"ถ้าเธอปฏิเสธคำถามเมื่อครู่นี้ แปลว่าเธอกำลังโกหกใจตัวเองอยู่ หลินจื่อ"
หัวใจของหลินจื่อกระตุกวูบ ทั่วทั้งร่างแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อได้ยินประโยคที่ต่อยอดมาจากห้วงความคิดค้างคาของค่ำคืนก่อน กลิ่นอายจางๆ ของไอน้ำบนยอดเขาและกลิ่นดินหลังฝนยังคงลอยอบอวลอยู่รอบตัว แต่สิ่งที่ทำให้หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ปั่นป่วนยิ่งกว่าอากาศยามสาย กลับเป็นร่างสูงใหญ่ของนายทหารหนุ่มในชุดเครื่องแบบสนามสีเขียวขี้ม้าที่กำลังยืนกอดอกพิงรั้วไม้ไผ่ สายตาคมกริบแต่ทอประกายความอบอุ่นคู่นั้นจ้องมองมาอย่างไม่คิดจะหลบเลี่ยง
จางอี้... ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าซื่อตรงจนน่าโมโห ปากหนักเสียยิ่งกว่าก้อนหินริมลำธาร กลับกำลังใช้ยุทธวิธีที่ทำเอาเธอตั้งรับไม่ทัน
สัปดาห์ก่อน เขายังเป็นแค่เพื่อนบ้านผู้เงียบขรึมที่คอยช่วยซ่อมหลังคาและแบกถุงแป้งให้ แต่วันนี้ นายทหารผู้ผ่านการฝึกฝนจากค่ายทหารรบพิเศษกลับเปลี่ยนสนามรบมาเป็น "แปลงผักสวนครัวหลังบ้าน" ของเธอเสียแล้ว
"ฉันไม่ได้โกหกอะไรทั้งนั้นค่ะ... อ้ะ! หมายถึง ฉันไม่ได้โกหกอะไรทั้งนั้นครับ!" หลินจื่อเกือบหลุดปากสำเนียงติดตัวเดิมออกมา รีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นมุมปากของจางอี้กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
"สรรพนามเธอกลับสลับกันแปลกๆ นะ" จางอี้เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ น่าฟัง และเจือแววขบขันอย่างชัดเจน เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้รั้วผักกาดขาวที่หลินจื่อกำลังง่วนอยู่กับการพรวนดิน ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารทำให้แปลงผักแปลงเล็กๆ ดูแคบถนัดตา
แทนที่จะช่วยพูดคุยจีบสาวด้วยคำหวานเลี่ยนเหมือนหนุ่มในเมือง จางอี้กลับคว้าจอบด้ามเก่าจากมือเธอไปดื้อๆ
"ถอยไป หลุมนี้ลึกไม่พอ รากผักกาดจะชอนไชลงไปหาแร่ธาตุได้ไม่เต็มที่ ดินแถบนี้มีความเป็นกรดอ่อนๆ ต้องยกแปลงให้สูงขึ้นอีกสิ้วมือถึงจะระบายน้ำได้ดี" จางอี้เริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับกำลังวางแผนยุทธการทางทหาร แววตาของเขาจริงจังยิ่งกว่าตอนตรวจพลสวนสนามเสียอีก
หลินจื่อกระพริบตาปริบๆ มองนายทหารหนุ่มที่กำลังขุดดินด้วยท่าทางทะมัดทะแมง กล้ามเนื้อแผ่นหลังภายใต้เสื้อผ้าเนื้อหนาขยับไหวตามจังหวะการออกแรง กลิ่นเหงื่อจางๆ ผสมกับกลิ่นหอมสะอาดของสบู่ก้อนที่เขาใช้ ทำให้บรรยากาศรอบตัวมีความแปลกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้น
นี่เขากำลัง... จีบเธอด้วยวิธีทำสวนแบบทหารอย่างนั้นหรือ?
"คุณจางอี้คะ... อ่า ผมหมายถึง คุณจางอี้ครับ นี่มันแปลงผักหลังบ้านฉัน ไม่ใช่สนามฝึกกองพลน้อยที่สองนะคะ— ที่นะครับ!" หลินจื่อขมวดคิ้วมุ่น พยายามดึงจอบกลับมา แต่มีหรือที่แรงผู้หญิงจะสู้แรงของนายทหารหนุ่มที่ออกกำลังกายทุกวันได้
"ระเบียบวินัยเป็นสิ่งสำคัญในการปลูกพืชผลผลิตสูง หลินจื่อ" จางอี้หยุดมือลงเล็กน้อย เขาหันมาสบตาเธอนิ่ง ขยับเข้ามาใกล้จนกลิ่นกายสะอาดๆ ของชายชาตรีลอยเข้ามาปะทะจมูก "ถ้าเราไม่เตรียมดินให้ดีตั้งแต่ต้น พืชผลที่โตขึ้นมาก็จะเปราะบาง ลมพัดผ่านหน่อยก็ล้มพับ เหมือนกับความสัมพันธ์... ถ้าไม่สร้างรากฐานให้แน่นหนาตั้งแต่ตอนนี้ วันข้างหน้าย่อมต้านทานแรงกระแทกจากคนรอบข้างไม่ได้"
คำพูดของเขาทำเอาหลินจื่อชะงักงัน คนผู้นี้... ปกติเป็นคนพูดน้อยต่อยหนัก เหตุใดวันนี้จึงคารมคมคายและซ่อนความนัยลึกซึ้งถึงเพียงนี้
ภาพของป้าสะใภ้หลิวที่มักจะแวะเวียนมาหาเรื่องและจ้องจะฮุบที่ดินแปลงนี้ผุดขึ้นมาในหัวทันที จางอี้ไม่ได้กำลังพูดเรื่องผัก... เขากำลังบอกเป็นนัยว่า พร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างเธอเพื่อรับมือกับปัญหาญาติผู้เอาเปรียบพวกนั้น
ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความเงียบงันอันน่าประหลาด เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมเสียงโวยวายแหลมสูงก็ดังแว่วมาจากทางหน้าบ้าน ขัดจังหวะความเคลิบเคลิ้มลงทันที
"หลินจื่อ! นังตัวดี! แกหลบหัวอยู่ที่ไหน ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
เสียงของป้าสะใภ้หลิวแผดลั่นมาแต่ไกล ตามมาด้วยเสียงทุบประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังปังๆ ราวกับจะพังเข้ามาให้ได้ ร่างอวบอ้วนในชุดเสื้อผ้าเนื้อหยาบเดินดุ่มๆ เข้ามาในเขตบ้านโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาต ใบหน้าอิ่มเอิบเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและริษยา
ป้าสะใภ้หลิวชะงักก้างไปเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของจางอี้ในชุดเครื่องแบบทหารยืนถือจอบอยู่แปลงผักข้างบ้าน ดวงตาตี่เล็กกวาดมองทั้งสองคนสลับกันไปมาด้วยความระแวง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก
"แหมๆๆ มีผู้ชายมาช่วยขุดดินถึงบ้านนี่เอง ถึงได้ทำเป็นใจแข็งนักนะหลินจื่อ คิดจะหาที่พึ่งเป็นทหารหนุ่มจากในเมืองหรือไง ถึงว่าช่วงนี้กล้าต่อปากต่อคำกับฉันนัก!" ป้าสะใภ้หลิวเท้าสะเอว แสยะยิ้มด้วยความดูถูก "บอกไว้ก่อนนะ ถึงแกจะมีผู้ชายมายืนคุมท้ายสวน แต่วันนี้แกก็ต้องเซ็นสัญญาโอนที่ดินแปลงนี้ให้ลูกชายฉันอยู่ดี!"
หลินจื่อสูดหายใจเข้าลึกๆ เตรียมจะก้าวออกไปซัดกับป้าตัวแสบด้วยวาจาเชือดเฉือนตามสไตล์ของเธอ ทว่ายังไม่ทันที่ริมฝีปากจะได้ขยับ ร่างสูงของจางอี้ก็ก้าวเข้ามาบังหน้าเธอไว้เสียก่อน
จางอี้วางจอบลงช้าๆ เสียงเหล็กกระทบพื้นดินดังทึบ แต่น้ำหนักของมันกลับกดทับบรรยากาศรอบตัวให้เงียบกริบลงทันที นายทหารหนุ่มปัดเศษดินออกจากมือด้วยท่าทีใจเย็นอย่างยิ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับป้าสะใภ้หลิวด้วยแววตานิ่งสนิทที่แฝงไปด้วยแรงกดดันระดับที่ทำให้คนแก่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ
"ที่ดินแปลงนี้มีโฉนดถูกต้องตามกฎหมาย และตัวเจ้าของก็ยืนอยู่ตรงนี้ชัดเจน" จางอี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง ก้าวเท้าเข้าไปหาป้าสะใภ้หลิวทีละก้าวอย่างกดดัน "การเข้ามาในเคหสถานโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับเจตนาที่จะบังคับขู่เข็ญ... ป้าสะใภ้คิดว่า กฎหมายอาญามาตราที่เท่าไหร่ในค่ายทหารจะจัดการกับเรื่องนี้ได้บ้างล่ะครับ?"
ป้าสะใภ้หลิวผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ความเกรงกลัวต่ออำนาจรัฐและชุดเครื่องแบบทหารทำให้หล่อนหน้าซีดเผือดลงถนัดตา
แต่ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดและชัยชนะกำลังตกเป็นของฝั่งหลินจื่อนั้นเอง จู่ๆ เสียงรถจักรยานคันเก่าก็เบรกเอี๊ยดลงที่หน้าประตูรั้ว พร้อมกับร่างของบุรุษไปรษณีย์ประจำหมู่บ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นถือซองจดหมายสีน้ำตาลใบใหญ่เข้ามา
"จดหมายด่วนพิเศษ! จากกรมเสบียงทหารและ... และมีพัสดุตราประทับลับจากเมืองหลวง ส่งถึง... ส่งถึงคุณหลินจื่อครับ!"
หลินจื่อรับซองจดหมายมาด้วยความงงงวย เมื่อพลิกดูด้านหลัง ทันทีที่เห็นตราประทับครั่งสีแดงสดรูปดอกบัวคู่บนกระดาษสาเนื้อดี ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ
นั่นคือตราสัญลักษณ์ของ "สมาคมพ่อค้าตลาดมืดและห้องอาหารหลวง" ที่เธอเคยแอบส่งสูตรอาหารป่าแปรรูปเข้าไปเสนอขายเมื่อเดือนก่อน! และสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... บนมุมซองจดหมายระบุยอดเงินมัดจำล่วงหน้าสูงถึงสามพันหยวน!
จางอี้ก้มลงมองซองจดหมายในมือหลินจื่อสลับกับใบหน้าตื่นตะลึงของหญิงสาว ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกยิ้มขึ้นอีกครั้งอย่างมีความหมาย
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลินจื่อและจางอี้มา ณ ที่นี้นะครับ
— ใบชาหอมหมื่นลี้
แม่ค้ามือทองกับสามีทหารหนุ่ม: ยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านด้วยกลิ่นอายอาหารป่า•ตอนที่ 9
ทหารหนุ่มกับความคลั่งรัก
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองกับสามีทหารหนุ่ม: ยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านด้วยกลิ่นอายอาหารป่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!