เงาเรือนกระจกกลางวังหลวง: บันทึกอาถรรพ์วิญญาณสยบศึก•ตอนที่ 1

เสียงหวีดจากเรือนริมน้ำ

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นอายความชื้นของเรือนไม้สักทองโบราณที่ปิดตายมานานนับทศวรรษ ไม่ได้สร้างความหวาดหวั่นให้แก่หญิงสาวผู้ก้าวเข้ามาใหม่แม้แต่น้อย หากแต่ดวงตาคมปลาทูคู่สวยกลับกวาดมองคานไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรที่บัดนี้ถูกเคลือบไว้ด้วยหยาดหยดของกาลเวลาและคราบเขม่าควันจางๆ มิ่งขวัญย่อตัวลงวางกระเป๋าเดินทางใบน้อยลงบนพื้นกระดานที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดประท้วงการมาเยือน ในมือเรียวบางของเธอกำยันต์กระดาษสีแดงชาดที่เขียนอักขระโบราณไว้แน่นจนปลายน้องนางเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด มรดกชิ้นสุดท้ายจากตระกูลที่ผู้คนต่างร่ำลือกันว่า "ต้องคำสาป" หลังนี้ แท้จริงแล้วไม่ได้น่ากลัวเพราะสถาปัตยกรรมทรุดโทรม แต่มันน่าสะพรึงกลัวด้วย "เงา" ของอดีตที่ยังคงหายใจรดต้นคอ "เจ้าคิดว่าจะอยู่ที่นี่รอดเกินสามราตรีจริงหรือ แม่ดอกไม้ป่า" เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น ดั่งสายลมหนาวที่พัดผ่านรอยแยกของประตูหน้าต่างดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง มิ่งขวัญไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ว่าเป็นผู้ใด ท่านอ๋องจางอี้เหวิน แม่ทัพผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของราชสำนักและเป็นผู้ครอบครองโฉนดที่ดินผืนนี้โดยนิตินัย ก้าวเข้ามาในเรือนราวกับภูตผีไร้เงา ชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรดิ้นเงินสะท้อนกับแสงตะวันที่ลอดผ่านบานหน้าต่างแกะสลักลายโปร่ง สันจاوโด่งเป็นคมและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงบ่งบอกถึงความเย่อหยิ่งและไม่เชื่อมั่นในสิ่งใดนอกจากคมดาบในมือ มิ่งขวัญค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากบุรุษตรงหน้าแม้แต่น้อย "หม่อมฉันจะอยู่ได้นานเท่าไหร่ มิใช่สิ่งที่ท่านอ๋องต้องทรงกังวลเพคะ... สิ่งที่ท่านควรใส่ใจในยามนี้ คือการที่ก้าวเข้ามาในเขตอาคมของตระกูลข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จะทำให้โชคชะตาของท่านเปลี่ยนไปตลอดกาลหรือไม่ต่างหาก" เสียงหวานเอื้อnเอ่ยด้วยความนิ่งสงบ ทว่าคมคายจนแววตาคู่คมของท่านอ๋องไหววูบไปชั่วขณะหนึ่ง จางอี้เหวินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพเซียนแต่มารร้ายสิงสู่ "อาคมงั้นหรือ? ข้าฟันคอโจรป่าและภูตผีมานักต่อนักด้วยกระบี่เล่มนี้ ไม่เคยมีสิ่งใดขวางกั้นอำนาจของข้าได้ แม้แต่เงาของคนตายในเรือนหลังนี้ก็เช่นกัน" เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง กลิ่นอายบุรุษสูงศักดิ์ผสมผสานกับกลิ่นอายสงครามและสนิมเหล็กโชยเข้าเตะจมูก มิ่งขวัญมิได้ถอยหนี นางเงยหน้าสบตาคมดุคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว ทว่าในเสี้ยววินาทีที่คนทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางความเงียบงัน บรรยากาศรอบกายกลับเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน *กริ๊ง... กรับ... กริ๊ง...* เสียงกงล้อดนตรีไขลานโบราณที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้หมื่นปีมุมห้องโถงดังขึ้นเองอย่างไร้สาเหตุ ท่วงทำนองที่บรรเลงออกมานั้นไม่ใช่บทเพลงรื่นรมย์ในราชสำนัก หากแต่เป็นเสียงดนตรีงานศพที่โหยหวน บิดเบี้ยว และช้าลงทีละนิด ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังหมุนมันด้วยความโกรธเกรี้ยว จางอี้เหวินชะงักฝีเท้า ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องทันที มือหนาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ข้างกายโดยสัญชาตญาณ "เสียงบ้าอะไร?" มิ่งขวัญไม่ได้ตอบคำถาม นางเบนสายตาไปยังกล่องดนตรีไม้แกะสลักลายหงส์คู่ที่บัดนี้ฝาปิดค่อยๆ ง้างออกเองอย่างช้าๆ เผยให้เห็นตุ๊กตาเซรามิกรูปสตรีสวมชุดจีนโบราณด้านใน ซึ่งบัดนี้... ใบหน้าของมันหันมาทางคนทั้งสอง และมีรอยเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างอย่างน่าสยดสยอง ก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัวทำสิ่งใด ประตูไม้บานใหญ่ของเรือนก็กระแทกปิดลงเองด้วยแรงลมมหาศาล พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าของผู้หญิงคนหนึ่งที่ดังขึ้นข้างหูของท่านอ๋องและมิ่งขวัญพร้อมๆ กันอย่างชัดเจน *"พวกเจ้า... หนีไม่พ้นหรอก..."* จางอี้เหวินตวัดกระบี่ออกจากฝักในพริบตา แสงประกายคมกริบวาดผ่านความมืดเพื่อฟันร่างที่อาจจะซ่อนอยู่เบื้องหลังความว่างเปล่า ทว่าปลายกระบี่กลับหยุดชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อเงาสودทะมึนสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากกล่องดนตรี และร่วงหล่นลงมาขวางTheทางระหว่างเขากับมิ่งขวัญ กลายเป็นร่างของสตรีในชุดอาภรณ์โบราณชุ่มโชกด้วยเลือดที่หันมาส่งยิ้มกว้างจนถึงใบหูให้แก่ท่านอ๋อง... พร้อมกับถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามที่ถูกยื่นส่งมาตรงหน้าเขาโดยมืออันเย็นเยียบราศจากอุณหภูมิของภูตผี ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เงาสะท้อนแห่งความลับนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาเรือนกระจกกลางวังหลวง: บันทึกอาถรรพ์วิญญาณสยบศึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%