“อย่าขยับ”
เสียงของหมอธีร์ต่ำและเรียบสนิท แต่มันทรงพลังพอจะหยุดรินรดาที่กำลังควานหาปืนพกในความมืดมิดของห้องชันสูตรได้ทันควัน กลิ่นคาวเลือดที่ควรจะคละคลุ้งกลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนจางๆ ของโอโซนจากแผงวงจรที่ช็อต และกลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนที่อบอวลชวนวิงเวียน
ความมืดไม่ใช่ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดสำหรับธีร์ แต่คือสิ่งที่กำลังจะ ‘หายไป’ ในมือของเขา
“ไฟสำรองไม่ทำงาน” รินรดากระซิบ สันปืนกระแทกกับปลอกขาพกพาของเธอเสียงดังกระทบผนังเหล็กกล้า “นี่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หมอ... ใครบางคนจงใจตัดวงจรไฟฟ้าในวินาทีที่เรากำลังจะเปิดช่องท้องศพ”
ธีร์ไม่ตอบ มือของเขาสวมถุงมือยางที่เปียกชื้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เขายังคงประคองมีดผ่าตัดไว้ในตำแหน่งเดิมเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ จิตสัมผัสของเขาจดจ่ออยู่กับสัมผัสใต้คมมีด—ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เนื้อเยื่อบริเวณใต้ราวนมของศพไม่ตอบสนองต่อแรงกดเหมือนที่ควรจะเป็น มันแข็ง... เหมือนก้อนหินที่ถูกฝังอยู่ใต้ชั้นหนังแท้
“ริน ขยับมาทางซ้าย” ธีร์สั่ง “ใช้ไฟฉายจากนาฬิกาหรืออะไรก็ได้ที่แสงน้อยที่สุด ส่องไปที่จุดที่ฉันชี้”
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก กดปุ่มไฟฉายขนาดจิ๋วที่ติดอยู่กับเข็มขัดยุทธวิธี แสงสีขาวนวลพุ่งผ่านความมืดไปตกกระทบบนร่างไร้วิญญาณบนเตียงสเตนเลส ภาพที่ปรากฏทำให้รินรดาต้องกลั้นหายใจ รอยกรีดขนาดเล็กจิ๋วที่ธีร์เพิ่งลงมีดไปนั้น ไม่ได้เผยให้เห็นไขมันหรือกล้ามเนื้อ แต่มันเผยให้เห็นประกายสีเหลือบมุกที่เต้นระริกอยู่ใต้ผิวหนัง
“นั่นมันอะไร?”
“ไม่ใช่เลือด” ธีร์ขมวดคิ้วแน่น แววตาหลังเลนส์แว่นสะท้อนแสงไฟฉายเป็นประกายเย็นเยียบ “มันคือสารประกอบโพลิเมอร์เชิงซ้อน... ดูโครงสร้างพวกนี้สิ มันไม่ได้แทรกซึมไปตามกระแสเลือด แต่มันกำลัง ‘สร้าง’ โครงข่ายขึ้นมาแทนที่โครงสร้างเซลล์เดิม”
เขาก้มลงต่ำจนจมูกแทบชิดกับรอยแผล กลิ่นหอมประหลาดคล้ายดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาพุ่งเข้าจมูก ธีร์รู้ดีว่านี่ไม่ใช่สารเคมีที่หาได้ในห้องแล็บทั่วไป แต่มันคือผลงานของนักเล่นแร่แปรธาตุที่กระหายอำนาจ และมีเพียงไม่กี่คนในประเทศนี้ที่มีทรัพยากรมากพอจะเข้าถึง ‘ตัวเร่งปฏิกิริยา’ ระดับนี้
“ศาสตราจารย์ไกรสร” รินรดาพึมพำชื่อที่ไม่มีใครอยากเอ่ยถึงในโรงพยาบาลแห่งนี้ “เขาสั่งห้ามไม่ให้ใครยุ่งกับเคสอุบัติเหตุคดีนี้ตั้งแต่วันแรกที่ศพเข้ามา”
“ถ้าเขาเป็นคนทำจริง สิ่งที่เราเห็นอยู่นี่ไม่ใช่ศพ” ธีร์วางมีดผ่าตัดลง เสียงโลหะกระทบถาดแสตนเลสดังสนั่นในความเงียบ “แต่มันคือคลังเก็บข้อมูล... หรือไม่ก็ ‘หนูทดลอง’ ที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่เขาสร้างขึ้นมา”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก ไม่ใช่เสียงเดินของผู้ป่วยหรือพยาบาล แต่เป็นเสียงรองเท้าคอมแบทที่จังหวะการเดินพร้อมเพรียงและหนักแน่นจนพื้นห้องสั่นสะเทือน รินรดาคว้าปืนขึ้นประทับบ่าทันที สายตาจ้องเขม็งไปที่ประตูบานเลื่อนที่กำลังสั่นไหวตามแรงกระแทกจากด้านนอก
“หมอ ถอยไปหลังโต๊ะผ่าตัด!” รินรดาตะโกน แต่ธีร์กลับนิ่งเฉย เขาคว้าชิ้นส่วนเนื้อเยื่อขนาดจิ๋วที่หยิบออกมาด้วยปากคีบ ใส่ลงในขวดแก้วใบเล็กแล้วยัดใส่กระเป๋าเสื้อกาวน์
“คนพวกนี้ไม่ได้มาเพื่อหยุดการสืบสวนริน” ธีร์พูดเสียงเรียบขณะที่ประตูห้องชันสูตรเริ่มเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงามืดของชายฉกรรจ์ในชุดดำสนิท “พวกมันมาเพื่อ ‘ทำลายหลักฐาน’... ซึ่งหมายถึงพวกเราด้วย”
ประตูเปิดกว้างออก ชายร่างยักษ์สามคนก้าวเข้ามา แสงไฟจากทางเดินสาดเข้ามาวูบหนึ่งทำให้ธีร์เห็นเงาสะท้อนของใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังกลุ่มชายชุดดำ... ร่างนั้นสวมเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา แว่นตาทองเหลืองสะท้อนแสงไฟจนมองไม่เห็นดวงตา แต่รอยยิ้มที่มุมปากนั้น—รอยยิ้มที่ดูใจดีและเปี่ยมด้วยเมตตาเสมอมา—กลับทำให้หัวใจของธีร์หยุดเต้นไปชั่วขณะ
“ดึกขนาดนี้ ยังทำงานกันอยู่อีกเหรอครับ หมอธีร์?” เสียงทุ้มนุ่มนวลของศาสตราจารย์ไกรสรดังแทรกความตึงเครียดเข้ามา เขาเดินผ่านกลุ่มชายชุดดำเข้ามาด้วยท่าทีสงบ ราวกับกำลังเดินอยู่ในสวนหลังบ้าน “ผมว่ารอยกรีดพวกนั้น... คุณคงไม่อยากให้มันถูกเปิดเผยออกมาในตอนนี้หรอกนะ”
ธีร์กำมือแน่นในกระเป๋าเสื้อกาวน์ สัมผัสถึงความเย็นของขวดแก้วที่บรรจุหลักฐานชิ้นสำคัญไว้ ความโกรธแค้นในอดีตเรื่องพ่อตีตื้นขึ้นมาในอก แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะวู่วาม
“ศาสตราจารย์ครับ” ธีร์เงยหน้าสบตาอีกฝ่าย “ศพนี้ตายด้วยอุบัติเหตุรถชนจริงหรือครับ? หรือว่าตายเพราะ ‘ของเล่นใหม่’ ของอาจารย์กันแน่?”
ไกรสรหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ชายชุดดำที่ขยับเข้าใกล้ตัวธีร์มากขึ้น “บางครั้งการรู้อะไรมากเกินไป ก็ทำให้คนเรามีอายุสั้นกว่าที่ควรจะเป็น... รินรดา ผมว่าคุณควรเลือกข้างให้ดีนะ ก่อนที่ประวัติการทำงานของคุณจะสิ้นสุดลงในห้องนี้”
ก่อนที่รินรดาจะทันได้เหนี่ยวไก ปืนในมือของเธอก็ถูกสะบัดหลุดด้วยทักษะขั้นสูงจากชายชุดดำคนหนึ่ง ในวินาทีที่ความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ ธีร์กลับกดปุ่มใต้โต๊ะผ่าตัดที่ซ่อนไว้ด้วยความเร็วที่ไม่มีใครทันสังเกต
กลไกประหลาดทำงานทันที! เสียงหวีดหวิวของก๊าซที่พุ่งออกมาจากท่อระบายอากาศเหนือหัวทำให้ทุกคนต้องชะงัก รินรดาคว้ามือธีร์แล้วพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างบานเกล็ดที่เชื่อมต่อกับทางระบายน้ำทิ้งด้านหลัง
เสียงปืนดังสนั่นไล่หลังมา ตามด้วยเสียงตะโกนด่าทอของไกรสรที่ดังลั่นห้องชันสูตร ท่ามกลางความชุลมุน ธีร์ก้มลงมองขวดแก้วในมือ แต่ทว่าสิ่งที่อยู่ในนั้นกลับทำให้เขาต้องหยุดวิ่งกะทันหัน... ภายในขวดแก้ว เนื้อเยื่อที่เคยอยู่นิ่งกลับกำลังสั่นไหวและเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆ ราวกับมันมีชีวิตและพยายามจะกัดกินนิ้วมือของเขาผ่านผิวแก้ว!
มันไม่ได้เป็นแค่สารเคมี... แต่มันกำลัง ‘ตื่น’ ขึ้นมาในมือของเขา!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมิดครั้งนี้ครับ - ดร.นิติเวช
รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 2
รอยกรีดภายใต้ผิวหนัง
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!