เวทมนตร์สีครามกับผู้กุมความลับแห่งหอสมุดศิลา•ตอนที่ 1

เด็กชายไร้ธาตุกับคัดเลือกห้องเรียน

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
"ถ้าผลึกตรวจวัดแสงสีขาวนั่นแตกสลายลงเมื่อไหร่ ชื่อของเธอจะถูกปัดตกจากทะเบียนนักเรียนทันที... จำคำของฉันเอาไว้ให้ดีนะ เด็กน้อย" น้ำเสียงราบเรียบที่เจือกระแสเตือน ดังลอดผ่านหน้ากากเงินซีกขวาของกรรมการคุมสอบระดับสูง ทำให้บรรยากาศรอบลานพิธีวงแหวนอัคนีอโณทัยยิ่งกดดันจนแทบหายใจไม่ออก สายตาหลายร้อยคู่จากเหล่าคุณหนูตระกูลเวทมนตร์ชื่อดังต่างพุ่งตรงมายังจุดศูนย์กลาง ราวกับกำลังรอชมการประหารชีวิตกลางลานประลอง เซน เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มือเรียวที่ซ่อนอยู่ใต้ชายเสื้อคลุมสีเทาเนื้อหยาบกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บแปลบช่วยเรียกสติให้เขากลับมาสู่ความเป็นจริง ในโลกที่เวทมนตร์คือบรรทัดฐานของทุกสิ่ง ความไร้เสถียรภาพของพลังในร่างเขาไม่ใช่แค่ความผิดปกติ แต่มันคือ ‘ความผิดบาป’ ที่ไม่มีใครให้อภัย บนแท่นหินสีนิลเบื้องหน้า ผลึกแก้วเวทมนตร์ขนาดใหญ่กำลังส่งเสียงครางต่ำ มันสั่นระริกด้วยความถี่ที่น่ากลัว แสงสีฟ้าครามเข้มข้นที่ควรจะส่องประกายสม่ำเสมอ กลับกระพริบไหวราวกับดวงไฟใกล้หมดน้ำมัน ทุกครั้งที่แสงวูบดับ อุณหภูมิรอบตัวก็ลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เกาะตามขอบฐานรองรับ "แปลกมาก..." เสียงพึมพำดังขึ้นจากกลุ่มกรรมการอาวุโส "พลังธาตุแสงบริสุทธิ์... แต่ทำไมแก่นพลังถึงปฏิเสธการเชื่อมต่อกับวงแหวนคัดห้อง? หรือว่าเด็กคนนี้จะเป็นพวก 'เวทไร้ราก' ที่ตำนานโบราณเคยบันทึกไว้?" เซนเงยหน้าขึ้นสบตากับกรรมการคุมสอบ นัยน์ตาสีดำสนิทของเขาไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวอย่างที่อีกฝ่ายคาดหวัง ตรงกันข้าม มันมีความสงบนิ่ง ประกายความฉลาดเฉลียว และสัญชาตญาณเอาตัวรอดที่ถูกขัดเกลามาจากการดิ้นรนอยู่ในเขตสลัมเวทมนตร์มายาวนาน "ผมไม่ได้ไร้รากครับ... อ๊ะ!" เซนรีบเปลี่ยนสรรพนามในใจแทบไม่ทันเมื่อเผลอเกือบหลุดปากคำพูดคุ้นชิน เขาแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างรวดเร็วด้วยการคลี่ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "เรียนท่านกรรมการผู้ทรงเกียรติ ค่าพลังที่เหวี่ยงขึ้นลงไม่ได้หมายความว่าระบบประเมินพังพินาศหรอกนะคะ แต่มันกำลังบอกว่า... วงแหวนของท่านแคบเกินกว่าจะรองรับขนาดของมันต่างหาก" สิ้นคำพูดนั้น เสียงฮือฮาก็ระเบิดขึ้นทันทีในหมู่นักเรียนผู้เข้าสอบ "Eww เจ้าบ้านนอกนี่เสียสติไปแล้วหรือไง กล้าดีอย่างไรถึงไปโทษว่าอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับโบราณของสถาบันมีปัญหา?" เสียงแหลมเล็กของเด็กสาวตระกูลขุนนางดังแว่วมาจากแถวหน้า เธอใช้พัดขนนกปิดปากหัวเราะเยาะ "ก็นะ... คนที่มาจากเขตสลัมย่อมไม่รู้จักความแตกต่างระหว่างความอวดดีกับความไร้สมรรถภาพ" เซนไม่ได้หันไปโต้ตอบ เขาเพียงแต่ปรายตาไปยังผลึกแก้วที่ตอนนี้เริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ แตกแขนงออกเป็นใยแมงมุม ความร้อนระอุผสมกับความเย็นเยือกกำลังตีรวนอยู่ในกระแสเลือดของเขา หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความทรงจำเมื่อคืนก่อนแวบเข้ามาในหัว ภาพของหอสมุดศิลาโบราณ ชั้นใต้ดินชั้นที่เจ็ด ที่ซึ่งเขาบังเอิญไปเปิดอ่านบันทึกต้องห้าม... และเสียงกระซิบอันแผ่วเบาของใครบางคน *‘เวทมนตร์แสงไม่ใช่การครอบครอง... แต่คือการยอมจำนนต่อความว่างเปล่า’* อาจารย์ลินดา... ผู้หญิงคนนั้นเคยบอกเขาไว้ก่อนที่เธอจะหายตัวเข้าไปในเงาดำของชั้นหนังสือ ลินดาไม่เคยอธิบายให้ชัดเจน เธอเพียงแต่ยื่นตำราปกหนังสีดำเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งให้ พร้อมกับรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก *“ถ้าเธออยากรอดจากการคัดเลือกในวันนี้ เซน... จงจำไว้ว่าอย่าฝืนควบคุมมัน แต่จงปล่อยให้มันไหลผ่านกระดูกทุกท่อน”* เซนสูดหายใจเข้าลึก 3 วินาที กลั้นไว้ 2 วินาที แล้วผ่อนออกอย่างช้าๆ ตามหลักการควบคุมการหายใจที่ลินดาเคยเคี่ยวเข็ญ เขาหลับตาลง ตัดสินใจเลิกฝืนต้านทานกระแสพลังงานประหลาดที่พยายามจะฉีกร่างตัวเองเป็นชิ้นๆ แทนที่จะพยายามอัดพลังแสงสีครามให้ไหลไปตามท่อเวทมนตร์มาตรฐานของสถาบัน เขากลับเปิดประตูทุกบานในจิตวิญญาณออก ปล่อยให้มันระเบิดออกมาอย่างไร้ทิศทาง! *เปรี๊ยะ!* รอยร้าวบนผลึกแก้วขยายตัวกว้างขึ้น เสียงคำรามต่ำราวกับสัตว์ป่าดังสะท้อนไปทั่วห้องโถงหินอ่อน เหล่ากรรมการต่างผุดลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย พลังงานออร่าสีครามสว่างวาบจนกลEบแสงอาทิตย์ยามบ่าย ทัศนียภาพรอบตัวถูกย้อมด้วยเฉดสีแห่งรัตติกาลและแสงจันทร์ในเวลาเดียวกัน นี่ไม่ใช่เวทมนตร์แสงธรรมดา... และมันไม่ใช่เวทมนตร์ความมืด มันคือการผสมผสานอันตรายที่สถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ไม่เคยบันทึกไว้ในหลักสูตร 300 ปี! "หยุดเขานะ! ผลึกกำลังจะระเบิด!" กรรมการผู้คุมสอบตะโกนลั่น ประสานมือสร้างบาตรป้องกันเวทระดับสี่ขึ้นมาทันที ทว่า... ก่อนที่สถานการณ์จะหลุด ุการควบคุม ร่างของใครบางคนก็ก้าวออกมาจากเงาเสาหินด้านหลังเวทีอย่างเงียบเชียบ กลิ่นอายหอมจางๆ ของดอกลาเวนเดอร์และหมอกยามเช้าโชยแตะจมูกเซน แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดสีดำสนิท แต่เซนจำน้ำเสียงราบเรียบที่ทรงพลังนั้นได้แม่นยำ "พอแค่นี้เถอะค่ะ... ท่านกรรมการ" ลินดาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเซน มือเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังสีขาวแตะลงบนบ่าของเด็กหนุ่มเบาๆ เพียงแค่สัมผัสเดียว กระแสพลังที่ปั่นป่วนจนน่ากลัวเมื่อครู่ก็พลันสงบลงราวกับถูกมนต์สะกด ผลึกแก้วที่เกือบจะแตกละเอียดหยุดนิ่ง กลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างน่าอัศจรรย์ กรรมการอาวุโสหน้าถอดสี รีบโค้งคำนับให้อาจารย์สาวทันที "ท่าน... ท่านอาจารย์ลินดา เหตุใดท่านจึงมาร่วมการคัดเลือกภาคปฏิบัติของเด็กปีหนึ่งด้วยตนเองล่ะครับ?" ลินดาไม่ตอบคำถามนั้น เธอยังคงมองตรงไปที่ผลึกแก้วที่ตอนนี้ปรากฏตัวเลขการประเมินสีทองอร่ามเรืองรองขึ้นมา แทนที่จะเป็นสีแดงเตือนภัยแบบเมื่อครู่ ตัวเลขที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์การก่อตั้งโรงเรียน เซนลืมตาขึ้นมองผลลัพธ์ตรงหน้า หัวใจเต้นแรงด้วยความระทึก เมื่อตัวอักษรภาษาโบราณค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละตัวบนอากาศธาตุ เหนือศีรษะของเขา [ผลการประเมิน: นักเรียนเซน] [ระดับชั้น: กลุ่มเสี่ยงพิเศษ (ความเข้ากันได้ของธาตุ = เกินขีดจำกัด / ไม่สามารถประเมินได้)] [สถานะพิเศษ: ปลดล็อกห้องเรียนลับ - หอสมุดศิลาชั้นที่ศูนย์] ยังไม่ทันที่เซนจะได้เอ่ยปากถามอะไร เสียงแจ้งเตือนใสๆ แต่เย็นเยียบราวกับเสียงกระซิบจากห้วงลึก ก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเขาโดยตรง—ไม่ใช่เสียงจากภายนอก แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากส่วนลึกที่สุดของจิตวิญญาณ [ติ๊ง! ตรวจพบผู้ถือครอง 'กุญแจแห่งพันธสัญญาโบราณ' คนแรกในรอบห้าร้อยปี] [ภารกิจลับระดับ SSS: 'รอดชีวิตจากการตามล่าในค่ำคืนนี้' เริ่มต้นขึ้นแล้ว...] ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเวทมนตร์สีครามบทนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับผู้กุมความลับแห่งหอสมุดศิลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%