กลิ่นอายของกำยานจันทน์หอมราคาแพงระยับลอยวนอวลอยู่เบื้องพระพักตร์ ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ที่โชยมาจากปลายพระขนงขมวดมุ่นของโอรสสวรรค์ได้เลย พระเนตรคมกริบดั่งพญามังกรกวาดมองแผ่นกระดาษสาโบราณบนโต๊ะทรงอักษร ซ้ำแล้วซ้ำเล่า รายชื่อขุนนางฝ่ายมณฑลบูรพาที่ถูกถอดถอนและแต่งตั้งใหม่ล้วนมีลายมือหวัดแกมบรรจงอันเป็นเอกลักษณ์ของคนผู้เดียว... คนที่พระองค์ทรงไว้ใจและมอบอำนาจให้อยู่เหนือผู้ใดในยามที่บ้านเมืองสั่นคลอน
"อ๋องเจ็ด... เจ้าช่างมือเติบและกว้างขวางเสียจริงนะ"
พระสุรเสียงแผ่วเบาที่เอื้อایออกมานั้น ไร้ซึ่งความกริ้วโกรธแบบเกรี้ยวกราด ทว่ากลับเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดู หลี่จื่อเหยา (อ๋องเจ็ด) คุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์อย่างสง่างาม อาภรณ์ปักดิ้นทองรูปพكالมังกรห้าเล็บทอดตัวแนบพื้นศิลาเย็นเฉียบ ใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลักนิ่งสงบดั่งศิลาพันปี ไม่มีแม้แต่รอยระทึกไหวติงในดวงตาคู่นั้น แม้ว่าทุกพยางค์ที่ฮ่องเต้ตรัสจะหมายถึงศาลเตี้ยและข้อหากบฏกลายๆ ก็ตาม
"กระหม่อมเพียงจัดการขยะที่หมักหมมในราชสำนักแทนพระองค์ เพื่อมิให้ฝุ่นผงเหล่านี้ปลิวไปรบกวนเบื้องพระยุคลบาทพ่ะย่ะค่ะ" หลี่จื่อเหยาตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และราบเรียบ ไร้ความหวาดกลัว
ฮ่องเต้ทรงแย้มพระสรุป แต่รอยยิ้มนั้นกลับไร้ซึ่งความอบอุ่น ทรงลุกขึ้นจากแท่นบรรทมพระราชอาสน์ ก้าวพระบาทช้าๆ เข้ามาใกล้บุรุษผู้เป็นทั้งน้องชายร่วมสายโลหิตและเงาพญามังกรที่กำลังแผ่ขยายอาณาเขตจนน่ากลัว ปลายฉลองพระบาทหยุดลงตรงหน้าเงาร่างของอ๋องเจ็ด พระหัตถ์เรียวยาวเอื้อมไปหยิบแผ่นป้ายหยกประจำตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์บูรพาขึ้นมาพลิกดู
"จัดการขยะ... หรือว่าเจ้ากำลังกวาดต้อนไพร่พลและขุนนางให้มาสวามิภักดิ์ต่อ 'เจ้า' กันแน่, จื่อเหยา?" ฮ่องเต้ตรัสถามเสียงต่ำ โน้มพระองค์ลงมาเล็กน้อย สายพระเนตรจับจ้องลึกลงไปในดวงตาของอนุชา เพื่อค้นหาพิรุธแม้เพียงนิด ทว่าสิ่งที่สะท้อนกลับมาในนัยน์ตาของหลี่จื่อเหยามีเพียงความว่างเปล่าและความจงรักภักดีที่ด้านชา ราวกับชีวิตนี้เขามิได้หลงเหลือความทะเยอทะยานใดๆ อีกแล้ว นอกจากทำตามหน้าที่
ในขณะเดียวกัน ณ เรือนรับรองฝ่ายในอันเงียบสงบ จินเฟยหลันกำลังยืนอยู่หน้าฉากกั้นผ้าไหมปักลายป3กษาพากเพียร ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดขอบด้วยด้ายสีเงินยวดยวน นางกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนพื้นผิวถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามที่เย็นชืด ประสาทสัมผัสพิเศษของนางกำลังกรีดร้องเตือนภัย—ไอวิญญาณสีเทาหม่นและกลิ่นอายความตายลอยวนเวียนอยู่รอบวังหลวงหนาแน่นยิ่งกว่าครั้งใดๆ
'ฮ่องเต้เริ่มระแวงแล้ว... หมากตานี้ท่านอ๋องเดินเร็วกเกินไป หรือมีผู้ใดจงใจสุมไฟกันแน่'
เฟยหลันพึมพำกับความว่างเปล่า นางสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางเบาจากกำไลหยกโบราณที่ข้อมือ มันคือสัญญาณเตือนว่าพลังงานรอบตัวหลี่จื่อเหยากกำลังตกอยู่ในรัศมีอันตราย ขุนนางกังฉินที่ถูกถอนรากถอนโคนไปย่อมไม่ยอมตายตาหลับ พวกมันคงใช้ลมปากเป่าหูโอรสสวรรค์ให้หวาดระแวงว่า 'อำนาจของอ๋องเจ็ดกำลังล้นฟ้า'
ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยร่างขององครักษ์เงาที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบ ใบหน้าเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ
"คุณหนูจิน... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ฝ่าบาททรงมีรับสั่งเรียกตัวท่านอ๋องเข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัว ณ ตำหนักลับไร้เงา และ... และมีราชโองการลับอีกฉบับถูกส่งไปยังกองทัพพิทักษ์นครหลวงแล้ว!"
เฟยหลันหันขวับ ดวงตากลมโตฉายแววเย็นเยียบราวน้ำแข็ง นางตระหนักได้ทันทีว่าเกมการเมืองครั้งนี้มิใช่แค่การลองเชิง แต่เป็นการ 'บีบให้จนมุม' หากหลี่จื่อเหยาตอบไม่ดีแม้แต่คำเดียว ราชบัลลังก์หรือความตายอาจเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในค่ำคืนนี้
กลับมาที่ตำหนักลับไร้เงา แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดไหววูบตามสายลมราตรีที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างแกะสลัก ฮ่องเต้ประทับนั่งบนเก้าอี้พนักสูง เบื้องหน้ามีจอกสุราชั้นดีวางอยู่สองจอก กลิ่นหอมหวานของสุราชนิดนี้ชวนให้มึนเมา แต่นักพอยาพิษอย่างหลี่จื่อเหย้าย่อมรู้ทันทีว่ากลิ่นหอมนั้นเจือด้วยผงสลายกระดูกหิมะพันปี
"ดื่มจอกนี้เสียสิ, จื่อเหยา" ฮ่องเต้ตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับพี่ชายผู้เอ็นดูน้องชาย "เจ้าเหน็ดเหนื่อยกับการศึกและการบริหารบ้านเมืองมามาก ดื่มสุราจอกนี้แล้ว เจ้าจะได้ไปพักผ่อนอย่างแท้จริง... ในสุสานหลวงที่บรรพบุรุษเตรียมไว้ให้"
หลี่จื่อเหยาเงยหน้าขึ้นสบพระพักตร์ผู้เป็นพี่ชาย นัยน์ตาคมกริบไหวระริกเล็กน้อย ไม่มีความตกใจ มีเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เยือกเย็นและดุดันยิ่งกว่ายามถือดาบอาญาสิทธิ์
มือหนายื่นออกไปมั่นคงราวกับเหล็กกล้า ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนก้านจอกสุราที่ส่งกลิ่นมรณะคุกรุ่นอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย ขณะที่พระเนตรของฮ่องเต้หรี่แคบลงด้วยความระแวงระวังขั้นสุด ปลายพู่กันในอีกมุมหนึ่งของห้องกำลังสะท้อนเงาคมกริบของทหารองครักษ์นับร้อยที่ปิดล้อมตำหนักไว้รอบด้าน
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคลื่นลมแห่งอำนาจนี้มาด้วยกันนะครับ
ศาลาริมน้ำโบราณ
เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง•ตอนที่ 36
รอยเลือดบนบัลลังก์
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนสยองซ่อนรัก: สุสานดอกไม้กลางวังหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!