หน้าจอคอมพิวเตอร์แบบสามจอเรียงโค้งสาดแสงสีฟ้าจัดจ้านกระทบกับกรอบหน้าคมคายของวินเซนต์ แสงไฟนีออนจากตึกสูงย่านใจกลางเมืองลอดผ่านมู่ลี่ที่ปิดสนิท ทอดเงาทับร่างโปร่งในชุดเสื้อฮู้ดสีดำสนิท นิ้วเรียวยาวเคาะแป้นพิมพ์รัวเร็วราวกับกำลังเล่นเปียโนบทเพลงมรณะ เสียงกระแทกกระทั้นของคีย์บอร์ดกลไกดังประสานกับเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายกระทบกระจกหน้าต่าง
ห้องทำงานใต้ดินอับชื้นกลิ่นกาแฟดำและกระดาษเก่าๆ แห่งนี้ คืออาณาจักรส่วนตัวที่คนนอกไม่มีวันเข้าถึง... ยกเว้นเสียแต่ว่าคนๆ นั้นจะชื่อ "เรนเดล"
"คุณกำลังเล่นกับไฟ, วินเซนต์"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้องโดยไม่มีสัญญาณเตือน วินไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ปลายนิ้วยังคงรัวแป้นพิมพ์ต่ออีกสามวินาทีอย่างใจเย็น ก่อนจะกดปุ่ม Enter ครั้งสุดท้ายเพื่อล็อกหน้าจอ
"ถ้าผมไม่เล่นไฟ เมืองนี้คงมืดสนิทไปนานแล้วครับ ผู้หมวดเรนเดล" วินหมุนเก้าอี้กลับมาช้าๆ ดวงตาสีเข้มคมกริบราวกับสัตว์นักล่าจ้องมองร่างสูงใหญ่ของนายตำรวจหนุ่มที่ก้าวออกมาจากเงาสลัว เรนอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นและรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้อมือ ดวงตาคมกวาดมองไปรอบห้องด้วยความระแวงระวังตามสัญชาตญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
เรนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่าย "คุณแฮกเข้าระบบของกรมสืบสวนอีกแล้วนะ วิน รู้ตัวไหมว่าหลักฐานแค่นี้ก็มากพอจะส่งคุณไปนอนในซังเตได้ครึ่งชีวิต"
วินหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเย้ายوانและท้าทาย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะเตี้ยกว่าเรนอยู่เล็กน้อย แต่รัศมีอันตรายและความพยศในแววตากลับไม่ได้เป็นรองใครเลยแม้แต่น้อย "ครึ่งชีวิตเหรอครับ? ฟังดูน่าเบื่อตายชะมัด... ว่าแต่ที่คุณดั้นด้นมาหาผมถึงนี่กลางดึก เพราะคิดถึงฝีมือผม หรือว่าจนปัญญาจนต้องมาขอความช่วยเหลือจากอาชญากรไซเบอร์อย่างผมกันแน่ล่ะครับ"
เรนไม่ตอบทันที นัยน์ตาสีเทาเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแฮกเกอร์หนุ่ม ความเงียบงันชั่วขณะเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านระหว่างคนทั้งสอง มันคือแรงดึงดูดประหลาดที่พวกเขาทั้งคู่พยายามปฏิเสธมาโดยตลอด แต่กลับปฏิเสธไม่ลงสักครั้งเมื่อเผชิญหน้ากันในระยะประชิดเช่นนี้
"ผมแค่ไม่อยากเห็นศพของคุณถูกห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำ" เรนเอ่ยเสียงพร่า มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมหน้าที่ตกลงมาปรดหน้าผากของวินอย่างถือวิสาสะสัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาลมหายใจของวินสะดุดไปเสี้ยววินาที แต่รอยยิ้มกวนประสาทก็ยังคงถูกประดับไว้บนใบหน้าเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก
"เป็นห่วงผมเหรอครับ? ระวังนะครับ... ถ้าคุณทำตัวน่ารักแบบนี้บ่อยๆ ผมอาจจะเผลอคิดว่าคุณตกหลุมรักผมเข้าจริงๆ" วินสวนกลับด้วยน้ำเสียงแพรวพราว ขยับตัวเข้าใกล้จนหน้าอกเกือบชิดกับแผงอกแกร่งของอีกฝ่าย
เรนชะงักไปเล็กน้อย ปลายนิ้วที่สัมผัสแก้มเนียนนิ่งค้างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "ปากเก่งให้ได้ตลอดเถอะ วินเซนต์"
ก่อนที่บรรยากาศจะเลยเถิดไปไกลกว่านั้น เสียงเตือนความปลอดภัยจากคอมพิวเตอร์หลักก็ดังขึ้น *'Beep'* สัญญาณสีแดงกระพริบวาบสะท้อนบนผนังห้อง บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความอบอุ่นเร่าร้อนกลับสู่ความเยือกเย็นอันตรายในพริบตา
วินผละตัวออกจากเรนอย่างรวดเร็ว ก้าวกลับไปหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดวงตาคมกวาดมองตัวหนังสือและโค้ดที่รันขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ "แปลกแฮะ... ระบบป้องกันถูกบายพาสจากภายนอก"
เรนขยับเข้ามาประชิดด้านหลัง วางมือหนาลงบนพนักพิงเก้าอี้ของวิน โน้มตัวลงมาจนใบหน้าอยู่ใกล้ใบหู ลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอจนวินขนลุกซู่ "เจออะไร?"
"ไฟล์นิรนาม..." วินพึมพำ นิ้วเรียวคลิกเปิดไฟล์ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ มันไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงนามสกุลแปลกประหลาดที่เข้ารหัสไว้สามชั้น แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของแฮกเกอร์หนุ่มกระตุกวูบไม่ใช่ความซับซ้อนของมัน หากแต่เป็น "เนื้อหา" ภายใน
ภาพถ่ายความละเอียดสูงของหญิงสาวคนหนึ่งนอนหมดสติอยู่บนพื้นห้องสีขาวโพลน รอบตัวมีรอยเลือดกระจาย เป็นเหยื่อรายใหม่ที่ยังไม่มีใครเคยพบศพ... และตัวอักษรสีแดงฉานที่พิมพ์ไว้ใต้ภาพระบุชื่อ เป้าหมายต่อไปอย่างชัดเจน
*เรนเดล*
วินเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าเรนทันที "นี่มัน... เรน! คนในรูปคือเป้าหมาย และเป้าหมายนั้นคือคุณ!"
เรนหรี่ตาลง มองภาพบนจอด้วยแววตาสนเท่ห์และจริงจังขึ้นทันที ไม่มีทีท่าตกใจแม้แต่น้อย แต่กลับมีความระแวงฉายชัดในแววตา "ใครเป็นคนส่ง?"
วินหันกลับมาที่แป้นพิมพ์ รัวนิ้วเพื่อแกะรอยหาที่อยู่ IP ต้นทางอย่างบ้าคลั่ง โค้ดภาษาเครื่องนับพันบรรทัดไหลผ่านหน้าจอด้วยความเร็วสูง จนในที่สุด หน้าต่างข้อมูลการส่งไฟล์ก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า
แต่อึดใจนั้นเอง เลือดในกายของวินก็เย็นเฉียบลงจนแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง
รหัสประจำตัวเครื่อง (MAC Address) และลายเซ็นดิจิทัลที่ฝังมากับไฟล์นั้น ไม่ได้มาจากเซิร์ฟเวอร์ที่ไหน แต่มันคือชุดคำสั่งส่วนตัว... ชุดคำสั่งเฉพาะตัวที่เขาเคยเขียนขึ้นด้วยมือของตัวเองเมื่อเจ็ดปีก่อน
ช่วงเวลาครึ่งหนึ่งของชีวิตที่สูญหายไป ความทรงจำที่ขาดหายราวกับถูกลบด้วยยางลบ... กำลังถูกส่งกลับมาหาเขาในรูปแบบของประกาศิตแห่งความตาย
วินพึมพำออกมาด้วยเสียงอันสั่นเทาที่ยากจะควบคุม "เป็นไปไม่ได้..."
เรนขมวดคิ้วแน่น สังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของวินที่ซีดเผือดไร้สีเลือด "วิน? เกิดอะไรขึ้น ไฟล์นั่นส่งมาจากที่ไหน?"
วินเงยหน้าขึ้นสบตากดดันกับเรน นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความตกตะลึงระคนหวาดผวา เสียงกระซิบแหบพร่าหลุดลอดริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น
"มันถูกส่งมาจาก... อดีตของผมเอง"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา•ตอนที่ 1
สัญญาณเตือนจากความว่างเปล่า
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเลอร์มือดีกับรอยร้าวในกระจกเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!