“ถ้าคุณจะเอาแต่นั่งจ้องหน้าจอแล้วถอนหายใจทิ้งอยู่แบบนี้ ผมแนะนำให้กลับไปนอนพักที่คอนโดเถอะครับ งานกองแค่นี้ ถ้าฝีมือระดับคุณรินรดาจัดการไม่ได้ ก็เท่ากับว่าผมเลือกคนมาทำงานผิดสเปกแล้วล่ะ”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของชั้นบนสุดในตึกออฟฟิศใจกลางกรุงเทพฯ ธีร์วางแฟ้มเอกสารราคาแพงลงบนโต๊ะทำงานด้วยจังหวะที่นิ่งสนิท ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสีเงินจ้องมองรินรดาที่นั่งขมวดคิ้วมุ่นอยู่ตรงข้าม
รินรดาเงยหน้าขึ้นจากตัวเลขมหาศาลในตารางเอ็กเซล เธอสะบัดผมยาวสลวยไปด้านหลัง ก่อนจะแค่นยิ้มส่งให้มาเฟียหนุ่มที่วันนี้ดูจะมีความสุขกับการทรมานคนอื่นด้วยการสั่งงานล่วงเวลา
“คุณธีร์คะ... อ้อ ขอโทษที ผมลืมไปว่าคุณชอบให้เรียกบอส” รินรดาเว้นจังหวะ สายตาเธอกราดมองใบหน้าคมสันนั่นอย่างไม่เกรงใจ “ถ้างานมันเสร็จยากนัก คุณก็ลงมือทำเองสิครับ หรือว่าทักษะการตรวจสอบบัญชีที่โชว์เหนือใส่ผมวันก่อนมันเป็นแค่เปลือกน่ะ?”
ธีร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะสั่นพร่าในอกทำให้บรรยากาศในห้องทำงานที่ควรจะเคร่งเครียดกลับดูร้อนแรงขึ้นมาอย่างประหลาด เขาค่อยๆ ยันตัวลุกจากเก้าอี้หนังราคาแพง ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างหลังเก้าอี้ของรินรดา
“ท้าทายเหรอครับ” มือหนาวางลงบนพนักพิงเก้าอี้ของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดลงที่ข้างขมับ “คนเก่งมักจะจบด้วยการร้องขอชีวิตในตอนสุดท้ายเสมอ ผมเตือนคุณแล้วนะรินรดา”
“งั้นก็พิสูจน์ให้เห็นสิครับ” รินรดาสวนทันควัน แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะจนกลัวว่าคนข้างหลังจะได้ยิน แต่เธอก็ยังเชิดหน้าท้าทาย
ธีร์ก้มตัวลงต่ำ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองลดลงจนแทบไม่มีอากาศแทรกผ่าน กลิ่นน้ำหอมของผู้ชายที่เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วผสมกับกลิ่นจางๆ ของกระดาษและกาแฟทำให้รินรดาสติกระเจิง เธอแสร้งทำเป็นก้มหน้าจ้องจอคอมพิวเตอร์ แต่นิ้วมือกลับสั่นจนพิมพ์อะไรผิดๆ ถูกๆ
“พิมพ์ผิดนะครับ” ธีร์เอ่ยเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือมากุมข้อมือของเธอไว้ สัมผัสที่ผิวเนื้อกระทบกันทำให้กระแสไฟฟ้าแล่นผ่านไขสันหลังของรินรดาจนเธอต้องสะดุ้ง “ให้ผมช่วยไหม?”
เขาไม่ได้รอคำตอบ มืออีกข้างคว้าเมาส์มาวางในตำแหน่งที่ถูกต้อง แล้วบังคับมือเธอให้คลิกเปลี่ยนข้อมูลในตารางอย่างชำนาญ ร่างสูงใหญ่กักขังเธอไว้ในวงแขนโดยสมบูรณ์ ตอนนี้รินรดารู้สึกเหมือนติดอยู่ในกรงของเสือที่พร้อมจะขย้ำได้ทุกเมื่อ
“ขะ...ขอบคุณครับ ปล่อยได้แล้ว งานเสร็จแล้ว” เสียงของเธอเริ่มขาดห้วง
“แต่ผมยังไม่เสร็จนี่ครับ” ธีร์กระซิบข้างหู น้ำเสียงแหบพร่า “งานน่ะเสร็จแล้ว แต่ความอดทนของผมมันหมดลงตั้งแต่ตอนที่คุณเถียงผมเมื่อกี้แล้ว”
เขาโน้มตัวลงมาอีกนิด จนจมูกโด่งสันสัมผัสกับพวงแก้มใสแผ่วเบา มันไม่ใช่จูบ แต่มันคือการกดดันที่ทำให้รินรดาแทบหยุดหายใจ ร่างเล็กขยับตัวจะหนี แต่ธีร์กลับใช้แขนอีกข้างยันขอบโต๊ะ กั้นทางหนีทุกทิศทางของเธอไว้
“ธีร์... อย่าทำแบบนี้”
“เรียกผมแบบนี้อีกสิครับ” เขาว่าพลางเลื่อนหน้ามาสบตา “เรียกชื่อผม... เหมือนที่ใจคุณกำลังเรียกร้องอยู่ตอนนี้”
รินรดาสบตาสีเข้มที่ดูเหมือนจะอ่านใจเธอทะลุปรุโปร่ง เธอกำลังจะเปิดปากโต้ตอบด้วยประโยคเผ็ดร้อนตามฉบับของเธอ แต่ทว่า...
*เคร้ง!*
เสียงประตูกระจกของห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกกับผนัง พร้อมกับร่างของหญิงวัยกลางคนที่ก้าวเข้ามาด้วยความสง่างามแต่แฝงไปด้วยไอเย็นยะเยือก
“ถ้างานมันยุ่งนักจนต้องสุมหัวทำกันถึงขนาดนี้... ฉันว่าบริษัทนี้คงไม่ต้องการคนงานที่ขาดความสำรวมแบบนี้หรอกนะ” คุณหญิงมณีหยุดยืนอยู่กลางห้อง สายตาคมกริบกวาดมองทั้งคู่ที่อยู่ในท่าทางล่อแหลม “ธีร์... แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้รู้จักวางตัวกับคนใช้ให้ดีกว่านี้”
ธีร์ไม่ได้ถอยห่าง แต่กลับจงใจวางมือลงบนไหล่ของรินรดาอย่างถือสิทธิ์ เขาสบตาผู้เป็นแม่ด้วยแววตานิ่งสงบที่ยากจะคาดเดา
“เธอนี่แหละครับแม่... คนที่จะมาดูแลทุกอย่างแทนแม่ในอนาคต”
รินรดานิ่งค้างราวกับถูกสาป ในขณะที่มือของธีร์ที่บีบไหล่เธอแน่นขึ้นอีกนิดเหมือนจะย้ำให้เธอรับรู้ว่า... นี่ไม่ใช่แค่การทำงานล่วงเวลา แต่มันคือการประกาศสงครามครั้งใหญ่
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาถึงบทนี้นะครับ เมทริกซ์ซีโร่จะรออ่านทุกคอมเมนต์ของรี้ดทุกคนครับ
คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่•ตอนที่ 6
สัมผัสที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าดุคนของพี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!