หักเหลี่ยมแค้นพิฆาตบัลลังก์: เดิมพันเลือดข้ามภพสยบราชันย์ไร้ใจ•ตอนที่ 2

หมากตาแรกที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มปีลึกยังคงลอยอวลอยู่ระหว่างเรา คล้ายเส้นใยบางเบาที่ถักทอความตึงเครียดขึ้นในห้องทรงอักษรส่วนพระองค์ ลมหายใจของเหม่ยหลินสะดุดไปชั่วลมหายใจหนึ่ง—เพียงหนึ่ง—ก่อนที่กลีบปากสีชาดจะคลี่ออกเป็นรอยยิ้มบางเบา ราวกับดอกเหมยแย้มบานท่ามกลางเหมันต์อันเหน็บหนาว นางไม่ถอยร่น ไม่ก้มหน้าหลบสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาที่จ้องมองมา ทว่ากลับเงยหน้าขึ้นสบประสานนัยน์ตาคู่นั้นอย่างท้าทาย "หม่อมฉันหาได้อาจหาญถึงขนาดกล้า ‘บงการ’ ชินอ๋องผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นหลี่ไม่เพคะ" สุ้มเสียงหวานกังวานทว่าราบเรียบราวน้ำในบึงลึกเอ่ยขึ้น ชายเสื้อคลุมปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินของนางไหววูบตามจังหวะการขยับตัว "เพียงแต่... ในกระดานหมากที่กำลังจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินนี้ ทุกท่านต่างเป็นทั้งผู้เล่นและหมากบนกระดานด้วยกันทั้งสิ้น หากพระองค์ทรงเลือกเป็นเพียงผู้ชมผู้เพิกเฉย เกรงว่าเมื่อถึงคราวม่านปิดฉาก พระองค์อาจไม่ใช่ผู้เดียวที่เหลือรอดบนบัลลังก์มังกรนั้นหรอกนะเพคะ" หลี่จวินเหยาหรี่ตาลง รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมพระโอษฐ์ ชายหนุ่มมิได้ถอยห่างออกไป กลับโน้มพระoองค์เข้ามาชิดจนได้กลิ่นหอมจางๆ ประจำกายบุรุษและกลิ่นอายสนธยา "เจ้าช่างกล้าหาญนัก ซูเหม่ยหลิน... คนที่กล้าต่อรองกับปีศาจ มักจบลงด้วยการสูญเสียวิญญาณ" "วิญญาณของหม่อมฉันถูกแผดเผาจนมอดไหม้ไปตั้งแต่วันที่ตระกูลซูต้องรับโทษทัณฑ์อันไม่เป็นธรรมแล้วเพคะ" นางกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท ทว่ากลับสั่นสะเทือนลึกถึงก้นบึ้งหัวใจของผู้ฟัง แววตาคู่คมวับฉายประกายความอำมหิตที่ถูกเก็บกดไว้ใต้หน้ากากความอ่อนหวาน "วันนี้ที่หม่อมฉันยืนอยู่ ณ จุดนี้ มิใช่เพื่อมาขอความเมตตา... แต่มาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม และส่งเสียงกรีดร้องของคนตายไปให้ถึงสรวงสวรรค์ต่างหาก" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ชินอ๋องจะระพระโอษฐ์หัวเราะต่ำในลำคอ แววตาดุร้ายคู่นั้นฉายแววถูกอกถูกใจอย่างปิดไม่มิด "ดี... ดีมาก หมากตาแรกที่เจ้าเลือกเดิน จะทำให้ข้าเห็นฝีมือหรือเป็นเพียงแค่การรนหาที่ตายกันแน่ล่ะ?" คืนนั้นเอง ภายใต้เงาจันทร์สีนวลที่สาดส่องลงมากระทบหลังคาเรือนกระจก ซูเหม่ยหลินในชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนกับรัตติกาล ลอบก้าวเข้ามายังเรือนพักรับรองของ ‘ฮูหยินรองจ้าว’ สตรีผู้เคยเป็นหมากตัวสำคัญในการใส่ร้ายป้ายสีตระกูลซูเมื่อชาติภพก่อน กลิ่นเครื่องหอมราคาแพงลอยตลบอบอวลภายในห้องนอนกว้างขวาง ฮูหยินรองจ้าว หรืออดีตคุณหนูรองตระกูลจ้าวผู้เย่อหยิ่ง กำลังนั่งส่องกระจกทองเหลือง ถอดปิ่นทองคำประดับไข่มุกออกทีละชิ้นด้วยความสบายใจ นางหาได้รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่า ความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ด้วยฝ่าเท้าที่ไร้ซึ่งสุ้มเสียง เหม่ยหลินยืนเร้นกายอยู่หลังม่านโปร่งสีมรกต นัยน์ตาคู่คมกวาดมองเครื่องเรือนและข้าวของภายในห้องอย่างพิจารณา ทุกรายละเอียดของแผนการถูกคำนวณไว้อย่างแม่นยำดั่งการคำนวณทิศทางของลมในยามออกศึก นางมิได้ใช้ยาพิษที่ออกฤทธิ์ปลิดชีพทันทีอย่างสามัญชนคนโง่เขลาเลือกทำ แต่เลือกใช้ ‘ผงหิมะพันวัน’ ยาพิษโบราณไร้สีไร้กลิ่น ที่จะค่อยๆ ซึมซับเข้าสู่ร่างกาย กัดกร่อนลมปราณและทำให้ผิวพรรณเหี่ยวย่นเน่าเปื่อยทีละน้อยจากภายใน สร้างความเจ็บปวดทรมานเจียนตายราวกับตกนรกทั้งเป็น ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะหลุดลอยออกไป "ใครอยู่ตรงนั้น!" เสียงแหลมสูงของฮูหยินรองจ้าวร้องทักขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของสายลมที่พัดผ่านหน้าต่าง นางหันขวับมามอง แต่สิ่งที่พบมีเพียงความว่างเปล่าและเงาสะท้อนของตนเองในกระจก "เจ้าช่างนอนหลับฝันดีเสียจริงนะ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจของภูตผีดังขึ้นข้างใบหู ฮูหยินรองจ้าวสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว นางหันซ้ายแลขวาด้วยความตื่นตระหนก "น...นั่นใคร? ออกมานะ! เจ้าเป็นใครกัน!" ซูเหม่ยหลินก้าวออกมาจากเงาดำ แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกของนาง รอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับอยู่บนเรียวปากนั้นทำให้ฮูหยินรองจ้าวถึงกับผงถอยหลังด้วยความหวาดผวา ราวกับได้เห็นวิญญาณร้ายที่นางส่งไปตายด้วยมือตนเองเมื่อหลายปีก่อนกลับชาติมาเกิด "เจ้า... เจ้าคือ... ซู... ซูเหม่ยหลิน?!" เสียงกรีดร้องหวีดหวิวเกือบจะหลุดออกจากลำคอของฮูหยินรองจ้าว หากแต่เรียวคู่งามของอดีตกุนซือหญิงจะไม่ยกขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับปลายนิ้วเรียวยาวที่สะบัดออกเบาๆ ผงยาสีขาวบริสุทธิ์ก็ล่องลอยเข้าสู่ลมหายใจของอีกฝ่ายทันที ฮูหยินรองจ้าวเบิกตากว้าง มือทั้งสองข้างยกขึ้นกุมลำคอ พยายามจะกรีดร้องขอความช่วยเหลือ ทว่ากลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาได้นอกจากเสียงหอบหายใจรวยริน ร่างระหงทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมปักลายหรูหรา นัยน์ตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกและเจ็บปวดทรมานราวกับถูกไฟแผดเผา "นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น... ฮูหยินจ้าว" ซูเหม่ยหลินก้มตัวลงกระซิบข้างหูของสตรีที่นอนดิ้นรนอยู่บนพื้น น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างแข็งในเหมันต์ "หนี้เลือดที่พวกเจ้าเคยฝากไว้ ตระกูลซูจะขอทวงคืนทีละต้น ดอก ใบ... จนกว่าจะไม่เหลือใครรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว" นางยืนขึ้นมองผลงานของตนเองด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความปรานี ก่อนจะสะบัดชายเสื้อคลุมแล้วหายลับไปในความมืดมิดของรัตติกาลอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้ฮูหยินรองจ้าวนอนจมอยู่กับความหวาดกลัวและพิษร้ายที่กำลังกัดกินวิญญาณ ทว่า ในขณะที่ซูเหม่ยหลินกำลังจะก้าวพ้นกำแพงตระกูลจ้าวออกไปยังตรอกมืดเบื้องนอก ฝ่ามือหนาคู่หนึ่งก็เอื้อมออกมารวบเอวบางของนางไว้ด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับดึงร่างของนางเข้าไปแนบชิดกับแผ่นอกกว้างในมุมอับของเงาไม้ใหญ่ กลิ่นอายบุรุษคุ้นเคยลอยแตะจมูก ก่อนที่สุ้มเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น ดั่งพญายมจะกระซิบติดริมฝีปากของนาง "จัดการศัตรูตัวแรกเสร็จสิ้นอย่างงดงามแล้วสินะ... กุนซือตัวน้อยของข้า" หลี่จวินเหยาแย้มพระโอษฐ์น้อยๆ ทว่าแววตากลับลุกโชนด้วยประกายความสนุกสนาน "แต่ดูเหมือนว่า... เจ้าจะลืมไปนะ ว่ายังมี ‘แขกที่ไม่ได้รับเชิญ’ อีกคนกำลังรอต้อนรับเจ้ากลับเรือนพักอยู่" ซูเหม่ยหลินชะงักค้าง ดวงตาสุกสกาวหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเมื่อได้ยินคำเตือนนั้น ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยปากซักถาม เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นที่ตรอกเบื้องหน้า พร้อมกับแสงคบเพลิงที่สว่างวาบขึ้นทำลายความมืดมิด ร่างขององครักษ์หลวงในชุดเกราะเหล็กกล้าก้าวเข้ามาปิดล้อมเส้นทางหนีของนางไว้จนหมดสิ้น พร้อมกับราชnโองการลับสีทองอร่ามที่ถูกชูขึ้นท่ามกลางแสงไฟ —โปรดติดตามตอนต่อไป— ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันความอยุติธรรมไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หักเหลี่ยมแค้นพิฆาตบัลลังก์: เดิมพันเลือดข้ามภพสยบราชันย์ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%