"กองกำลังขององค์ชายสามประชิดแนวป่าสนทิมพรหมแล้วพ่ะย่ะค่ะ... พวกมันระดมพลนับหมื่น หวังบุกทะลวงค่ายกลทิศบูรพาให้แตกพ่ายภายในยามสามนี้!"
เสียงรายงานขององครักษ์เงาที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าสั่นเครือเล็กน้อย มิใช่เพราะความหวาดกลัวต่อคมดาบของฝ่ายกบฏ หากแต่เป็นเพราะบรรยากาศกดดันอันเยียบ
เย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงในชุดคลุมผ้าไหมสีเพลิงปักลายหงส์บินตวัดตาดุจดั่งพญาหงส์ผู้ครองนภา หลี่มู่เหยาหาได้เงยหน้าขึ้นจากตำราสมุนไพรโบราณแผ่นเก่าคร่ำคร่า
นางเพียงใช้ปลายนิ้วเรียวสวยดั่งลำเทียนแตะลงบนถ้วยชาเคลือบมุกที่ส่งควันกรุ่นกลิ่นหอมเย็นเยียบของดอกอวี้หลานผสมเกสรบัวหิมะ
"ปล่อยให้พวกมันเข้ามา"
น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความตื่นตระหนก ทว่ากลับทรงอำนาจจนผู้ฟังต้องก้มหน้ารับคำสั่งโดยดุษฎี
ในยามนี้ ภายในกระโจมบัญชาการรบหลักอันโอ่อ่าที่รายล้อมด้วยแผนที่ยุทธศาสตร์และธงทิวปักตราพยัคฆ์ เฟยหรงอ๋อง (หยางจิ้น) ก้าวเข้ามาด้วยชุดเกราะเหล็กกล้าสีดำสนิทที่ยังมีคราบโลหิตแห้งกรังจากสนามรบหยาดหยดลงบนพื้นพรมขนสัตว์หนานุ่ม พระเนตรคมกราดดั่งพญาเหยี่ยวทอดมองสตรีผู้เป็นดั่งดวงใจด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นภายใต้ความเยชาชาชินต่อโลก
"มู่เหยา... กองทัพหน้าของพวกมันมีม้าศึกหุ้มเกราะเหล็กถึงสามพันตัว การปะทะกันแบบประชิดตัวจะทำให้ฝ่ายเราเสียเปรียบ เจ้าแน่ใจแล้วหรือกับแผนการในคืนนี้?"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง แม้แต่เทพสงครามผู้เกรียงไกรเช่นเขา ก็ยังต้องไว้ท่าทีต่อสติปัญญาอันล้ำลึกของนาง
หลี่มู่เหยาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาคู่คมกริบสะท้อนแสงไฟจากตะเกียงสำริด นางแย้มสรวลน้อยๆ รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มทว่ากลับเยือกเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างกลางฤดูเหมันต์
"ท่านอ๋องทรงกังวลเกินไปแล้วเพคะ... สงครามมิได้ตัดสินด้วยจำนวนทหารม้าเสมอไป ดั่งเช่นที่หม่อมฉันเคยกล่าวไว้ ผู้ที่ถือหมากเหนือกว่า ย่อมไม่ต้องลงมือสังหารด้วยมือตนเอง"
นางลุกขึ้นยืน ชายผ้าคลุมยาวลากพื้นจรดพรมถักทอด้วยดิ้นทอง เสียงเครื่องประดับหยกกระทบกันกรุ๊งกริ๊งเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันอันตึงเครียด
"พิษ 'สลายวิญญาณร้อยลี้' ที่หม่อมฉันใช้เวลาปรุงแต่งแรมเดือน ในที่สุดก็ได้เวลาทดสอบอานุภาพของมันแล้ว"
นางเดินนำไปยังระเบียงค่ายที่มองออกไปเห็นผืนป่าสนเบื้องล่าง
ณ เบื้องล่างนั้น ท้องทุ่งกว้างใหญ่กำลังถูกย้อมให้กลายเป็นสีแดงฉานจากคบเพลิงนับหมื่นดวงของกองทัพกบฏ เสียงโห่ร้องคำรามฮึกเหิมของเหล่าทหารหาญฝ่ายองค์ชายสามดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม กลิ่นไอคาวเลือดและฝุ่นตลบอบอวลมาตามกระแสลมยามวิกาล ม้าศึกนับพันตัวส่งเสียงร้องระงมด้วยความฮึกเหิม พร้อมที่จะพุ่งทะยานเข้าบดขยี้ค่ายหลวงให้ราบคาบในชั่วพริบตา
องค์ชายสามในชุดเกราะทองคำอร่าม ประทับอยู่บนหลังอาชาสีหมอกทรงพลัง พระพักตร์เต็มไปด้วยความลำพองใจ ทรงเงื้อง้าวขึ้นฟ้าพร้อมตะโกนก้อง
"ทหารทั้งหลาย! บุกเข้าไป! สังหารหยางจิ้น ชิงบัลลังก์มังกรมาเป็นของเรา!"
สิ้นเสียงคำราม กองทัพกบฏระลอกแรกก็พุ่งทะยานเข้าสู่เขตแนวป่าสนทิมพรหมดั่งคลื่นยักษ์ซัดสาดเข้าหาฝั่ง หวังจะเหยียบย่ำค่ายทหารของเฟยหรงอ๋องให้แหลกเป็นจุล
ทว่า... ในวินาทีที่กองหน้ากบฏล่วงล้ำเข้ามาถึงเขตแดนชั้นในของแนวป่า ความเงียบงันประหลาดก็เข้าปกคลุม
ไม่มีเสียงปะทะของคมดาบ ไม่มีเสียงคำรามของการสู้รบ มีเพียงสายลมวูบหนึ่งที่พัดพาละอองสีขาวนวลจางๆ ดั่งหมอกยามเช้าลอยล่องผ่านหมู่ไม้ ละอองพิษเหล่านั้นบางเบาจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มันกลับซึมซาบเข้าสู่ลมหายใจของทั้งคนและม้าอย่างแนบเนียน
ชั่วพริบตาเดียว...
เสียงโห่ร้องกึกก้องเมื่อครู่ก็พลันเงียบเสียงลงอย่างฉับพลัน อาชาสีหมอกตัวยักษ์ที่องค์ชายสามประทับอยู่ จู่ๆ ก็ทรุดฮวบลงกับพื้น ขาคู่หน้าอ่อนแรง ดวงตาเบิกโพ้าง Edged ด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำ ก่อนที่มันจะขาดใจตายในทันทีโดยยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องโหยหวน
ทหารกบฏนับพันคนที่วิ่งตามมาด้านหลังต่างสำลักเสียงร้องของตนเอง พวกเขาพากันกุมลำคอ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามขมับและลำคออย่างน่ากลัว บางคนล้มฟุกลงกับพื้น ดิ้นทุรนทุรายราวกับถูกไฟแผดเผาจากภายใน อาวุธในมือร่วงหล่นลงพื้นกระทบกันดังเกรียวกราว
ภาพที่ปรากฏเบื้องล่างคือมหันตภัยอันเงียบงัน กองทัพกบฏที่เกรียงไกรนับหมื่นนายกำลังล้มตายลงทีละคน สลายซากดั่งใบไม้ร่วงหล่นโดยที่ยังไม่ทันได้เห็นเงาของศัตรูด้วยซ้ำ!
บนหอคอยบัญชาการ หลี่มู่เหยายืนมองภาพความพินาศย่อยยับนั้นด้วยแววตาที่สงบนิ่งดั่งบึงน้ำโบราณ นางยกถอดถอนหายใจยาวเบาๆ ราวกับกำลังชมการแสดงงิ้วชุดหนึ่งที่ใกล้จะอวสาน
เฟยหรงอ๋องทอดพระเนตรเหตุการณ์เบื้องล่างสลับกับใบหน้างดงามของสตรีข้างกาย ความรู้สึกหวาดหวั่นระคนทึ่งฉายชัดขึ้นในพระเนตรคมกราด พระองค์ไม่เคยสงสัยในความสามารถของนาง แต่นี่คือความตายที่ไร้ความปรานี ไร้คราบเลือดสาดกระเซ็น แต่น่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด
"เจ้า... ทำให้กองทัพนับหมื่นพินาศได้ภายในก้านธูปเดียวโดยไม่ต้องใช้ทหารแม้แต่คนเดียว มู่เหยา... บางครั้งข้าก็เกรงว่าเจ้าจะมิใช่สตรีมนุษย์เดินดิน หากแต่เป็นเทพเซียนผู้ลงทัณฑ์จากแดนไกล"
พระองค์ตรัสพร้อมกับเอื้อมพระหัตถ์หนามาโอบกอดเอวบางไว้หลวมๆ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากร่างของนางที่ตัดกับความหนาวเหน็บของกลยุทธ์เมื่อครู่
หลี่มู่เหยาไม่หลบเลี่ยง นางเพียงเอียงศีรษะซบลงบนลาดพระอンスอันแข็งแกร่งของพระองค์ แววตาคู่คมทอดมองไปยังร่างขององค์ชายสามที่กำลังคลานหนีอย่างทุรนทุรายอยู่ท่ามกลางซากศพของเหล่าทหารหาญเบื้องล่าง
"มนุษย์หรือเทพเซียน... หม่อมฉันก็เป็นเพียงสตรีคนหนึ่งที่เคยถูกเหยียบย่ำจนจมดินเพคะท่านอ๋อง" นางเอמהเสียงกระซิบแผ่วเบาข้างพระหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอ "ความแค้นในชาติภพก่อน... ชาตินี้ หม่อมฉันขอทวงคืนมันด้วยพิษร้ายเหล่านี้จนกว่าจะหมดสิ้น"
เฟยหรงอ๋องกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น พระโอษฐ์หยักแย้มสรวลเหี้ยมเกรียม พระองค์ก้มลงกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและหนักแน่นดั่งคำสัตย์ปฏิญาณ
"หากพิษของเจ้ายังไม่พอจะล้างบางพวกมันจนหมดสิ้น... คมดาบในมือข้า พร้อมจะตัดศีรษะพวกมันมาวางแทบเท้าเจ้าเป็นเครื่องสังเวยเสมอ"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศแห่งชัยชนะกำลังแผ่ซ่านปกคลุมทั่วค่ายหลวง และร่างขององค์ชายสามกำลังจะสิ้นเรี่ยวแรงหนีตายพ้นเขตแนวป่า จู่ๆ ท้องฟ้าเหนือค่ายกบฏก็สว่างวาบขึ้นด้วยพลุสัญญาณเพลิงสีแดงฉานสามนัดติดกัน!
พร้อมกันนั้น เสียงเกือกม้าสะท้านปฐพีอันหนักหน่วงนับแสนชีวิตก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากทางทิศเหนือ ทิศทางที่ควรจะเป็นกองหนุนของฝ่ายราชสำนัก... แต่ธงทิวที่โบกสะบัดฝ่าความมืดมานั้น กลับมิใช่ธงมังกรของฮ่องเต้ หรือธงพยัคฆ์ของเฟยหรงอ๋อง
แต่มันคือ... ธงอักษรตระกูลหลี่! ตระกูลเดิมของนางที่ควรจะล่มสลายไปตั้งแต่สามปีก่อน!
หลี่มู่เหยาชะงักกึก ร่างระหงแข็งทื่อในอ้อมกอดของท่านอ๋อง แววตาคู่คมที่เคยเยือกเย็นและมั่นใจมาตลอด กลับเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ย้อนเวลากลับมา!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ สัมผัสความหนาวเหน็บแห่งอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ น้อมรับทุกกำลังใจเสมอค่ะ
หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม•ตอนที่ 36
อาวุธสุดท้าย
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!