เอกสารทัณฑ์บนแผ่นหนาตบลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดังสนั่น จนฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องลอดผ่านกระจกสีสเตนลาสสะท้อนระยิบระยับราวกับละอองดาวร่วงหล่นลงมาปะทะกับปกกระดาษสีน้ำตาลเข้ม
"นี่คือบทลงโทษสำหรับความเสียหายของลานประลองเวtธาตุไฟเมื่อวานนี้ เจ้าหนومองโลกในแง่ดี... เซน"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันระลอกคลื่นพลังเวทระดับสูงดังขึ้นจากรองศาสตราจารย์ไบรท์ หัวหน้าฝ่ายวินัยผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี๊ยบและไร้ความปรานี เซนกะพริบตาปริบๆ มองแผ่นกระดาษที่มีตัวหนังสือยึกยือยาวเหยียด ก่อนจะแย้มยิ้มบางๆ ออกมาตามนิสัยประจำตัวที่มักมองโลกในแง่บวกเสมอ แม้ว่าสถานการณ์รอบตัวจะกำลังวิกฤตเพียงใดก็ตาม
"เอ่อ... คือว่ามันเป็นอุบัติเหตุทางเทคนิคของวงจรเวทธาตุแสงที่ผมพยายามปรับสมดุลน่ะครับ... อ่า, ค่ะ! หมายถึง... ผมเข้าใจแล้วค่ะท่านอาจารย์" เซนเกือบเผลอหลุดปากพูดคำคุ้นชินออกมา แต่ก็รีบดึงสติกลับมาแก้ไขคำลงท้ายแทบไม่ทันเมื่อนึกถึงกฎระเบียบของหอคอยเวทมนตร์แห่งนี้ที่ค่อนข้างเคร่งครัดเรื่องมารยาทเฉพาะตัว
"ไม่ต้องแก้ตัว!" ไบรท์โบกมือตัดบท ใบหน้าเคร่งเครียดขมวดมุ่น "โทษฐานที่เธอทำให้สนามฝึกซ้อมเสียหายเป็นมูลค่าสามร้อยเหรียญทอง และยังแสดงพลังเวทแปลกประหลาดที่ไม่อาจจำแนกประเภทได้ออกมากลางที่สาธารณะ คณะกรรมการวินัยมีคำสั่งให้เธอไปบำเพ็ญประโยชน์ ทำความสะอาดและจัดเรียงหนังสือโบราณที่ **'หอสมุดศิลาที่ไม่มีใครเหลียวแล'** เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ห้ามใช้เวทมนตร์ทุ่นแรงใดๆ ทั้งสิ้น ใช้ได้แค่แรงงานคนและตะเกียงน้ำมันเท่านั้น!"
คำว่า *หอสมุดศิลาที่ไม่มีใครเหลียวแล* ทำให้เซนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ในตำราประวัติศาสตร์เวทมนตร์ปีที่หนึ่งระบุไว้ชัดเจนว่า หอสมุดศิลาตั้งอยู่ ณ ปีกตะวันตกเฉียงใต้สุดของอาณาเขตโรงเรียน เป็นสิ่งปลูกสร้างยุคโบราณที่ถูกทิ้งร้างมานานนับร้อยปี เนื่องจากระบบเวทป้องกันรอบอาคารเกิดความแปรปรวน หนังสือทุกเล่มในนั้นถูกผนึกด้วยเขตอาคมหนาแน่นจนไม่มีอาจารย์หรือนักเรียนคนใดกล้าเฉียดเข้าไปใกล้ เพราะเกรงกลัวคำสาปแห่งความเงียบงันที่จะดูดกลืนพลังเวทของผู้ที่ลุกล้ำเข้าไปจนหมดสิ้น
แต่สำหรับเซนแล้ว... นี่ไม่ใช่การลงโทษ แต่มันคือโอกาสอันน่าตื่นเต้นต่างหาก
"รับทราบค่ะอาจารย์ ผม... เอ๊ย ดิฉัน... ฉันจะไปปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ค่ะ!" เซนโค้งศีรษะรับคำสั่งด้วยรอยยิ้มสดใสจนไบรท์ถึงกับส่ายหัวด้วยความระอาใจในความไม่รู้ร้อนรู้หนาวของเด็กหนุ่มคนนี้ ก่อนจะโบกมือไล่ให้เด็กหนุ่มออกไปจากห้องทำงานทันที
...
ยามเย็นเยื้องเข้าสู่พลบค่ำ บรรยากาศรอบปีกตะวันตกเฉียงใต้ของโรงเรียนเวทมนตร์เงียบสงัดจนน่าประหลาด สายลมเย็นยะเยือกพัดพาเอา กลิ่นอายของฝุ่นดินและกระดาษเก่าคร่ำคร่าลอยมาแตะจมูก เซนก้าวเดินไปตามทางเดินหินแกรนิตที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์สีเขียวเข้ม ในมือถือตะเกียงทองเหลืองดวงเล็กที่ส่งแสงสีส้มอุ่นลอดผ่านกระจกใส
เบื้องหน้าของเขาคืออาคารหินแร่สีเทาเข้มขนาดมหึมา สถาปัตยกรรมสไตล์โกธิกโบราณที่ดูราวกับหลุดออกมาจากนิทานปรัมปรา บานประตูไม้โอ๊กหนาหนักถูกแง้มไว้เพียงเล็กน้อย ราวกับกำลังรอคอยการมาเยือนของผู้บุกรุก
เซนสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะผลักบานประตูเข้าไป
*เอี๊ยด...*
เสียงบานประตูไม้เก่าแก่ส่งเสียงคร่ำครวญก้องกังวานไปทั่วโถงทางเดินมืดมิด กลิ่นอายโบราณที่อัดแน่นด้วยอนุภาคมานานนับศตวรรษพรั่งพรูออกมาปะทะใบหน้า ทันทีที่ก้าวเท้าข้ามธรณีประตู เซนก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงบนไหล่ราวกับมีภูเขาทั้งลูกมาแบกไว้ แต่น่าแปลกที่พลังเวทธาตุแสงสีครามภายในร่างกายของเขากลับตอบสนองต่อแรงกดดันนั้น มันเต้นตุบๆ สอดรับกับคลื่นพลังงานลึกลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชั้นหนังสือสูงตระหง่าน
"มีใครอยู่ไหมคะ?" เซนส่งเสียงถามออกไปเบื้องความมืด ความก้องกังวานสะท้อนกลับมาเป็นระลอก
ภายในโถงหลักของหอสมุดศิลานั้นกว้างใหญ่ไพศาล ชั้นหนังสือสูงจรดเพดานโค้งมนเรียงรายเป็นแถวยาวเหยียด แสงจากตะเกียงในมือส่องกระทบเข้ากับสันหนังสือหนังแท้สีดำสนิทนับหมื่นเล่มที่ไร้ซึ่งชื่อเรื่อง มีเพียงอักษร runes โบราณสลักไว้บนสันหนังสือที่เปล่งแสงเรืองรองจางๆ
"เด็กปีหนึ่ง... กล้าดียังไงถึงเดินเข้ามาในเขตกักกันระดับสิบโดยไม่มีใบอนุญาตจากสภาเวทมนตร์"
น้ำเสียงเยือกเย็นและราบเรียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณระเบียงชั้นสอง เซนสะดุ้งสุดตัว รีบยกตะเกียงขึ้นส่องไปยังทิศทางของต้นเสียงทันที
แสงสีส้มสาดส่องกระทบเข้ากับร่างเพรียวบางในชุดคลุมยาวสีครามเข้มขลิบเงิน เส้นผมสีเงินยวงยาวสลวยคลอเคลียกับไหล่บาง ดวงตาสีอัมพันคมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องมองลงมาด้วยแววตานิ่งงันที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังและดุดันในคราวเดียวกัน
เธอกำลังถือปากกาขนนกเวทมนตร์ในมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างถือม้วนกระดาษหนังแกะโบราณ
เซนเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจดจำใบหน้านั้นได้จากทำเนียบอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิของสถาบัน... **อาจารย์ลินดา** อาจารย์ประจำหอสมุดผู้ปลีกวิเวกและไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนมานานหลายปี จนนักเรียนหลายคนคิดว่าเธอเป็นเพียงตำนานเล่าขาน
"สวัสดีค่ะอาจารย์ลินดา พอดีฉันได้รับมอบหมายจากฝ่ายวินัยให้มาทำความสะอาด..." เซนเอ่ยแนะนำตัวด้วยน้ำสุภาพ พร้อมรอยยิ้มเป็นมิตรตามเคย
ลินดาหรี่ตามองเด็กหนุ่มเบื้องล่างอย่างพินิจพิเคราะห์ สายตาของเبيจารย์สาวกวาดผ่านร่างของเซนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับกำลังสแกนโครงสร้างพลังเวทภายในร่างกายของเขา ทันใดนั้นเอง คิ้วเรียวสวยก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ
"เด็กปีหนึ่ง... ที่มีออร่าเวทธาตุแสงสีครามบริสุทธิ์ไร้สังกัด?" ลินดาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน เธอก้าวเท้าเดินลงมาจากบันไดวนด้วยก้าวเดินที่เงียบเชียบราวก้าวอยู่บนปุยเมฆ "แปลกเสียจริง... พลังแบบนั้นไม่ควรหลงเหลืออยู่ในยุคสมัยนี้แล้วนี่นา"
"เอ่อ... อาจารย์หมายถึงอะไรหรือคะ?" เซนเอียงคอถามด้วยความสงสัย
ลินดาหยุดยืนห่างจากเซนเพียงแค่เอื้อมมือ ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้เซนได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกลาเวนเดอร์ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าลอยมาแตะจมูก อาจารย์สาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่มราวกับต้องการค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มนั้น
"เจ้าหนู..." ลินดากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลง "ที่นี่ไม่ใช่สถานที่สำหรับเด็กฝึกหัดมาเล่นสนุก หนังสือทุกเล่มในหอสมุดนี้มีชีวิต และพวกมันกำลังกระหายพลังเวทของเจ้า..."
สิ้นคำพูดของลินดา แสงไฟจากตะเกียงในมือของเซนก็พลันหรี่วูบลงจนเกือบดับสนิท
*ครกด... ครกด...*
เสียงประหลาดดังขึ้นจากความมืดมิดของชั้นหนังสือแถวในสุด ราวกับมีวัตถุกำลังขยับเขยื้อน หนังสือเล่มหนาเตอะนับร้อยเล่มเริ่มสั่นสะเทือน หลุดร่วงลงมาจากชั้นวางด้วยแรงสั่นสะเทือนปริศนา และที่น่าตกใจที่สุดคือ สันหนังสือสีดำสนิทเหล่านั้นกำลังลืมตาขึ้น—ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่จ้องมองตรงมาที่เซนและลินดาด้วยความกระหาย!
เซนก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แต่ลินดากลับคว้าข้อมือของเขาไว้ด้วยมือเรียวที่เย็นเฉียบ
"อย่าขยับ!" ลินดาสั่งเสียงเฉียบขาด พร้อมกับยกมือขึ้นวาดวงเวทสีครามประกายเงินกลางอากาศ "ดูเหมือนว่าการมาเยือนของเธอ จะปลุก 'บางสิ่ง' ที่หลับใหลอยู่ใต้รากฐานของหอสมุดแห่งนี้ให้ตื่นขึ้นเร็วกว่ากำหนดเสียแล้ว..."
ในวินาทีที่วงเวทป้องกันของลินดากระทบเข้ากับคลื่นพลังมืดจากหนังสือโบราณ หน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าใสที่ไม่มีใครมองเห็นนอกจากเซน ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัวของเด็กหนุ่ม
**[แจ้งเตือนระบบพิเศษ: ค้นพบดันเจี้ยนลับระดับ SSS - 'คลังอักษรต้องห้ามแห่งปฐพี']**
**[เงื่อนไขการปลดล็อก: เผชิญหน้ากับผู้พิทักษ์แห่งความมืดร่วมกับอาจารย์ลินดา]**
**[คำเตือน: ความเสียหายของจิตวิญญาณจะส่งผลถาวร โปรดเตรียมพร้อมรับมือ!]**
ดวงตาของเซนเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นข้อความตรงหน้า ขณะที่ลินดาหันมามองเขาด้วยแววตาตกตะลึงเมื่อเห็นละอองแสงเวทแปลกประหลาดพวยพุ่งออกจากตัวเด็กหนุ่มทะลักทลายออกมาปกคลุมทั่วห้องสมุด
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเปิดอ่านเวทมนตร์สีครามบทนี้นะคะ!
เวทมนตร์สีครามกับผู้กุมความลับแห่งหอสมุดศิลา•ตอนที่ 2
หอสมุดศิลาที่ไม่มีใครเหลียวแล
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้กุมความลับแห่งหอสมุดศิลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
