รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 24

ความจริงในบันทึกเก่า

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
“กดรับสายสิครับ หมอธีร์... หรือว่าคุณกลัวที่จะได้ยินเสียงของคนตาย?” เสียงปลายสายที่แหบพร่าคล้ายกระดาษทรายขูดกับโลหะดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ในมือผม แรงสั่นสะเทือนนั้นส่งผ่านไปยังปลายนิ้วจนรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นริ้วขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง ผมไม่ตอบโต้ ได้แต่จ้องมองหน้าจอที่แสดงเพียงตัวเลขปริศนา ความเงียบในห้องทำงานของผมช่วงดึกสงัดเช่นนี้ช่างหนักอึ้งราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ผมสูดลมหายใจลึก ก้าวเท้าไปที่โต๊ะทำงานที่มีกองเอกสารคดีเก่าสะสมอยู่เป็นตั้ง ก่อนจะตัดสินใจกดรับสายแล้วเปิดลำโพงวางไว้บนโต๊ะ “ผมไม่ได้กลัวคนตายครับ เพราะคนที่ผมเผชิญหน้าอยู่ทุกวันคือคนตายที่พูดความจริงเสมอ แต่คุณ... คุณเป็นแค่คนขี้ขลาดที่หลบอยู่หลังเงามืด” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแววตาจดจ้องไปยังกล่องไม้เก่าที่วางอยู่มุมโต๊ะ—กล่องที่ผมเพิ่งได้รับมาจากการรื้อค้นห้องเก็บของเก่าของพ่อเมื่อเย็นนี้ “หึ ความจริงน่ะหรือ? ถ้าคุณอยากรู้ความจริงที่พ่อคุณปิดตายไว้ในหลุมศพ ก็ลองเปิดลิ้นชักลับของกล่องใบนั้นดูสิ... ศาสตราจารย์ไกรสรไม่ได้เป็นแค่อาจารย์ที่คุณเคารพหรอกนะ เขาคือสถาปนิกผู้สร้างนรกขุมนั้นขึ้นมา” สายตัดไปทันที ทิ้งไว้เพียงเสียงสัญญาณที่เงียบสนิท ผมวางโทรศัพท์ลง มือที่สั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปหยิบกล่องไม้ใบนั้น มันเป็นกล่องเก็บอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์เก่าๆ ของพ่อที่ผมแทบไม่เคยเปิดดูนับตั้งแต่วันที่ท่านเสียชีวิต ผมใช้มีดผ่าตัดเล่มเล็กค่อยๆ กรีดผ่านเนื้อไม้บริเวณฐานกล่องตามสัญชาตญาณของการชันสูตร—การหาจุดเชื่อมต่อที่ไม่สมเหตุสมผล ไม้ส่วนล่างดูจะมีความหนากว่าปกติ ผมงัดแผ่นไม้ออก เผยให้เห็นช่องลับเล็กๆ ภายในมีไดอารี่หนังปกสีน้ำตาลเข้มเล่มหนึ่ง ผมหยิบมันออกมา กลิ่นอายของความเก่าแก่และหยดเลือดจางๆ ที่ติดอยู่ตรงขอบกระดาษทำให้ผมขนลุกชัน หน้าแรกของไดอารี่มีลายมือที่ผมจำได้ขึ้นใจ... ลายมือของพ่อ *‘วันที่ 14 พฤศจิกายน... ไกรสรเปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่ใช่นักวิจัยที่มุ่งเน้นการรักษา แต่มุ่งเน้นการครอบครองสิ่งที่เหนือกว่าความตาย’* ผมพลิกกระดาษต่อไปเรื่อยๆ หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ ข้อมูลที่อยู่ตรงหน้าคือบันทึกนิติเวชฉบับไม่เป็นทางการ มันคือรายละเอียดของการทดลองที่ผิดจริยธรรม ไกรสรไม่ได้ทำคนเดียว เขาได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มทุนที่มองไม่เห็น และพ่อของผม... พ่อที่พยายามจะหยุดยั้งเขา คือเหยื่อรายถัดไป “หมอธีร์! หมออยู่ในนั้นไหม!” เสียงกระแทกประตูตามด้วยแรงผลักจากภายนอกทำให้ผมสะดุ้ง รินรดาพุ่งเข้ามาในห้อง ผมเสื้อผ้าเธอยับยู่ยี่ ใบหน้าเปื้อนฝุ่นดินและหยาดเหงื่อ “ริน? คุณมาที่นี่ได้ยังไง” “เกิดเรื่องแล้วค่ะ!” เธอเดินเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “ห้องเก็บศพที่โรงพยาบาลถูกบุก... มีคนเข้าไปขโมยชิ้นเนื้อที่หมอเก็บไว้จากเคสของเหยื่อรายล่าสุด และที่แย่กว่านั้น... พวกมันทิ้งศพไว้หนึ่งศพ แทนที่ศพของเหยื่อที่หายไป” ผมขมวดคิ้วแน่น “ศพใคร?” “ไม่รู้ค่ะ... แต่มันแต่งตัวเหมือนหมอธีร์เป๊ะเลย ใส่เสื้อกาวน์ของคุณ ป้ายชื่อของคุณ... และที่สำคัญ หน้าตาของศพนั้นถูกทำให้เละจนจำไม่ได้ แต่จากรูปร่างและตำหนิรอยแผลเป็นที่มือ... มันเหมือนคุณทุกอย่าง” ความเย็นวาบแล่นผ่านอก ผมหันไปมองไดอารี่ในมือ แล้วหันกลับไปมองหน้าผู้กองรินรดา ความเป็นไปได้หนึ่งพุ่งเข้ามาในหัว—ไกรสรไม่ได้แค่ขโมยหลักฐาน แต่เขากำลัง ‘เปลี่ยนตัว’ ผมในสายตาของกฎหมาย “ริน... ฟังผมนะ ถ้าคืนนี้มีใครถามหาตัวผม หรือมีรายงานว่าพบศพผมในที่เกิดเหตุ อย่าเชื่อเด็ดขาด” ผมกระซิบด้วยน้ำเสียงเข้มข้น “ไกรสรต้องการให้ผมตายในเชิงสัญลักษณ์ เพื่อที่เขาจะได้ฆ่าผมจริงๆ โดยไม่มีใครสงสัย” “หมอหมายความว่ายังไง...” ยังไม่ทันที่รินรดาจะพูดจบ แสงไฟในห้องทำงานก็ดับพรึบลงพร้อมกัน บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องทำงานสามครั้งก็ดังขึ้น... เป็นจังหวะที่ผมเคยคุยกับพ่อตอนเด็กๆ ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก “หมอธีร์ครับ... ผมเองครับ” เสียงที่ดังลอดมาจากหน้าประตูคือเสียงของผมเอง—เสียงของผมที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าผู้กองรินรดาในตอนนี้ ดร.นิติเวชขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมิดของความจริงนี้ครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%