบนหน้าเขาสสิครับ นั่นคือรอยยิ้มของคนที่ทำภารกิจสำเร็จลุล่วงต่างหาก ไม่ใช่รอยยิ้มของความหวาดกลัว... ฆาตกรไม่ได้อยู่ในห้องนี้ และไม่จำเป็นต้องเข้ามาในห้องนี้ด้วยซ้ำ เพราะเหยื่อถูกควบคุมด้วย *โปรแกรมทางจิตวิทยา* ที่ถูกฝังไว้ในสมองมานานนับเดือนแล้ว"
บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบลงทันchตาเห็น กรณ์หันกลับไปมองศพสลับกับหญิงสาวลึกลับคนนี้ สมองอันรวดเร็วเริ่มประมวลผลข้อมูลทุกอย่างที่เธอพูด ทฤษฎีทางจิตวิทยาอาชญากรที่ซับซ้อนเกินกว่าคนธรรมดาจะเข้าใจกำลังถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นระบบ
ในวินาทีนั้นเอง หน้าจอสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อของกรณ์ก็สั่นเตือนขึ้นมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบสืบสวนอัจฉริยะที่ถูกติดตั้งไว้เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลลับของกรมตำรวจ ปรากฏข้อความตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบเตือนเด่นชัด
*[ระบบแจ้งเตือนภารกิจระดับ SSS: ตรวจพบร่องรอยอาชญากรต่อเนื่อง "The Puppeteer" ยืนยันเป้าหมายเชื่อมโยงกับคดีปัจจุบัน]*
*[คำเตือน: ผู้ร่วมปฏิบัติการพิเศษ "พิม" ได้รับการปลดล็อกสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลระดับสูงสุดจากส่วนกลางแล้ว]*
กรณ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับกลับไปจ้องหน้าพิมอีกครั้ง ทว่าในตอนนี้ รอยยิ้มปริศนาบนใบหน้าของเธอกลับไม่ได้ดูน่าหมั่นไส้เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อเข้าสู่กรงขังแห่งความลับที่ดำมืดที่สุด
"ยินดีที่ได้ร่วมงานกันอย่างเป็นทางการนะคะ... สารวัตรกรณ์" พิมกระซิบเสียงแผ่วเบารemริมหูของเขา "เกมไล่ล่าเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และคุณ... เตรียมตัวที่จะรับมือกับความจริงไหวหรือยังล่ะครับ?"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
สืบจากรอยยิ้มคดีซ่อนปมกับโปรไฟล์เลอร์สาวสายมึน•ตอนที่ 1
คดีแรกบนพรมสีเลือด
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบจากรอยยิ้มคดีซ่อนปมกับโปรไฟล์เลอร์สาวสายมึน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
