"อย่าเพิ่งรีบร้อนกล่าวหาคนอื่นด้วยไอสังหารที่เหมือนกับขยะเปียกแบบนั้นเลยครับ มันทำให้คนมองดูถูกกิลด์ระดับท็อปของคุณเปล่าๆ"
ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความกดอากาศที่หนักอึ้งราวกับมีภูเขาไฟทั้งลูกกดทับลงบนบ่า รินไม่ได้ขยับหนี ไอสังหารสีม่วงคล้ำที่แผ่ออกมาจากชายร่างยักษ์ตรงหน้า—หัวหน้าหน่วยจู่โจมของกิลด์ราชันโลหะ—ทำได้เพียงแค่ทำให้ชายเสื้อของผมพลิ้วไหวเล็กน้อยเท่านั้น
"แก... ไอ้ฮีลเลอร์ขยะ ทำไมถึงยังยืนอยู่ได้?" เสียงของมันสั่นด้วยความโกรธปนประหลาดใจ เพราะปกติแล้วแรงกดดันระดับนี้ควรจะทำให้คนระดับต่ำกว่าเข่าอ่อนทรุดลงไปกราบกับพื้นตั้งแต่วินาทีแรก
ผมยกมือขึ้นจัดคอปกเสื้อที่ยับย่นเล็กน้อย พลางส่งยิ้มที่สุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ไปให้ แต่นัยน์ตาของผมกลับเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"เพราะผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นผู้ป่วยให้คุณฮีลน่ะครับ"
ทันใดนั้น เสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงโครงสร้างของดันเจี้ยนก็ดังขึ้น เจ้า 'องครักษ์ทวารบาล' มอนสเตอร์รูปร่างคล้ายอสูรกายหุ้มเกราะเหล็กกล้าสูงสามเมตรปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด มันก้าวออกมาพร้อมกับขวานยักษ์ที่อาบไปด้วยคราบเลือดเก่าแห้งกรัง แรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าของมันทำให้ผนังถ้ำร่วงกราวลงมา
หัวหน้าหน่วยจู่โจมเบิกตากว้าง "หลบไป! นั่นมันมอนสเตอร์ระดับบอสที่เฝ้าประตูชั้นนี้! แกตายแน่ไอ้—"
ไม่ทันที่คำพูดจะจบลง รินก็ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ ในสายตาของคนทั่วไป มันอาจดูเหมือนผมหายตัวไป แต่ในสายตาของระบบ... นี่คือการคำนวณวิถีที่แม่นยำที่สุด
*ติ๊ง!*
[ระบบ: ตรวจพบช่องโหว่เกราะพลังงานขององครักษ์ทวารบาลที่จุดกึ่งกลางหน้าอก พลังโจมตีที่ต้องการ: 12,000 หน่วย]
[คำเตือน: ร่างกายท่านยังรับภาระได้ไม่เต็มที่ โปรดระมัดระวัง]
"เซร่าครับ... เงียบไปก่อน" ผมกระซิบเบาๆ ในใจ
ผมไม่ได้ใช้คทา ไม่ได้ร่ายเวทมนตร์รักษา หรือแม้แต่หันไปมองหัวหน้าหน่วยที่อ้าปากค้างอยู่นั่น สิ่งที่ผมทำมีเพียงแค่การกอบกำมือขวาแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนใต้ผิวหนัง ผสานพลังมานาทั้งหมดที่เคยใช้รักษาคนอื่น เปลี่ยนมันให้กลายเป็น 'หมัดทำลายล้าง' ที่มีอานุภาพดั่งปืนใหญ่ยิงทำลายล้าง
*ตึ้ง!*
เสียงหมัดปะทะเข้ากับเกราะเหล็กหนาเตอะดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะไม่ได้แค่หยุดการเคลื่อนไหวของอสูรกาย แต่มันสร้างคลื่นกระแทกจนฝุ่นดินในรัศมีสิบเมตรกระจายตัวออกเป็นวงกลม องครักษ์ทวารบาลที่เคยดูแข็งแกร่งกลับหยุดนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนที่ชุดเกราะหนาๆ ตรงหน้าอกของมันจะยุบตัวลงเป็นรูโหว่ลึกจนทะลุไปถึงแผ่นหลัง
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที
เจ้าอสูรกายร่างยักษ์ทรุดเข่าลงกับพื้น ก่อนจะล้มตึงลงไปแน่นิ่งโดยไม่มีแม้แต่เสียงร้องเฮือกสุดท้าย เลือดสีเขียวขุ่นไหลนองออกจากแผลที่ดูเรียบเนียนผิดธรรมชาติ
ผมสะบัดมือเบาๆ ไล่เศษฝุ่นที่เกาะตามเสื้อคลุม ก่อนจะหันกลับไปมองชายที่จ้องมองผมด้วยความหวาดกลัว
"อย่างที่คุณเห็นครับ" ผมยิ้มอย่างใจดี "ผมเป็นแค่ฮีลเลอร์... ฮีลเลอร์ที่ต่อยเจ็บไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง"
ผมก้าวผ่านร่างของอสูรกายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้หัวหน้าหน่วยจู่โจมยืนแข็งค้างอยู่อย่างนั้น แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะก้าวเท้าเข้าสู่ประตูวาร์ปที่เปิดออกหลังความตายของบอส สัมผัสเย็นเยียบจากปลายกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ขมับจากทางด้านหลังก็หยุดฝีเท้าของผมไว้
"ไม่ต้องขยับ... ริน" เสียงหวานใสแต่เต็มไปด้วยความอำมหิตดังขึ้นจากเงามืดที่ผมไม่ทันสังเกตเห็น "ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อดูนายโชว์พลัง ฉันมาที่นี่เพื่อ 'กำจัด' ข้อมูลที่ผิดพลาดอย่างนายทิ้งเสีย"
ผมค่อยๆ เอียงคอเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย... กลิ่นที่บ่งบอกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนจากกิลด์ราชันโลหะที่น่าสมเพชนั่น แต่เป็นคนที่ถือครอง 'กุญแจ' ดอกที่สองของหอคอยทมิฬ
"คุณมาช้าไปนิดนะครับ" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะที่มือขวายังคงกำหมัดแน่นในกระเป๋าเสื้อ "เพราะตอนนี้ ผมเพิ่ง 'ฮีล' รอยร้าวในใจของตัวเองเสร็จไปเมื่อกี้เองครับ"
ผมกดปลายเท้าลงบนพื้นเตรียมตัวพุ่งตัวออกไป แต่ทว่า... เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานกลับดังขึ้นในหัวด้วยโทนเสียงที่ผิดปกติ
[แจ้งเตือน: ตรวจพบผู้บุกรุกมิติระดับพระเจ้า... ท่านริน โปรดระวัง!]
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเป็นกำลังใจให้กับการเดินทางของหมอเทวะผู้นี้ด้วยนะครับ
หมอเทวะแรงก์ SSS: ฮีลเลอร์สายหมัดพิฆาตสยบโลกฮันเตอร์•ตอนที่ 3
หมัดเดียวจอด
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอเทวะแรงก์ SSS: ฮีลเลอร์สายหมัดพิฆาตสยบโลกฮันเตอร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!