กลิ่นคาวเลือดจางๆ ยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายประสาทสัมผัส ราวกับความตายเมื่อสามเดือนก่อนไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นรอยแผลเป็นที่ถูกกรีดลึกลงไปในจิตวิญญาณ
เซเลสเทียสะดุ้งเฮือกขึ้นจากRกวาะกำมะหยี่สีเลือด ณ คฤหาสน์ตระกูลแกรนิตที่เงียบเชียบ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าเรียวสวย หายใจหอบถี่จนหน้าอกกระเพื่อมไหว ดวงตาสีอเทตดุจพลอยรัตติกาลเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ก่อนความคมกริบดั่งใบมีดจะกลับมาทอประกายในแววตาอีกครั้งเมื่อสมองประมวลผลได้ว่า สิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่ยมโลก... แต่มันคือ "อดีต"
ปฏิทินตั้งโต๊ะหรูหราทำจากทองคำแท้สลักตัวเลขบอกวันที่ชัดเจน—*สามเดือนก่อนวันประหาร* วันที่เธอโง่เขลงมอบอำนาจและตราประทับตระกูลทั้งหมดให้แก่ชายชั่วอย่างเคานต์เดวิด ผู้ชายที่ทรยศหักหลังเธออย่างเลือดเย็น
"หึ..." เสียงหัวเราะเยาะหยันหลุดรอดจากริมฝีปากบางเฉียบที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำ เซเลสเทียปาดเหงื่อออกจากหน้าผากอย่างไม่แยแส ความทรงจำอันแหลกสลายจากการถูกตรึงกางเขนกลางลานประหารยังคงเด่นชัด แต่ความเจ็บปวดนั้นไม่ได้ทำให้เธอกลัว ตรงกันข้าม มันกลับเติมเชื้อไฟแห่งความแค้นให้ลุกโชนจนแผดเผาความอ่อนแอจนมอดไหม้ไปหมดสิ้น
ในเมื่อสวรรค์เมตตา (หรือนรกเวทนา) ให้เธอย้อนเวลากลับมาแก้ไขเกมกระดานนี้... เธอก็จะขอเป็นผู้ถือหมากและเขย่าราชบัลลังก์ให้พวกทรยศต้องดิ้นรนตายอย่างทรมานยิ่งกว่าสุนัขข้างถนน
ก็อก ๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยบานประตูที่ถูกผลักเข้ามาอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงโปรสง่าของบุรุษในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทก้าวเข้ามาในห้องนอนส่วนตัว ใบหน้าคมคายราวกับถูกแกะสลักโดยเทพเจ้าไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาสคมกริบคู่นั้นทอดมองเธอด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยชาชาและท่าทีสุขุมนุ่มลึก—*ดยุคคาร์เดียน* มหาเศรษฐีผู้กุมระบบการเงินและการธนาคารครึ่งค่อนจักรวรรดิ บุรุษผู้ที่คนทั้งราชสำนักตราหน้าว่าเป็น "ปีศาจกระหายเงิน" แต่กลับเป็นคนเดียวที่ยืนหยัดเคียงข้างเธอในวันที่เธอสูญสิ้นทุกสิ่ง
"คุณดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะ เซเลสเทีย" น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังแต่แฝงไปด้วยอำนาจเอ่ยขึ้น เขาเดินตรงมาหยุดยืนข้างเตียงโดยไม่รอคำอนุญาต มือหนายื่นแก้วอุ่นๆ ที่บรรจุชากุหลาบป่ามาตรงหน้าเธอ "ฝันร้ายอีกแล้วหรือ?"
เซเลสเทียเงยหน้าขึ้นมองบุรุษตรงหน้า หัวใจที่เคยด้านชาพลنينกระตุกวูบอย่างรุนแรง ภาพในอดีตที่คาร์เดียนยอมเผาทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่งของตระกูลเพื่อซื้อตัวเธอกลับมาจากลานประหาร (แม้จะไม่ทันกาล) ผุดขึ้นมาซ้ำๆ ชายผู้ยอมถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏเพื่อผู้หญิงที่โง่เขลาอย่างเธอ... ในชาตินี้ เธอกล้าดียังไงถึงจะปล่อยให้เขาต้องเดินไปสู่จุดจบอันน่าอนาถนั้นอีก?
"คาร์เดียน..." เธอเรียกชื่อเขาแผ่วเบา น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นความหนักแน่นเฉียบขาดในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที
ดุ๊กหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจในท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนของหญิงสาว ปกติแล้วเซเลสเทียในเวลานี้จะเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการวางแผนประจบประแจงองค์รัชทายาทผู้มักมากในกาม แต่เวลานี้... แววตาของเธอกลับคมปลาบราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อ
"คุณกำลังทำให้ผมแปลกใจนะ เลดี้ของผม" คาร์เดียนวางแก้วชาลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างนิ่มนวล ก่อนจะโน้มตัวลงมาใช้หลังมือแตะหน้าผากเธอเพื่อวัดไข้ "ไม่มีไข้... แต่ดูเหมือนสติของคุณจะกลับมาครบถ้วนดีแล้วสินะ"
"มากกว่าครบถ้วนเสียอีกค่ะ" เซเลสเทียแค่นยิ้มมุมปาก เธอยันกายลุกขึ้นพิงหัวเตียง กวาดสายตามองชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในอาณาจักรด้วยประกายตาที่เต็มไปด้วยแผนการอันล้ำลึก "คาร์เดียนคะ... คุณยังจำสัญญาที่เราเคยพูดเล่นกันเมื่อปีก่อนได้ไหม เรื่องบัญชีลับของสภาสูงที่ตระกูลแกรนิตถือครองอยู่ครึ่งหนึ่งน่ะ"
คาร์เดียนหรี่ตาลงทันที รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนบรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นตึงเครียด บัญชีลับนั้นคือข้อมูลวงในที่สามารถสั่นคลอนราชบัลลังก์และทำลายขุนนางครึ่งสภาได้ในคราเดียว ซึ่งมันถูกเก็บเป็นความลับสุดยอด... แล้วทำไมหญิงสาวตรงหน้าถึงหยิบยกมันขึ้นมาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับมันเป็นแค่เรื่องดินฟ้าอากาศ?
"คุณรู้เรื่องนั้นได้ยังไง?" เสียงของเขาเข้มขึ้นเล็กน้อย แววตาสีเข้มคมกริบราวกับต้องการเจาะทะลุเข้าไปในความคิดของเธอ
เซเลสเทียไม่ตอบคำถามทันที เธอยื่นมือเรียวเล็กออกไปคว้าปกเสื้อสูทของมหาเศรษฐีหนุ่ม ดึงรั้งให้โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันและกันในระยะประชิด ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
"ฉันไม่ได้แค่รู้ค่ะ... แต่ฉันรู้ด้วยว่า อีกสามเดือนข้างหน้า พวกมันจะใช้บัญชีนี้ในการใส่ร้ายและฮุบสมบัติทั้งหมดของตระกูลเรา" เซเลสเทียกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเยียบเย็นและเด็ดเดี่ยว "แต่เกมนี้... คนที่จะล่มสลายไม่ใช่เรา แต่มันคือพวกมันต่างหาก"
คาร์เดียนนิ่งงันไปชั่วขณะ ปฏิกิริยาของหญิงสาวตรงหน้าทรงพลังเกินกว่าที่สตรีชนชั้นสูงทั่วไปจะมีได้ รังสีอำมหิตและความมั่นใจที่ฉายชัดออกมาจากดวงตาสองคู่นั้นทำให้หัวใจของมหาชาตินักธุรกิจผู้เย็นชาเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่มีแม้แต่ความหวาดกลัว มีเพียงประกายความท้าทายและความลุ่มหลงที่ฉายวาบขึ้นในดวงตาของเขา
มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและอันตราย
"น่าสนใจมาก..." คาร์เดียนกระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ มือหนายกขึ้นแตะแก้มนวลของเธอเบาๆ อย่างทะนุถนอม "ถ้าคุณอยากเล่นเกมล้างบางสภาสูง... ผมในฐานะเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของจักรวรรดิ ยินดีที่จะเป็นทุนให้คุณล้มล้างพวกมันให้ราบคาบ"
เซเลสเทียคลี่ยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกไม้พิษที่กำลังเบ่งบานท่ามกลางความมืด เธอยกมือขึ้นทาบอกแกร่งของเขา แววตากวาดมองแผนผังทรัพย์สินในหัวที่ถูกเรียบเรียงใหม่อย่างรวดเร็ว เกมการแก้แค้นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และเหยื่อรายแรกจะต้องชดใช้ด้วยทุกสิ่งที่พวกมันมี!
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งอย่างร้อนรน พร้อมกับเสียงรายงานจากพ่อบ้านประจำตระกูลที่ยืนอยู่ด้านนอก
"ท่านครับ! แขกไม่ได้รับเชิญ... องค์รัชทายาทเสด็จมาถึงหน้าคฤหาสน์แล้วครับ พร้อมกับหมายอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของเลดี้เซเลสเทีย!"
เอวาลินน์ปลายพู่กันขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกนี้ด้วยนะคะ!
จักรพรรดินีผู้ล่มสลายขอกู้คืนราชบัลลังก์ด้วยบัญชีดำ•ตอนที่ 1
วันสิ้นลมที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นใหม่
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้ล่มสลายขอกู้คืนราชบัลลังก์ด้วยบัญชีดำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!