กลิ่นอายความอับชื้นของศาลาริมน้ำโบราณเมื่อครู่ยังไม่ทันจางหายจากปลายประสาทสัมผัส บรรยากาศรอบกายก็ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของเรือนกระจกกลางวังหลวง เรือนกระจกหลังใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างความวิจิตรบรรจงแบบตะวันออกและโครงสร้างเหล็กกล้าอันแข็งแกร่งของตะวันตก แสงจันทร์สีนวลยวงสาดส่องทะลุกระจกใส สะท้อนเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พนักสูงสลักลายมังกร
ท่านอ๋องจางอี้เหวิน... แม่ทัพผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของแผ่นดิน
ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นมิได้มองมาที่มิ่งขวัญในทันที เขากำลังใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ ลงบนที่วางแขน เสียง 'ก๊อก... ก๊อก...' นั้นดังก้องกังวานอยู่ในความเงียบงัน ราวกับเสียงนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังลมหายใจของผู้บุกรุก
มิ่งขวัญยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า แผ่นหลังตั้งตรงดั่งต้นสนท่ามกลางพายุ แม้เสื้อผ้าภายนอกจะเปียกชื้นจากละอองน้ำยามค่ำคืน แต่แววตาของหญิงสาวกลับฉายประกายความเยือกเย็นไม่แพ้ผู้ที่นั่งอยู่เบื้องบน นางกวาดสายตามองสำรวจรอบกายอย่างเงียบเชียบ เรือนกระจกแห่งนี้เต็มไปด้วยตำราโบราณ อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์จากแดนไกล และที่สำคัญที่สุด... ไอเย็นยะเยือกของพลังงานบางอย่างที่ลอยวนเวียนอยู่เหนือศีรษะ ราวกับดวงวิญญาณนับร้อยกำลังจ้องมองมาด้วยความโหยหา
"บังAอาจนัก..." น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้น ทำลายความเงียบราวกับคมดาบที่กรีดผ่านอากาศ "ลักLอบเข้ามาในเขตหวงห้ามของวังหลวง ยามวิกาลเช่นนี้ เจ้าคิดว่าหัวบนบ่าของเจ้ามีค่าน้อยนักหรือ... แม่นางมิ่งขวัญ"
ท่านอ๋องจางอี้เหวินปราบสายตาคมกริบมาที่นาง รอยยิ้มหยันที่มุมปากปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ชุดคลุมผ้าไหมสีดำปักดิ้นทองแผ่ซ่านไอสังหารที่ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน
มิ่งขวัญมิได้สะทกสะท้าน นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนเรียวปากสีชาด "หม่อมฉันหาได้ลักลอบเข้ามาไม่เพคะ... แต่ท่านอ๋องต่างหากที่เป็นผู้ส่ง 'เทียบเชิญ' มาต้อนรับหม่อมฉัน ด้วยเงาอาถรรพ์ที่รายล้อมอยู่รอบเรือนกระจกหลังนี้"
คำพูดนั้นทำให้คิ้วเข้มของท่านอ๋องขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นหรี่ลง ประเมินหญิงสาวตรงหน้าใหม่อีกครั้ง นางไม่ใช่สตรีในห้องหอผู้หวาดกลัวต่ออำนาจ ทว่ามีความนิ่งสงบดั่งผืนน้ำลึกที่คาดเดาความลึกไม่ได้
"อวดดี" จางอี้เหวินก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กจากสนามรบโชยเข้าปะทะจมูก "ในราชสำนักแห่งนี้ ข้าไม่เชื่อถือเรื่องงดงามเหล่านั้น... เรื่องวิญญาณ หรือคุณไสยมนต์ดำ ล้วนเป็นอุบายของคนโง่เขลาที่ใช้ปกปิดความชั่วช้า ถ้าเจ้าไม่ใช่สายลับจากแคว้นศัตรูที่ส่งมาเพื่อสืบราชลับ เหตุใดวิญญาณในศาลาริมน้ำจึงต้องนำพาเจ้ามาที่นี่ด้วยเล่า"
มิ่งขวัญเงยหน้าสบตาเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้เสียจนสามารถได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ดวงตาคู่สวยของหญิงสาวสะท้อนภาพใบหน้าอันหล่อเหลาแต่เยียบเย็นของท่านอ๋อง
"ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่... ทรงเชื่อมั่นในดาบในมือและอำนาจที่ถือครอง มากกว่าเงาที่อยู่เบื้องหลังความตายของเหล่าสนมในวังหลังสินะเพคะ" มิ่งขวัญเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา แต่ทว่าบาดลึก "ท่านคิดว่าพวกนางตายเพราะโรคระบาด หรือเพราะพิษสุรา... แต่ท่านไม่เคยรู้เลยว่า ทุกๆ คืนวันเพ็ญ วิญญาณเหล่านั้นต่างหากที่กรีดร้องขอความเป็นความตายจากท่าน"
จางอี้เหวินชะงักไปชั่วขณะ มือหนาที่เอื้อมออกไปหมายจะบีบคางนางเพื่อคาดคั้นความจริง หยุดชะงักกลางอากาศ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนฉุนเฉียว ไม่มีใครกล้าพูดเรื่องนี้ต่อหน้าเขา... เรื่องความตายอันน่าสยดสยองของสนมในวังหลังที่ถูกปกปิดไว้เป็นความลับสูงสุดของแผ่นดิน
"เจ้าเป็นใครกันแน่..." เสียงของเขาต่ำลงจนแทบเป็นเสียงคำราม "เหตุใดจึงล่วงรู้ความลับในวังหลวงได้มากขนาดนี้"
"หม่อมฉันเป็นเพียงผู้ร้อยเรียงเรื่องราวที่ถูกหลงลืม... และเป็นผู้เดียวที่จะช่วยท่านไขปริศนาเงาเรือนกระจกนี้ได้" มิ่งขวัญตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง นางไม่ถอยหนีแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวแตะเบาๆ ที่แขนเสื้อของท่านอ๋อง ราวกับต้องการส่งผ่านความอบอุ่นไปสู่บุรุษผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็ง
บรรยากาศในเรือนกระจกเงียบงันลงอีกครั้ง ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา ทั้งสองยืนประจันหน้ากันด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย ท่านอ๋องจางอี้เหวินผู้ไม่เคยไว้ใจผู้ใด กลับรู้สึกถึงแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงดูดเขาสู่สตรีลึกลับนางนี้
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบกำลังครอบงำ ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดขององครักษ์เอกก็ดังขึ้นจากด้านนอก ตามมาด้วยการเคาะประตูกระจกอย่างร้อนรน
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงตะโกนด้วยความตกใจดังลอดเข้ามา "เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! พระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... ส่งมาถึงมือท่านแล้ว และ... และในราชโองการระบุชื่อของแม่นางมิ่งขวัญ ในฐานะ... นักโทษประหาร!"
ท่านอ๋องจางอี้เหวินหันขวับไปมองประตู ก่อนจะก้มลงมองสตรีตรงหน้า ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยประกายความสงสัยและอันตรายที่พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด ขณะที่มิ่งขวัญเพียงแต่แย้มยิ้มบางเบาออกมา ท่ามกลางเงาของความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาประชิดตัว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามบทเพลงรำพันนี้ด้วยกันนะครับ
ศาลาริมน้ำโบราณ
เงาเรือนกระจกกลางวังหลวง: บันทึกอาถรรพ์วิญญาณสยบศึก•ตอนที่ 3
ท่านอ๋องผู้ไร้หัวใจ
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาเรือนกระจกกลางวังหลวง: บันทึกอาถรรพ์วิญญาณสยบศึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
