เสียงกระแทกของแก้วคริสตัลราคาแพงกระทบลงบนพื้นโต๊ะหินอ่อนในห้องประชุมใหญ่ของตระกูลวรโชติ ดังสนั่นจนผู้บริหารระดับสูงหลายคนสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าของประธานกรรมการอาวุโสเวลานี้เขียวคล้ำสลับม่วงด้วยความโกรธจัด ขณะที่ตัวเลขบนหน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่กำลังดิ่งเหวลงอย่างน่าใจหาย ราวกับดิ่งพสุธาที่ไม่มีวันกางร่มชูชีพ
"มันเกิดอะไรขึ้น! ใครช่วยอธิบายให้ฉันฟังทีว่าทำไมหุ้นของบริษัทเราถึงร่วงติดฟลอร์ติดต่อกันเป็นวันที่สาม!"
เสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดดังขึ้น พร้อมกับสายตานับสิบที่มองเลิกลั่กไปยังทิศทางของทีมวิเคราะห์การเงิน ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ความกดอากาศในห้องประชุมเวลานี้ต่ำเสียจนแทบจะหายใจไม่ออก ทุกคนต่างรู้ดีว่าความพินาศครั้งนี้ไม่ใช่ความผันผวนของตลาดหุ้นตามธรรมชาติ แต่มันคือ ‘การโจมตี’ ที่แม่นยำและเหี้ยมเกรียมจากมืออาชีพที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องเงา
ทว่า... ในมุมมืดของห้องประชุมนั้น ลินินกลับกำลังยกย่องมุมปากขึ้นอย่างช้าๆ รอยยิ้มที่ปรากฏบนเรียวปากสีแดงระเรื่อนั้นงดงามราวกับดอกไม้พิษที่กำลังผลิบาน ท่ามกลางซากปรักหักพัง เธอนั่งไขว่ห้างในชุดสูทเข้ารูปสีขาวบริสุทธิ์ ตัดกับบรรยากาศหม่นหมองรอบตัวอย่างสิ้นเชิง นิ้วเรียวสวยเคาะเบาๆ บนพื้นโต๊ะเป็นจังหวะเพลงwaltz ราวกับกำลังเพลิดเพลินกับบทเพลงซิมโฟนีแห่งความพินาศ
"คุณดูมีความสุขจอดื่มด่ำกับความหายนะนี้นะคะ คุณลินิน" เสียงทุ้มนุ่มลึกกระซิบแผ่วเบaอยู่ข้างหู พร้อมกับสัมผัสอุ่นๆ ของสูทเนื้อดีที่แนบชิด คีย์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมบุรุษจางๆ ผสมผสานกับความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่เธอก็ยังคงรักษารอยยิ้มเย่อหยิ่งไว้ได้เป็นอย่างดี
"มีความสุขสิคะ ทำไมจะไม่มีความสุขล่ะคะคุณคีย์" ลินินหันไปสบตาคมกริบของคู่คิดหนุ่ม แววตาสีเข้มของเธอเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับของชัยชนะ "ในเมื่อเงินหลายพันล้านที่พวกมันเคยใช้เหยียบย่ำฉัน... ตอนนี้กำลังไหลเข้ากระเป๋าฉันคืนทีละบาทสองบาทอย่างงดงาม"
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าเด็กสาวผู้ถูกขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไม่ใยดี จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือไพ่เหนือกว่าผ่านระบบปริศนาที่เธอได้รับมาหลังความตาย *'ระบบถอนทุนคืน'* ไม่ได้มีไว้แค่ให้เธอรอดชีวิต แต่มันคืออาวุธสังหารทางการเงินที่ไร้ร่องรอย ทุกคำสั่งซื้อขาย ทุกการเทขายชอร์ตเพื่อทุบราคาให้ดิ่งลงเหว ล้วนเป็นฝีมือของเธอที่ใช้กระสุนเงินสดระดับหมื่นล้านปั่นกระแสข่าวเชิงลบจนนักลงทุนรายย่อยตื่นตระหนกและเทขายตามอย่างบ้าคลั่ง
บริษัทที่เคยผูกขาดตลาดและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผู้อื่น กำลังล่มสลายลงด้วยน้ำมือของเหยื่อที่พวกมันเคยดูแคลน
"ท่านประธานครับ! มี... มีข่าวใหญ่ด่วนครับ!" เลขาหน้าตาตื่นวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องประชุม มือที่ถือแท็บเล็ตสั่นเทาจนแทบจะถือไม่อยู่ "บริษัทกองทุนต่างชาติปริศนา... พวกเขาเพิ่งกว้านซื้อหุ้นที่หลุดลอยในตลาดทั้งหมดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่ถึงสิบวินาทีครับ!"
สิ้นเสียงรายงาน ประธานกรรมการอาวุโสถึงกับหน้าถอดสีทรุดตัวลงนั่งพับเพียบกับเก้าอี้ ดวงตาเบิกโพงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "เป็นไปไม่ได้! กองทุนไหน... กองทุนไหนที่มีสภาพคล่องมหาศาลขนาดนั้นในชั่วพริบตา!"
ลินินค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง *กริ๊บ... กริ๊บ...* ดึงดูดสายตาทุกคู่ในห้องให้หันมามองเป็นตาเดียว ใบหน้าเรียวสวยเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาดุดั่งพญาหงส์กวาดมองผู้บริหารที่เคยเหยียดหยามเธอด้วยความสมเพชเวทนา
"ไม่ต้องเสียเวลาหากองทุนไหนหรอกค่ะท่านประธาน..." ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใส แต่กลับเยือกเย็นเสียจนกระดูกสันหลังของผู้ฟังต้องเยือกตาม "เพราะเจ้าของคนใหม่... ยืนอยู่ตรงนี้แล้วค่ะ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ทุกคนอ้าปากค้าง สมองของพวกเขาประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผู้หญิงคนนี้... คนที่พวกเขาเพิ่งจะขับไล่ออกไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ตอนนี้กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดและมีอำนาจชี้ชะตาความเป็นความตายของบริษัทตระกูลวรโชติแล้วอย่างนั้นหรือ?
"แก... แกทำแบบนี้ทำไม นังตัวดี!" หนึ่งในคณะกรรมการอาวุโสลุกขึ้นชี้หน้าด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "แกกล้าดียังไงมาทำลายบริษัทที่บรรพบุรุษเราสร้างมา!"
ลินินหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งแก้ว แต่กลับแฝงไปด้วยความคมกริบของใบมีด เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายแก่คนนั้นช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน
"ตอนที่พวกคุณยึดทุกอย่างไปจากฉัน... ฉันเคยอ้อนวอนพวกคุณไหมคะ?" แววตาของลินินแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาไร้ก้นบึ้ง "นี่มันแค่จุดเริ่มต้นของนรกที่คุณต้องชดใช้... จำน้ำตาทุกหยดที่แม่ของฉันต้องเสียให้ดีล่ะคะ เพราะหลังจากนี้... ฉันจะทำให้พวกคุณรู้ซึ้งถึงคำว่า 'หมดตัว' จนต้องไปกราบเท้าขอทานตามข้างถนน!"
คีย์ยืนมองภาพหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจของเขาด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้ดีว่ารอยยิ้มนั้นซ่อนแผลเป็นอันเจ็บปวดไว้มากมายแค่ไหน แต่ในเวลานี้ ลินินได้สลัดคราบเหยื่อทิ้งไปจนหมดสิ้น และกลายร่างเป็นราชสีห์ผู้สง่างามที่พร้อมขย้ำศัตรูให้แหลقคามือ
บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดจนถึงขีดสุด ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรอีกต่อไป ทุกคนต่างก้มหน้าหลบสายตาด้วยความหวาดกลัว ชัยชนะอยู่ตรงหน้า ชัยชนะที่หอมหวานและเด็ดขาดจนหัวใจพองโต
ทว่า... ในวินาทีที่ลินินกำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องประชุมเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะครั้งใหญ่ เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคีย์ก็ดังขึ้น... *ติ๊ง!*
คีย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าที่เคยเรียบนิ่งและมั่นอกมั่นใจเสมอมากลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดอย่างกะทันหัน ดวงตาคมกริบหันขวับมามองลินินทันที
"มีอะไรหรือเปล่าคะคุณคีย์?" ลินินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย
"บัญชีสำรองฉุกเฉินของระบบ... ถูกอายัดจากบุคคลภายนอกที่มีอำนาจเหนือกว่า" คีย์เอ่ยเสียงต่ำ สีหน้าเคร่งเครียดจนน่ากลัว "และดูเหมือนว่า... คนที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ตระกูลวรโชติที่เรากำลังจัดการอยู่..."
หน้าจอโทรศัพท์มือถือปรากฏภาพโลโก้ตระกูลลับแห่งมหานครการเงินระดับโลก—ตระกูลที่ควรจะหลับใหลและไม่มีทางยุ่งเกี่ยวกับเกมการเมืองระดับนี้เด็ดขาด
ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างแรงอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษผู้มาใหม่ กลิ่นอายอันตรายและทรงอำนาจแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ จนแม้แต่ลินินยังต้องผะถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความตกตะลึง
"ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะ... คุณหนูลินิน เกมสนุกๆ ของเธอมันเพิ่งจะเริ่มต้นของจริงต่างหากล่ะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าด้วยแอปฯ ถอนทุนคืน•ตอนที่ 11
วิกฤตหุ้นตกที่เธอเป็นคนปั่นเอง
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าด้วยแอปฯ ถอนทุนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!